"เงินก้อนนี้... แลกกับการที่ฉันจะเปิดประตูต้อนรับสหายซ่งในยามวิกาล หรือว่ามันเป็นค่ามัดจำความหน้าด้านที่บุกมาถึงหน้าบ้านคนอื่นกันแนคะ?"
น้ำเสียงของหลินอิงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา แสงจันทร์สีนวลสาดส่องผ่านช่องกระจกกระทบเข้ากับธนบัตรปึกหนาในมือของสหายซ่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายเสบียงกรองผู้ทรงอิทธิพลแห่งเขตซานหลี่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของชายวัยกลางคนชะงักค้าง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คาดคิดเลยว่าหญิงสาวบ้านป่าผู้เป็นเพียงภรรยาของนายทหารชั้นผู้น้อย จะไม่แสดงอาการตื่นตระหนกหรือก้มหัวนอบน้อมต่ออำนาจเงินที่เขานำมาล่อตาล่อใจเลยแม้แต่น้อย
"สหายหลิน... อย่าเพิ่งใจร้อนพูดจาห่างเหินเช่นนั้นเลยครับ เอ้ย... เช่นนั้นเลยนะคะ" สหายซ่งแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปรดของอีกฝ่าย "เงินในมือฉันนี่คือความจริงใจ... สูตรขนมปังและพายฝรั่งเศสที่คุณทำขายในตลาดมืดช่วงนี้ สร้างชื่อเสียงไม่น้อย หากคุณยอมตกลงร่วมมือกับฉัน ส่งมอบสูตรทั้งหมดและวัตถุดิบพิเศษนั่นมาแต่โดยดี รับรองว่าอนาคตครอบครัวตระกูลจางจะสุขสบายไปทั้งชาติ..."
หลินอิงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นช่างไพเราะแต่กลับเย็นเยียบจนสหายซ่งเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ร่วมมือ? หรือว่าคิดจะฮุบกิจการแล้วเอาหน้าไปรับความดีความชอบจากเบื้องบนกันแน่คะ สหายซ่ง... ของที่ได้มาโดยไม่ลงแรง มีปัญญาเอาไปกินไม่ระวัง คอจะติดก้างเอาได้ง่ายๆ นะคะ" หลินอิงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปิดกั้นไม่ให้สายตาสอดส่องเข้าไปในบ้าน "ดึกมากแล้ว สามีและลูกชายของฉันหลับไปหมด หากไม่มีธุระเรื่องงานราชการอันใดเป็นกิจลักษณะ เชิญกลับไปเสียเถอะค่ะ"
ปัง!
บานประตูไม้เนื้อหนาปิดลงตรงหน้าอย่างไม่ไว้หน้า ทิ้งให้สหายซ่งยืนกำเงินสดในมือแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเป็นประกายด้วยความอาฆาตมาดร้าย "นังสะใภ้ตระกูลจาง... อย่าคิดว่ามีสามีเป็นทหารแล้วจะหยองนะ มึงกล้าดียังไงมาหักหน้ากู คอยดูเถอะ... พรุ่งนี้เช้า แปลงผักหลังบ้านและแป้งในครัวของมึง จะไม่เหลือแม้แต่เศษผง!"
ลับหลังร่างของเจ้าหน้าที่เสบียงกรองที่เดินจากไปอย่างหัวเสีย หลินอิงไม่ได้กลับไปนอนทันที เธอกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาเป็นประกายวับด้วยความรู้เท่าทัน ระบบมิติลับในหัวใจส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสที่ปรากฏภาพความเคลื่อนไหวบริเวณรอบบ้าน
[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานความโลภระดับสูงในรัศมี 50 เมตร... มีผู้ไม่ประสงค์ดีกำลังวางแผนลักลอบเข้ามาขโมยผลผลิตในแปลงผักปลอดสารพิษของคุณในยามวิกาล]
หลินอิงยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหวานละมุนที่มักปรากฏเวลาอบขนมปังกลับแฝงไปด้วยความร้ายกาจอย่างคาดไม่ถึง "อยากมาขโมยผักมิติลับอย่างนั้นหรือคะ... ดีเลย ฉันกำลังอยากทดลองสูตรปุ๋ยชีวภาพสูตรใหม่ที่ทำให้คนกินแล้ว 'ปากสว่าง' ไปสักสามวันพอดี"
เช้าวันต่อมา แสงแดดยามสายยังไม่ทันสาดส่องทั่วบริเวณ เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดก็ดังแผดเผาความเงียบสงบของหมู่บ้านทหารจนกระเจิง!
"ว๊ายยย! ผะ... ผักนี่มันอะไรกันเนี่ย! ช่วยด้วยยย! ปากฉัน! ปากฉันมันขยับไม่ได้!"
เสียงโวยวายดังมาจากแปลงผักหลังบ้านของตระกูลจาง หลินอิงที่กำลังยืนนวดแป้งโดว์ทำครัวซองต์เนยสดอย่างอารมณ์ดี ส่งเสียงฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ เธอหันไปมองสามีหนุ่ม จางเหว่ย ที่เพิ่งก้าวลงจากเตียงด้วยความงัวเงีย เขารีบสวมเสื้อเครื่องแบบทหารอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงภรรยาเอ่ยทัก
"คุณพี่คะ ดูท่าทางแปลงผักของเราเมื่อคืนจะมี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' แวะมาเยี่ยมเยียนจนผลผลิตเสียหาย ลองออกไปดูหน่อยสิคะว่าใครช่างขยันขันแข็งมาช่วยถอนผักแต่เช้าตรู่ขนาดนี้"
จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เขารีบก้าวเท้าเดินออกไปที่สวนหลังบ้านทันทีโดยมีหลินอิงเดินตามหลังมาติดๆ พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของเนยและแป้งที่ลอยฟุ้งติดตัว
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าต่อตาทำให้จางเหว่ยถึงกับผะอืดผอมและตกตะลึงจนพูดไม่ออก ที่กลางแปลงผักกาดขาวปลีออร์แกนิกซึ่งอวบออดยิ่งกว่าที่ใดในหมู่บ้าน มีร่างของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจางและหลานชายตัวแสบกำลังนั่งกองอยู่กับพื้น สภาพของทั้งสองคนน่าอนาถจนบรรยายไม่ถูก ใบหน้าเปื้อนโคลน มือทั้งสองข้างกอดหัวเข่าแน่นเพราะความเจ็บปวดจากการโดนหนามพิษพิเศษที่หลินอิงโรยไว้รอบแปลงผักเล่นงานจนบวมเป่ง ที่สำคัญที่สุดคือ... ปากของพวกเขาทั้งคู่กำลังพยายามอ้าพะงาบๆ ส่งเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ พร้อมกับน้ำลายที่ไหลยืดออกมาอย่างน่าสมเพช
"โอ้โห... นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?" จางเหว่ยอุทานออกมาด้วยความตกใจ รีบวิ่งเข้าไปดู "ป้าใหญ่! มาทำอะไรที่นี่ แล้วทำไมถึง..."
"อื้อๆๆ! อี้ๆๆๆ!" ป้าสะใภ้ใหญ่พยายามจะพูดฟ้องหลินอิง แต่ยิ่งขยับปาก ความเจ็บแปลบเหมือนโดนเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงก็แล่นพล่านไปทั่วใบหน้า จนเธอต้องส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองหลินอิงด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวสุดขีด ร่างอ้วนท้วนสั่นเทาด้วยฤทธิ์ของสมุนไพรขับสารพิษที่ออกฤทธิ์เฉพาะกับ 'โจรขโมยผัก' เท่านั้น!
หลินอิงเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ สองมือไขว้ไว้ด้านหลัง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนราวกับแม่พระผู้ใจบุญ แต่แววตากลับเยียบเย็นจนป้าสะใภ้ใหญ่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"ตายจริง... นี่มันคุณป้าผู้เกียรติประวัติไม่ใช่หรือคะ?" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกอกตกใจเกินจริง "ดึกดื่นไม่นอน เช้าตรู่ไม่พักผ่อน ถึงกับลงทุนปีนรั้วมาช่วยครอบครัวเราเก็บผักถึงในแปลงเลยหรือคะเนี่ย ขยันขันแข็งเสียจริง จนผักกาดขาวราคาแพงของฉันช้ำเสียหายไปหลายต้น..."
ป้าสะใภ้ใหญ่พยายามส่ายหน้าปฏิบัติตัวพัลวัน น้ำตานองหน้าด้วยความคับแค้นใจ เธอบุกมาเพื่อจะมาขโมยผักไปขายต่อเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองแท้ๆ ใครจะไปรู้เล่าว่าผักพวกนี้พอดึงขึ้นมาแล้วจะปล่อยละอองพิษเข้าใส่จนหน้าตาบวมเป่งและพูดไม่ได้เช่นนี้!
