เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 9

ยื่นคำขาดขอแยกบ้าน

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังสนั่นจนชามกระเบื้องเคลือบสังกะสีบนโต๊ะอาหารสั่นสะเทือน น้ำซุปผักป่าใสแจ๋วที่มีมันหมูอยู่ไม่กี่หยิบมือกระฉอกออกมาเลอะขอบชาม แม่สามีตระกูลจางถลึงตาใส่จนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนเนื้อสั่น "นังอิง! แกกล้าดียังไงถึงพูดจาแบบนี้ออกมา! อยากแยกบ้านอย่างงั้นเรอะ? ฝันไปเถอะ! ตราบใดที่ฉันยังหายใจอยู่ อย่าหวังว่าจะได้เอาทรัพย์สินของตระกูลจางออกไปแม้แต่แดงเดียว!" หลินอิงไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอนั่งหลังตรงสง่างาม ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา เรียวปากสีระเรื่อขยับช้าๆ อย่างใจเย็น สวนทางกับบรรยากาศเดือดดาลในห้องโถงคับแคบแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง "ทรัพย์สินอะไรหรือคะคุณแม่?" หลินอิงทวนคำ เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก "เงินเดือนทหารทุกหยวนที่พี่เหว่ยส่งกลับมาบ้านตลอดสามปีที่ผ่านมา หรือส่วนแบ่งค่าขายผลผลิตในไร่ที่ฉันกับสามีต้องหลังขดหลังแข็งทำตั้งแต่ไก่โห่จนดึกดื่นกันแน่คะ? หรือว่า... คุณแม่กลัวว่าถ้าพวกเราแยกบ้านออกไปแล้ว ใครจะ100% เป็นคนหาเงินมาปรนเปรอพี่ใหญ่กับน้องสะใภ้ที่วันๆ เอาแต่นอนรอแบมือขอเงินกันแน่คะ?" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้แม่สามีหน้าชาดล ลุกพรวดขึ้นชี้หน้าด่ากราดด้วยถ้อยคำหยาบคาย "ปากดีนะนังนี่! แกเป็นสะใภ้บ้านฉัน มีหน้าที่ก้มหน้าก้มตาทำงานรับใช้คนในบ้าน อย่ามาปีนเกลียว! พี่ใหญ่ของแกเขาสอบจอหงวน... อ้อ สอบเป็นเสมียนตำบลได้ ย่อมต้องใช้เงินสนับสนุน ส่วนน้องเล็กก็ต้องเก็บเงินไว้แต่งเมีย แกเป็นแค่สะใภ้ซื้อมา จะมาเรียกร้องอะไรนักหนา!" จางเหว่ยที่นั่งเงียบอยู่ข้างกายภรรยามาตลอด ทนเห็นภรรยาถูกกดขี่ไม่ไหวอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มขยับตัวลุกขึ้นยืนบังหน้าหลินอิงไว้ทันที ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาดุคมกริบกวาดมองมารดาและพี่ชายที่นั่งทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ที่มุมห้อง "แม่ครับ พอแคเถอะครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดขาด "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เงินเดือนผมส่งให้ทางบ้านไม่เคยขาดหายแม้แต่หยวนเดียว แต่เมียกับลูกผมกลับต้องกินข้าวต้มเจือจางผักป่าจนซูบผอม เสี่ยวเปาอายุเท่านี้แต่ตัวเล็กกว่าเด็กบ้านอื่นครึ่งหนึ่ง แค่ค่าแป้งทำหมั่นโถวให้ลูกกินยังต้องมานั่งฟังคำถากถางจากแม่กับพี่สะใภ้ ถ้าวันนี้อิงเขาบอกว่าจะแยกบ้าน... ผมในฐานะสามีและพ่อ ขอประกาศตรงนี้เลยครับว่า ผมเห็นด้วยกับน้องอิงทุกประการ" "แก... ไอ้ลูกอกตัญญู!" แม่สามีแทบจะเป็นลมล้มพับ มือเหี่ยวย่นทุบอกตัวเองปังๆ ร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายเรียกร้องความน่าสงสารจากคนรอบข้าง "ดูมันเข้า! เลี้ยงลูกโตจนเป็นทหารปีกกล้าขาแข็งแล้วมันมาเนรคุณ! ผัวเมียคู่นี้มันรวมหัวกันจะฮุบสมบัติบ้านเรา!" พี่ใหญ่จางที่นั่งแคะขี้เล็บอยู่ข้างเตาไฟ ส่งเสียง hmph ขึ้นจมูกอย่างดูแคลน เหลือบตามองน้องชายและน้องสะใภ้ด้วยแววตารังเกียจ "เหว่ยหลิน แกคิดดีแล้วรึ? แยกบ้านออกไป แกไม่มีแม้กระทั่งที่ดินทำกิน ไม่มีแม้แต่หลังคากุฏิซุกหัวนอน จะเอาปัญญาที่ไหนมาเลี้ยงลูกเมีย? อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ ออกไปตอนนี้ มีแต่ตายกับตายเท่านั้นแหละ" หลินอิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเท้าออกมาเผชิญหน้ากับครอบครัวสามีด้วยท่าทีองอาจราวกับพญาหงส์ที่หลงเข้ามาในฝูงกา "เรื่องที่ดินกับบ้านพัก พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ" หลินอิงยิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายคมปลาบ "ตามกฎของคอมมูนและกองทัพ ทหารที่ประจำการแนวหน้ามีสิทธิ์ชอบธรรมในการแบ่งเรือนพักส่วนท้ายและที่ดินรกร้างสองหมู่ด้านหลังตีนเขามาเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวได้ เอกสารลงนามฉันให้พี่เหว่ยจัดการยื่นเรื่องตั้งแต่วันก่อนแล้วค่ะ เหลือแค่ให้คุณแม่เซ็นชื่อยินยอมในฐานะหัวหน้าครอบครัวเดิมเท่านั้นเอง" "อะไรนะ! แกแอบไปจัดการเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" แม่สามีเบิกตากว้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว "นานพอที่จะทำให้ฉันรู้ว่า... อยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่จะตายผ่อนส่งกับพวกคนเห็นแก่ตัวค่ะ" หลินอิงกล่าวเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนทุกคนในห้องสะท้าน "วันนี้พวกเราไม่ได้มาเพื่อขอร้อง แต่มาเพื่อ 'ยื่นคำขาด' หากคุณแม่ยอมเซ็นเอกสารแยกบ้านแต่โดยดี ทรัพย์สินส่วนตัวที่พวกเราหามาได้ตลอดสามปีนี้ เราจะไม่ขอรื้อฟื้น แต่ถ้าไม่..." หลินอิงเว้นจังหวะเล็กน้อย เดินไปหยิบตะกร้าไม้สานที่คลุมผ้าขาวบางมิดชิดซึ่งวางไว้บนตั่งไม้ข้างประตู ค่อยๆ เปิดผ้าคลุมออก กลิ่นหอมหวานละมุนล้ำลึกของเนยแท้ผสมผสานกับวานิลลาและคาราเมลก็พวยพุ่งกระจายไปทั่วห้องอับทึบ ท่ามกลางกลิ่นอับของเหงื่อและควันไฟ กลิ่นหอมหรูหรานี้ราวกับปาฏิหาริย์ที่หลุดมาจากโลกอื่น ทุกคนในห้องถึงกับสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว แม้แต่พี่ใหญ่จางยังกลืนน้ำลายเอื้อมคอมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นี่คือ 'เค้กไข่ไต้หวัน' สูตรลับเฉพาะที่ฉันเพิ่งอบเสร็จเมื่อเช้าค่ะ" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกลัว "ในอำเภอตอนนี้ ขนมแบบนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดมืดและสหกรณ์การค้า ทุกชิ้นมีมูลค่ามากกว่าเงินเดือนทหารทั้งเดือนของพี่เหว่ยเสียอีก ถ้าฉันเอาสูตรนี้ไปเปิดร้านเองที่ท้ายหมู่บ้าน... คุณคิดว่าอีกสามเดือนข้างหน้า ครอบครัวไหนจะร่ำรวยกว่ากันคะ?" ดวงตาของแม่สามีและพี่ใหญ่ตระกูลจางเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันทีด้วยความโลภ ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตะกละตะกลามเมื่อได้กลิ่นหอมกรุ่นและยินคำว่า 'ทำเงินมหาศาล' "แก... แกมีวิชาทำขนมแบบนี้ทำไมไม่บอกแต่แรก! ถ้างั้นแกต้องทิ้งสูตรขนมนี้ไว้ที่บ้าน ถึงจะยอมให้แยกบ้าน!" แม่สามีเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว ตะกละตะกลามโพล่งออกมา หลินอิงแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "ฝันไปเถอะค่ะ" เธอกวาดสายตามองคนตระกูลจางทีละคนอย่างเฉียบคม ก่อนจะหันไปสบตากับสามีและลูกชายตัวน้อยที่เดินเข้ามายืนเกาะชายเสื้อเธอด้วยความอุ่นใจ "เอกสารอยู่บนโต๊ะนี้แล้วค่ะคุณแม่ จะเซ็นแต่โดยดี หรือจะให้ฉันฟ้องร้องผ่านกองทัพและคณะกรรมการหมู่บ้านข้อหากลั่นแกล้งทหารแนวหน้าและครอบครัว... เชิญคุณแม่เลือกเอาเองนะคะ" ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง ทุกสายตาจ้องมองกระดาษแผ่นบางและปากกาหมึกซึมบนโต๊ะด้วยความตึงเครียด แม่สามีตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคืองแต่ไม่กล้าสบตาคมกริบของหลินอิง ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จบลงด้วยจังหวะหนักแน่นสามครั้ง ตามด้วยเสียงตะโกนก้องจากหน้าบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่มาพร้อมกับทหารยศนายร้อย "บ้านตระกูลจางอยู่ไหม! ทางกองทัพส่งคำสั่งด่วนมาถึงสหายจางเหว่ยและภรรยา เรื่องการอนุมัติสิทธิ์แยกเรือนพักและจัดสรรที่ดินแปลงพิเศษ!" หัวใจของคนตระกูลจางกระตุกวูบ หลินอิงแย้มรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก—รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้พิษ แต่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด ด้วยรักและกลิ่นเนยหอมกรุ่น, **เบเกอรี่มิติต่างโลก** (ค่ะ)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%