"ถอยไปนะ! อย่ามาขวางทางทำมาหากินของพวกฉัน!"
เสียงแหลมสูงตวัดกร้าวแผดลั่นจนผู้คนในตลาดเมืองหลวงมณฑลทางเหนืองัวเงียหันมามองเป็นตาเดียว รถเข็นไม้สองล้อที่บรรทุกตะกร้าขนมปังและพายแอปเปิ้ลอบใหม่จนส่งกลิ่นหอมกรุ่นอวลไปทั่ว กลับถูกผลักกระแทกจนเอียงวับ สินค้าในลังหวายเกือบจะร่วงหล่นลงไปคลุกกับพื้นดินแฉะๆ ใต้แคร่ขายของ
หลินอิงก้าวเท้าสวนออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างเพรียวในชุดเสื้อโค้ทผ้าฝ้ายสีครามยังคงตั้งตรงสง่างาม แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะเต็มไปด้วยความจงใจหาเรื่อง ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นเยียบที่ไหวระริกอยู่ภายใต้รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นอย่างเชือดเฉือน
"แม่ค้าซุน... การค้าขายในตลาดเสรีแห่งนี้ ย่อมต้องแข่งกันด้วยคุณภาพและฝีมือ ไม่ใช่ใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกมาผลักไสไล่ส่งกันแบบนี้นะคะ" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาล
คู่กรณีของเธอคือ "ซุนฮวา" ภรรยาของเจ้าของร้านเบเกอรี่เก่าแก่ประจำเมือง ซึ่งเคยผูกขาดตลาดขนมหวานในแถบนี้มานานหลายปี แต่ทว่าตั้งแต่หลินอิงเปิดร้าน "หอมหวานละมุน" และนำเข้าสูตรเบเกอรี่จากมิติลับที่ผสมผสานทั้งความนุ่มละมุนของแป้งสาลีชั้นดีและกลิ่นอายความทันสมัยแบบยุค 80 เข้าไป ลูกค้าขาประจำนับร้อยก็พากันปันใจมาเข้าคิวรอซื้อขนมของเธอกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
จางเหว่ยขยับกายเข้ามาประชิดภรรยาอย่างรวดเร็ว มือหนาของอดีตนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนควσόบจับขอบรถเข็นไม้ไว้มั่น สายตาดุดันคมกริบกวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์สี่คนที่ซุนฮวาจ้างมาป่วนตลาด รัศมีคุกคามแผ่ออกมาจากตัวของจางเหว่ยจนพวกนักเลงหัวไม้เหล่านั้นต้องผถดถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าพวกคุณยังไม่หยุดสร้างความวุ่นวาย ผมคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารหรือตำรวจประจำตลาดมาช่วยตรวจสอบ 'ใบอนุญาตประกอบการ' และ 'ที่มาของวัตถุดิบ' ของร้านพวกคุณเสียหน่อยแล้วกระมังครับ" จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังอำนาจจนซุนฮวาหน้าถอดสี
ซุนฮวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นางส่งสัญญาณมือให้พวกอันธพาลถอยร่อน ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมา "คิดว่ามีสามีเป็นทหารแล้วจะกร่างได้งั้นเรอะ! หึ! ขนมของแกน่ะ ต่อให้หอมแค่ไหน แต่ถ้าวันนี้น้ำตาลและแป้งโควตาของพวกแกเกิด 'เน่าเสีย' หรือ 'ถูกตรวจพบสารปนเปื้อน' ขึ้นมาล่ะก็... แกจะเอาปัญญาที่ไหนมาขายของในตลาดนี้อีก!"
คำขู่คุกคามนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ในยุคแปดศูนย์ที่การควบคุมสินค้าและโควตาวัตถุดิบเป็นเรื่องเข้มงวด หากมีใครสักคนจงใจยัด 0 ของเสียหรือแจ้งข้อเท็จจริงเท็จกับเจ้าหน้าที่รัฐ ร้านค้าเล็กๆ ย่อมถูกสั่งปิดและยึดใบอนุญาตได้ในพริบตา
หลินอิงหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอมองเลยผ่านไหล่ของซุนฮวาไปยังเงาร่างของชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเทาที่ยืนหลบมุมอยู่หลังเสาปูนของตลาด ท่าทางลุกลี้ลุกลนและถุงกระดาษสีน้ำตาลในมือของอีกฝ่าย ทำให้หลินอิงรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การกลั่นแกล้งของคู่แข่งทางการค้าธรรมดา แต่มันคือแผนการสมคบคิดเพื่อทำลายชื่อเสียงเธอให้ย่อยยับ
"หึ... น้ำตาลโควตาของฉันน่ะเหรอคะ จะเน่าหรือจะบริสุทธิ์ ฉันย่อมรู้ดีกว่าใคร แต่สิ่งที่กำลังจะเน่าเสียคาตาในตอนนี้... น่าจะเป็น 'จรรยาบรรณ' ของคนบางคนที่ยอมเป็นเครื่องมือให้คนอื่นชักใยมากกว่านะคะ" หลินอิงกล่าวสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มทำให้ซุนฮวารู้สึกหนสั่นสะท้านอย่างไม่มีสาเหตุ
"แก! นังสะใภ้บ้านนอก ปากกล้าดีนักนะ! วันนี้ฉันจะทำให้พวกแกไม่มีหน้ามาเหยียบตลาดเมืองหลวงอีกเลยคอยดู!" ซุนฮวาแผดเสียงกรี๊ดลั่นด้วยความแค้นเคือง นางสะบัดมือสั่งให้ลูกสมุนเทผงสีขาวปริศนาที่ซ่อนไว้ในกระดาษลงมาบนตะกร้าพายแอปเปิ้ลของหลินอิงทันที!
เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ จางเหว่ยขยับตัวจะพุ่งเข้าไปขัดขวาง แต่หลินอิงกลับยื่นมือรั้งแขนสามีไว้เบาๆ พร้อมกับส่งสายตาส่งสัญญาณบางอย่างที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ
*พรึ่บ!*
ผงสีขาวถูกสาดลงบนพายแอปเปิ้ลสีเหลืองทองอร่าม แต่แทนที่หลินอิงจะโวยวายตื่นตูม เธอกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงกังวานใสแต่เยียบเย็นจนบรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที
"ขอบوุณมากนะคะแม่ค้าซุน ที่ช่วยยืนยันหลักฐานชิ้นสำคัญให้ฉัน..." หลินอิงเอ่ยพลางหยิบกระดาษไขแผ่นเล็กที่ซ่อนอยู่ในช่องลับของรถเข็นขึ้นมาโบกเบาๆ "แป้งแต่งรสและสารเร่งปฏิกิริยาเคมีที่ห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับล่าสุด... คุณซุนช่างรอบคอบเสียจริง ถึงกับเตรียมของกลางมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยตัวเองแบบนี้"
ซุนฮวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หน้าซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด เมื่อหันไปมองรอบกาย ก็พบว่าเจ้าหน้าที่เทศบาลและตำรวจรักษากฎหมายประจำตลาดที่เดินตรวจตราความเรียบร้อย ต่างพากันก้าวเข้ามาล้อมวงดูเหตุการณ์นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"นี่มันอะไรกัน! เกิดเรื่องอะไรขึ้นตรงนี้!" เสียงเข้มทรงอำนาจของหัวหน้าเจ้าหน้าที่เทศบาลดังขึ้น พร้อมกับสายตาที่กวาดมองหลักฐานบนรถเข็นสลับกับใบหน้าซีดเซียวของซุนฮวา
หลินอิงโค้งตัวทำความเคารพอย่างสุภาพ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ฉลาดเฉลียวเอ่ยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยหลักฐานและถ้อยคำที่ไร้ที่ติ จนซุนฮวาและพรรคพวกอ้าปากค้างเถียงไม่ออก ได้แต่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวกฎหมายที่กำลังจะเล่นงานพวกตน
หลังจากการเคลียร์ปัญหาเฉพาะหน้าจบลงอย่างงดงาม ชายลึกลับเสื้อแจ็คเก็ตสีเทาที่แอบดูอยู่หลังเสาก็รีบหันหลังหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่หลินอิงกลับทันสังเกตเห็น "ตราสัญลักษณ์" รูปนกอินทรีสลักบนกระดุมเสื้อเหล็กของชายคนนั้นได้อย่างชัดเจน
ตราสัญลักษณ์ที่คุ้นตา... มันคือตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางเก่าของตระกูลหลี่ ตระกูลเดิมของแม่สามีที่เคยตัดขาดกับเธอไปเมื่อหลายปีก่อน!
หลินอิงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า การกลั่นแกล้งในตลาดวันนี้เป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งของแผนการอันชั่วร้ายที่ใหญ่กว่านั้น
จางเหว่ยสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา เขาโอบไหล่บางไว้แน่นด้วยความห่วงใย "อิงอิง... มีอะไรหรือเปล่าที่รัก?"
หลินอิงสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางเบาให้สามีคลายใจ ก่อนจะหันกลับมามองกล่องพัสดุปริศนาที่ถูกส่งตรงมาจากบุรุษไปรษณีย์เมื่อเช้ารอนี้ ซึ่งเธอยังไม่ได้เปิดอ่าน...
มือเรียวบางแกะเชือกฟางสีแดงออกจากกล่องไม้เนื้อหยาบอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก กลิ่นหอมฉุนของ "เครื่องเทศโบราณ" ผสมกลิ่นอายยาพิษชนิดหายากก็พวยพุ่งออกมา พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า...
*"ของขวัญต้อนรับการกลับมา... ลูกสะใภ้ตัวดี ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ขนมปังชิ้นต่อไปของแก อาจไม่มีวันได้ลืมตาตื่นขึ้นมาทำอีก..."*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ผู้ร่วมเดินทางยกระดับชีวิตและฟาดฟันความอยุติธรรมไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 27
วิกฤตความปลอดภัย
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!