ธนบัตรปึกหนาถูกนับลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบเสียง *แกรก... แกรก...* ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงของบ้านตระกูลจาง กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และแป้งสาลีเกรดพรีเมียมจากมิติลับยังคงลอยอวลติดปลายจมูก ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดของคนในครอบครัวที่รายล้อมอยู่รอบโต๊ะอย่างสิ้นเชิง
ดวงตาของแม่สามีตระกูลจางเบิกกว้างจนแทบจะถסתออกจากเบ้า เมื่อเห็นกองเงินสดนับพันหยวนที่บุตรชายของนาง—จางเหว่ย—เพิ่งหอบกลับมาจากตลาดมืดในเมืองใหญ่
"นี่... นี่มันเงินเดือนทหารสิบปีรวมกันเลยไม่ใช่หรือ?!" แม่สามีหวีดร้องออกมาเสียงหลง มือหยาบกร้านสั่นเทาเอื้อมหมายจะตะמתคว้าธนบัตรปึกนั้นมาครอบครอง แต่กลับต้องชะงักกึก เมื่อฝ่ามืออุ่นหนาของจางเหว่ยเลื่อนมาทับลงบนกองเงินนั้นไว้เสียก่อน พร้อมกับสายตาคมกริบที่ไร้ซึ่งความอ่อนข้อเช่นในอดีต
"เงินนี่คือทุนรอนที่อาอิงใช้สร้างร้านเบเกอรี่ และเป็นน้ำพักน้ำแรงของพวกเราสองคนแม่ลูกครับ แม่ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง" เสียงทุ้มต่ำของจางเหว่ยเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น ไม่มีแววเกรงกลัวอำนาจมืดของมารดาเหมือนคราวก่อนแม้แต่น้อย
หลินอิงยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือเรียวบางกำลังเช็ดถาดอบขนมด้วยผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้าน รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเฉียบคมราวกับมองทะลุจิตใจคนได้ เธอกวาดตามองสีหน้าของญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่มุงดูเหตุการณ์อยู่หน้าบ้าน บ้างก็อิจฉาตาร้อนผ่าว บ้างก็กลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"แหม... สะใภ้รอง ทำมาหากินอะไรร่ำรวยนักหนา ถึงได้กอบโกยเงินทองเข้าบ้านจนชาวบ้านเขาตาเป็นมันกันหมดแล้ว" ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องปากหอยปากปูเดินเบียดฝูงชนเข้ามา สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด "สมัยนี้ทำการค้าขายมันต้องมีเบื้องหลังไม่ใช่หรือ? หรือว่าแอบไปทำเรื่องผิดกฎหมายมา ถึงได้รวยผิดหูผิดตาชั่วข้ามคืนแบบนี้!"
คำพูดที่เต็มไปด้วยพิษสงนั้นเรียกเสียงฮือฮาจากคนมุงได้ทันที หลายคนเริ่มส่งสายตาสงสัยใคร่รู้มาที่หลินอิง เพราะในยุคแปดศูนย์ การที่ครอบครัวชาวนาธรรมดาจะจับเงินพันหยวนได้นั้นเป็นเรื่องเหลือเชื่อยิ่งกว่าถูกหวย
หลินอิงไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือโกรธเคืองแม้แต่น้อย เธอยังคงรักษารอยยิ้มละมุนไว้บนใบหน้าอย่างผู้มีชัย ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะ วางผ้าเช็ดมือลงอย่างใจเย็น
"เรื่องผิดกฎหมายหรือเปล่า ป้าสะใภ้คงต้องไปถามท่านสารวัตรประจำอำเภอเอาเองนะคะ เพราะภาษีการค้าและใบอนุญาตประกอบกิจการร้าน 'เบเกอรี่หอมกรุ่น' ของฉัน ทางการเขาออกให้อย่างถูกต้องทุกฉบับค่ะ" หลินอิงตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด "อีกอย่าง... การที่คนเราจะร่ำรวยขึ้นมาได้ มันขึ้นอยู่กับมันสมอง สองมือ และวิสัยทัศน์ค่ะ ไม่ใช่การนั่งรอให้โชคหล่นทับ หรือดีแต่คอยอิจฉาตาร้อนวาสนาคนอื่นไปวันๆ"
คำว่า *'อิจฉาตาร้อนวาสนาคนอื่น'* กระแทกใจป้าสะใภ้ใหญ่เข้าอย่างจังจนหน้าดำหน้าแดง อ้าปากพะงาบๆ หาคำพูดมาเถียงไม่ถูก ขณะที่แม่สามีเองก็ทุบอกชกตัวด้วยความแค้นเคืองที่ลูกสะใภ้กล้าต่อปากต่อคำและหักหน้าตนกลางฝูงชน
"นังตัวดี! แกมันอกตัญญู! รวยแล้วลืมรากเหง้าตัวเอง!" แม่สามีแผדเสียงกรีดร้อง น้ำตานองหน้าด้วยความริษยาที่กัดกินหัวใจ "พวกแกสองคนผัวเมียกินดีอยู่ดีบนกองเงินกองทอง ปล่อยให้ฉันกับพี่ๆ ต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินทำนาแทบตาย แบบนี้มันยุติธรรมตรงไหน!"
จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาเอ่ยเสียงเรียบ "ตอนที่พวกเราลำบาก ไม่มีข้าวกินจนเสี่ยวเปาต้องร้องไห้โยเย แม่กับพี่ใหญ่เคยแบ่งข้าวสักกำมือให้พวกเราไหมครับ? ตอนที่อาอิงต้องตากฝนไปหาฟืน แม่ไล่พวกเราออกจากบ้านหลังใหญ่ให้อยู่ในเพิงพักเก่าๆ แม่จำไม่ได้แล้วหรือครับ?"
ความจริงอันเจ็บปวดถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางวงล้อม ทำให้เสียงนินทาของชาวบ้านเปลี่ยนทิศทางทันที หลายคนเริ่มหันไปซุบซิบตำหนิความใจร้ายของแม่สามีและพี่ชายใหญ่ที่เคยขับไล่ครอบครัวของจางเหว่ยอย่างไม่ใยดีในอดีต
หลินอิงเดินเข้าไปโอบไหล่สามีเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน ก่อนจะหันไปสบตากับทุกคนด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว
"เอาล่ะค่ะ ในเมื่อวันนี้ทุกคนก็มากันพร้อมหน้าแล้ว ฉันในฐานะเจ้าของร้านเบเกอรี่มิติต่างโลก... อ้อ หมายถึงร้านเบเกอรี่หอมกรุ่นของเรา ขอประกาศข่าวดีให้ทุกท่านได้ร่วมอนุโมทนาซะเลยนะคะ" หลินอิงเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มการค้าถูกระบายบนใบหน้าอย่างงดงาม "พรุ่งนี้เป็นต้นไป ร้านของเราจะเปิดขายขนมปังสูตรพิเศษล็อตใหม่ 'เค้กนมสดฮอกไกโด' และ 'พายสตรอว์เบอร์รีมิติลับ' ซึ่งผลิตจำกัดเพียงวันละหนึ่งร้อยชิ้นเท่านั้นค่ะ และแน่นอนว่า... ราคาต่อชิ้นจะสูงกว่าเดิมสามเท่า!"
*ฮือฮา!*
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นระลอกใหญ่ ขนมปังธรรมดาก็ขายดีจนนับเงินไม่ถ้วนอยู่แล้ว แต่นี่นางยังจะออกสินค้าพรีเมียมราคาแพงลิบลิ่วอีกหรือ?
"แก... แกคิดจะปล้นชาวบ้านหรือไง ขนมอะไรตั้งแพงขนาดนั้น ใครมันจะไปบ้าซื้อ!" แม่สามีโพล่งขึ้นด้วยความอิจฉา
หลินอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับระฆังแก้วแต่กลับทรงพลังจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกหน Iาวสะท้าน "แพงหรือเปล่า... คงต้องถามท่านหัวหน้าสถานีและคุณนายอำเภอที่จองคิวซื้อมันล่วงหน้าไปหมดแล้วล่ะค่ะแม่"
พูดจบ หลินอิงก็หยิบกล่องขนมปังอบใหม่จากเตา รัศมีไอความร้อนและกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจพลันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ลอยทะลุออกไปถึงหน้าปากซอย จนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างต้องหยุดเดินและสูดดมกลิ่นหอมนั้นด้วยความเคลิบเคลิ้ม
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่นและเงินทองกำลังไหลมาเทมาอย่างไร้ขีดจำกัด เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากนอกรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วรัวเร็วอย่างไม่เป็นมิตร
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตู! เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกิจการค้าปลีกอำเภอมาตรวจสอบตามใบ(แจ้ง)ร้องเรียน!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินอิงชะงักไปชั่วพริบตา ขณะที่จางเหว่ยรีบขยับตัวยืนบังภรรยาและลูกชายไว้ข้างหลังทันที สายตาคมกราบมองผ่านช่องรั้วไม้ด้วยความระแวดระวัง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสร้างความทรงจำที่หอมหวานไปกับหลินอิงในตอนนี้นะคะ
เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 26
ความรวยที่ใครก็หยุดไม่ได้
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!