"อุ้ย... ดูท่าทางคุณป้าจะพูดไม่ออกเสียแล้วสิคะ สงสัยจะสูดดมกลิ่นดินกลิ่นหอมของปุ๋ยสูตรพิเศษเข้าไปมากเกินไปหน่อย" หลินอิงถอนหายใจเบาๆ แสร้งทำเป็นเห็นอกเห็นใจ "ไม่ต้องห่วงนะคะคุณป้า พิษนี่ไม่มีอันตรายถึงชีวิตหรอกค่ะ... แค่ 'พูดความจริง' ไม่ได้ และปากจะชาขยับไม่ได้ไปอีกสักเจ็ดวันเจ็ดคืนเท่านั้นเองค่ะ"
คำว่า 'พูดความจริงไม่ได้และปากชาเจ็ดวัน' ทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เธอรู้ดีว่านิสัยตัวเองชอบนินทาและไปแอบอ้างเรื่องชาวบ้าน หากพูดไม่ได้ไปเจ็ดวัน มีหวังความลับที่เธอไปอมเงินกองกลางของหมู่บ้านคงไม่ถูกเปิดเผยหรอก... แต่การไม่ได้ด่าคนอื่นมันทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น!
จางเหว่ยหันมามองภรรยาด้วยหางตา เขาเป็นคนซื่อสัตย์แต่ไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นสภาพของป้าสะใภ้และตะกร้าสานใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างๆ พร้อมกับรากผักที่ถูกถอนขึ้นมาเป็นกอง ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น สายตาที่มองญาติผู้ใหญ่อั้นด้วยความผิดหวังระคนรังเกียจ
"ป้าใหญ่... ทำไมถึงทำแบบนี้ครับ? ผักพวกนี้ผมกับอาอิงตั้งใจปลูกไว้กินและแบ่งปันเพื่อนบ้าน ทำไมป้าถึงต้องมาขโมยของพวกเราด้วย?"
ป้าสะใภ้ใหญ่ละล่ำละลักพยักหน้าและส่ายหน้าสลับกันไปมาด้วยความทุรนทุราย พยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากหลินอิงที่ยืนมองอยู่ด้วยท่าทีสบายอารมณ์
หลินอิงก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่นอนกองอยู่บนพื้น เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของหญิงสูงวัยด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"เงินสดปึกใหญ่เมื่อคืนจากสหายซ่ง คงทำให้คุณป้าตื่นเต้นจนนอนไม่หลับสินะคะ ถึงได้มาช่วยเป็นสายให้เขาล่วงหน้าแบบนี้... น่าเสียดายจังค่ะ ที่คนโลภมักไม่ได้อะไรเลยนอกจากความอับอาย"
ร่างของป้าสะใภ้ใหญ่สะفดเฮือก ดวงตาเบิกโพรงด้วยความตกใจขีดสุด นังสะใภ้คนนี้รู้ได้อย่างไรว่าเธอกับสหายซ่งแอบตกลงอะไรกันไว้!
หลินอิงผายมือขึ้นเล็กน้อย หันไปยิ้มหวานให้กับสามีที่ยืนรอฟังคำตัดสินใจของเธอ
"พี่เหว่ยคะ ในเมื่อคุณป้ามาเยี่ยมบ้านเราแต่เช้าตรู่แถมยังช่วยถอนผักเสียกระจัดกระจายขนาดนี้ เราจะปล่อยให้เธอกลับมือเปล่าคงเสียน้ำใจแย่... ช่วยหิ้วตะกร้าผัก 'ของฝาก' นี้ ไปส่งให้ท่านผู้ว่าการเขตหรือหัวหน้าหน่วยเสบียงกรองดูหน่อยดีไหมคะ ว่าญาติผู้ใหญ่ของบ้านเราขยันขันแข็งขนาดไหน เผื่อพวกเขาจะตบรางวัลความตั้งใจนี้ให้สักหน่อยนะะคะ"
รอยยิ้มเฉียบคมของหลินอิงในยามนี้ ทรงพลังเสียยิ่งกว่ากองทัพนับพันนาย สหายซ่งที่แอบซุ่มดูสถานการณ์อยู่หลังรั้วไม้ไผ่ถึงกับหน้าถอดสี ขาแข็งก้าวไม่ออกเมื่อรู้ว่าแผนการชั่วร้ายของตนกำลังจะถูกกระชากหน้ากากกลางแสงแดดยามเช้า!
และในวินาทีที่จางเหว่ยพยักหน้ารับคำภรรยาพร้อมกับก้มลงหยิบตะกร้าผักขึ้นมา ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูด้านหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของทหารยามประจำหมู่บ้าน
---
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ มาเอาใจช่วยกันต่อในตอนหน้าว่าใครคือผู้มาเยือนที่หน้าประตู และแผนการของสหายซ่งจะพังทลายลงอย่างไรในพริบตาค่ะ!*
เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 16
กับดักของคนโลภ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!