เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 22

รับมือแม่สามีที่ตามมาป่วน

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
กระดาษไขแผ่นบางที่ยังคงอุ่นไอร้อน ถูกดึงออกจากถาดอบด้วยปลายนิ้วเรียวสวยอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมฟุ้งของเนสดาร์กช็อกโกแลตแท้ผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์ในมิติลับ ลอยอวลตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวสไตล์ยุคแปดศูนย์ ทว่าบรรยากาศภายในร้าน 'เบเกอรี่หอมละมุน' ยามนี้ กลับมิได้สงบสุขเยี่ยงกลิ่นขนมหวานแม้แต่น้อย "เจ้า... เจ้าเด็กเหลือขอ! แกกล้าดียังไงถึงเอาเอกสารราชการของตระกูลเราไปซ่อนไว้กับคนนอก!" เสียงตวาดแหลมสูงของแม่สามีตระกูลจางดังสะท้อนก้องจนผนังร้านแทบสั่นสะเทือน นางจางผู้มีใบหน้าบึ้งตึงและริมฝีปากบางเฉียบ กำลังยืนชี้หน้าผู้ตรวจການหนุ่มในชุดเครื่องแบบเนียบกริบด้วยความโมโหจนตัวสั่น ดวงตาคู่เล็กหยีมองสลับระหว่างหลินอิงสะใภ้ที่นางเกลียดเข้าไส้ กับชายแปลกหน้าผู้ถือครองสิทธิบัตรฉบับจริงไว้ในมือ หลินอิงมิได้สะดุ้งสะเทือน นางวางถาดขนมปังลงบนเคาน์เตอร์ไม้อย่างใจเย็น ท่วงท่าการเคลื่อนไหวนุ่มนวลราวกับเชฟมืออาชีพที่กำลังจัดเตรียมอาหารมื้อสำคัญ ดวงตาคู่คมกวาดมองแม่สามีด้วยแววตาเรียเฉย เย็นชา และเปี่ยมด้วยชั้นเชิง "คนนอกหรือคะคุณแม่?" หลินอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนผู้ฟังถึงกับชะงัก "สามีของฉันคือจางเหว่ย บุตรชายแท้ๆ ของตระกูลจาง และสิทธิบัตรสูตรแป้งหมักโบราณฉบับนี้ เป็นทรัพย์สินที่จางเหว่ยได้รับสิทธิ์โดยชอบธรรมตามกฎหมาย ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวที่ใครจะยกให้ลูกชายนอกสมรสหรือญาติฝ่ายไหนตามอำเภอใจได้นะคะ" "แก... นังสะใภ้ไร้หัวนอนปลายเท้า!" แม่สามีพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้าหลินอิงให้หายแค้น ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะสัมผัสโดนเส้นผมของสะใภ้ เงาร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มก็ก้าวเข้ามาขวางกลางไว้อย่างรวดเร็วดุจพายุ "พอได้แล้วครับแม่!" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของจางเหว่ยดังขึ้น พร้อมกับสายตาคมกริบที่ตวัดมองมาราวกับคมมีด นายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์และเด็ดเดี่ยว ยืนตระหง่านบังภรรยาไว้มิดชิด แผ่รังสีความกดดันระดับนายทหารชั้นผู้ใหญ่จนกลุ่มผู้ตรวจการที่เคยทำท่าทางกร่างใส่เมื่อครู่ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เหว่ยหลาน... แก... แกกล้าดุแม่หรอกหรือ!" แม่สามีตระกูลจางหน้าถอดสี มือที่ชี้สั่นเทิ้มด้วยความตกใจ นางไม่เคยเห็นบุตรชายคนนี้แข็งข้อใส่ตนเองอย่างจริงจังมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เพื่อปกป้องนังผู้หญิงขายขนมคนนี้ "ผมไม่ได้ดุครับแม่ แต่ผมกำลังเตือนสติ" จางเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ไร้เยื่อใย "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม่กับน้องชายผลาญเงินและชื่อเสียงของครอบครัวเราไปมากพอแล้ว เอกสารฉบับนี้ไม่ได้อยู่กับอิงอิงเพราะความบังเอิญ แต่มันอยู่ตรงนี้เพราะผมเป็นคนมอบอำนาจให้เธอจัดการสิทธิ์ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมร้านชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องอบขนมที่ยังคงทำงานเบาๆ เป็นฉากหลัง หลินอิงลอบอมยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก นางยื่นมือไปจับแขนเสื้อของสามีเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้ใช้อารมณ์มากเกินไป ก่อนจะก้าวออกมายืนเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม "คุณผู้ตรวจการคะ..." หลินอิงหันไปสบตากับหัวหน้าคณะผู้ตรวจการด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดตัดแป้ง "ในเมื่อคุณบอกว่าเอกสารสิทธิบัตรในมือคุณคือกุญแจสำคัญในการตรวจสอบร้านของเรา งั้นก็น่าจะดูให้แน่ใจนะคะว่า... ลายมือชื่อและตราประทับบนนั้น เป็นของปลอมที่เพิ่งทำขึ้นมาใหม่... หรือว่าเป็นของจริงที่ถูกขโมยไปจากห้องทำงานของทางการกันแน่?" หัวหน้าผู้ตรวจการหน้าซีดเผือกทันที เขารีบก้มลงมองกระดาษในมือสลับกับตราสัญลักษณ์ประจำกองทัพที่จางเหว่ยเพิ่งชูขึ้นมาแสดง สันหลังของชายวัยกลางคนเย็นวาบราวกับถูกน้ำแข็งสาดใส่ เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองกำลังตกเป็นเครื่องมือในเกมอำนาจของตระกูลจางฝั่งโน้น โดยมีนายทหารระดับสูงผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จยืนจ้องมองอยู่ "ทะ... ท่านผู้กองจาง เรื่องนี้..." ผู้ตรวจการอ่างอ่างอาย ละล่ำละลักด้วยความกลัว "ผมจะถือว่าพวกคุณแค่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำร้องเรียน..." จางเหว่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "แต่ถ้ายังมีครั้งหน้า... หรือมีใครกล้าเข้ามารังแกภรรยาและร้านค้าของผมอีก แม้แต่เอกสารราชการชิ้นเดียว... พวกคุณก็ไม่มีสิทธิ์ได้เดินออกไปจากที่นี่อย่างไร้มลทินแน่!" แม่สามีเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นเมื่อเห็นว่าแผนการทั้งหมดพังทลายไม่เป็นท่า นางอ้าปากพะงาบๆ จะส่งเสียงโวยวายอีกครั้ง แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะไม้เท้าอันทรงพลังก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน ตึง! ตึง! ตึง! ทุกคนในร้านต่างหันไปมองทางประตูทางเข้าพร้อมกัน ร่างของชายชราในชุดจีนโบราณตัดเย็บประณีตผู้มีหนวดเคราสีขาวสะอาดตา แต่แววตากลับคมปลาบดุจพญาอินทรี ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู พร้อมกับผู้ติดตามในชุดสูทสากลอีกสามคน "บังเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่ร้านขนมชิ้นเอกของหลานสะใภ้ฉัน ทำไมเสียงดังโวยวายจนรบกวนความสงบของย่านนี้กันล่ะ?" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากตอบคำถาม ประตูมิติลับด้านหลังห้องอบขนมก็เกิดประกายแสงสีทองเรืองรองขึ้นมาวูบหนึ่ง พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของ 'พุดדי้งนมสดฮอกไกโดสูตรโบราณ' ที่ส่งกลิ่นตลบอบอวลทะลุมิติออกมาเตะจมูกทุก2คนในร้านอย่างรุนแรง จนเสี่ยวเปาที่แอบมองอยู่หลังม่านถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อแม่เบาๆ และในวินาทีนั้นเอง ชายชราผู้มาใหม่ก็กวาดสายตามองไปที่กระดาษในมือผู้ตรวจการ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ "ดูท่าทาง... ของอร่อยชิ้นนี้ คงไม่ได้มีแค่กลิ่นหอมหวานเสียแล้วกระมัง เพราะดูเหมือนว่า... 'เจ้าของตัวจริง' ที่พวกแกตามหากันมาตลอดสิบปี กำลังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ตรงนั้นต่างหากล่ะ!"
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%