"นี่มัน... แป้งขาวบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
เสียงพึมพำของแม่สามีตระกูลจางขาดหวงไปกลางคัน ดวงตาฝ้าฟางตามวัยเบิกกว้างจนแทบถลนยามจ้องมองก้อนขนมปังเนยสดสีเหลืองทองอร่ามในมือของหลินอิง กลิ่นหอมหวานของนมวัวและเนยแท้ๆ ที่อบอวลอยู่ปลายจมูกทำให้คนแก่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว ในยุคแปดศูนย์ที่แม้แต่แป้งสาลียังต้องปันส่วนและเจือด้วยรำข้าว การจะได้เห็นขนมปังเนื้อฟูเนียนละเอียดราวกับก้อนเมฆเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อยิ่งกว่าการงอกเงยของทองคำบนพื้นดินเสียอีก
หลินอิงแย้มรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทัน นางค่อยๆ ชักมือกลับอย่างนุ่มนวล พร้อมกับวางก้อนขนมปังลงบนจานกระเบื้องเคลือบเก่าๆ บนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงกระทบเบาๆ ดึงสติของแม่สามีให้กลับคืนมา
"คุณแม่จะลองชิมดูสักหน่อยไหมคะ? แม้จะไม่ใช่ของมีค่าอะไร แต่ก็พอจะประทังความหิวในช่วงสายได้ค่ะ" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย ทว่าแฝงความนัยที่คนฟังต้องสะดุ้ง
แม่สามีเม้มริมฝีปากแน่น ความริษยาและอคติที่สะสมมานานนับแรมปีตีรวนขึ้นมาในอก นางอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำถากถางตามนิสัยเดิมว่านี่คงเป็นของฟุ่มเฟือยที่ได้มาจากการต้มตุ๋นใคร หรือไม่ก็แอบซ่อนเงินของจางเหว่ยไปซื้อของแพงๆ มาผลาญเล่น แต่ทว่า... กลิ่นหอมยวนใจที่เตะเข้าจมูกอย่างจังกลับทำให้คำด่าทอทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ
ในจังหวะนั้นเอง จางเหว่ยที่เพิ่งเดินถือเครื่องมือช่างชุดใหญ่ออกมาจากหลังบ้านก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา สายตาของนายทหารหนุ่มมองไปยังขนมปังบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาภรรยาด้วยความรักใคร่และเชื่อใจอย่างเต็มเปี่ยม เขาไม่มีคำถามเซ้าซี้ว่าภรรยาไปเอาวัตถุดิบชั้นเลิศเหล่านี้มาจากไหน รู้เพียงแต่ว่า... หากเป็นสิ่งที่หลินอิงตั้งใจทำ มันย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวเสมอ
"แม่ครับ ถ้าแม่ไม่ทาน ผมกับเสี่ยวเปาขอทานนะคะ" จางเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง ชายหนุ่มเอื้อมมือไปโอบไหล่ภรรยาเบาๆ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ข้างเดียวกับหลินอิงในทุกๆ เรื่อง
แม่สามีหน้าเจื่อนลงถนัดตา นางแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความขัดเคืองใจ "ฉัน... ฉันยังไม่หิว! เก็บเอาไว้ให้ลูกชายแกกินเถอะ!" ว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนีเดินกลับเข้าไปในห้องครัวด้วยความหงุดหงิดระคนอับอาย โดยมีสายตาของเสี่ยวเปาเด็กน้อยวัยห้าขวบมองตามด้วยความงงงวย ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจะเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับเมื่อหันมามองขนมปังตรงหน้า
"คุณแม่ครับ ขนมปังหอมจังเลย เสี่ยวเปากินได้ไหมครับ?" เด็กน้อยออดอ้อนพลึงซบหน้าลงกับแขนเรียวของมารดา
หลินอิงหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู นางย่อตัวลงลูบศีรษะลูกชายอย่างอ่อนโยน "ทานได้สิคะ วันนี้แม่จะทำให้เสี่ยวเปากินให้อิ่มท้องเลย รวมถึง... พวกเราจะมาเนรมิตบ้านของเราใหม่กันด้วยนะคะ"
คำว่า 'เนรมิตบ้านใหม่' ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ ในเช้าวันนี้ เพราะหลินอิงได้วางแผนการทั้งหมดไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว บ้านดินเก่าคร่ำครึหลังนี้ แม้จะพอหลบแดดหลบฝนได้ แต่โครงสร้างภายในกลับทรุดโทรม ครัวเก่ามีคราบเขม่าดำฝังรากลึก พื้นดินอัดแน่นที่เดินทีฝุ่นฟุ้งกระจาย และเตาฟืนแบบโบราณที่ทั้งควันโขมงและควบคุมอุณหภูมิได้ยาก ยิ่งนางตั้งใจจะใช้มิติลับผลิตเบเกอรี่และอาหารรสเลิศออกมาจำหน่ายเพื่อยกระดับฐานะ ครัวหลังเก่านี้จึงคับแคบและล้าสมัยเกินไป
"เหว่ยเกอคะ" หลินอิงเงยหน้าขึ้นสบตาสามี "ฉันอยากรื้อผนังห้องครัวด้านทิศตะวันออกออกค่ะ ขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น เพื่อวางเคาน์เตอร์ไม้สำหรับนวดแป้งโดยเฉพาะ และเราจะทำช่องระบายอากาศใหม่ รวมถึงปูพื้นด้วยแผ่นไม้เรียบๆ เพื่อความสะอาดและถูกสุขอนามัยของเสี่ยวเปาด้วยค่ะ"
จางเหว่ยพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย "ได้สิครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องแรงงานและการหาไม้เนื้อแข็งมาให้เอง ว่าแต่อิงอิง... คุณอยากได้เตาแบบไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า?"
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากของหลินอิง นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่างแบบแปลนไว้อย่างประณีตออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นภาพสเก็ตช์เตาอบอิฐทนไฟทรงโดมผสมผสานกับเตาเหล็กสมัยใหม่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่ายุคนี้ไปไกลลิบ แต่ถูกดัดแปลงให้กลมกลืนกับวัสดุที่มีอยู่ในยุคแปดศูนย์ได้อย่างแนบเนียน
"เตาอบตัวนี้ค่ะ เหว่ยเกอ มันจะช่วยให้เราควบคุมความร้อนในการอบขนมปังได้แม่นยำ เนื้อขนมปังถึงจะฟูสวยและมีผิวสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ" หลินอิงอธิบายพลชี้ให้เห็นรายละเอียดในแบบแปลน
ปฏิบัติการปรับปรุงบ้านจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด สมกับเป็นฝีมือของอดีตเชฟผู้ไม่เคยยอมประนีประนอมกับความหยาบกระด้างของชีวิต
เสียงเลื่อยไม้ดังเอี๊ยดอ๊าด เสียงค้อนตอกตะปูปึงปังประสานกับเสียงหัวเราะคิกคักของเสี่ยวเปาที่คอยช่วยเก็บเศษไม้ชิ้นเล็กๆ ใส่ตะกร้า บรรยากาศภายในบ้านตระกูลจางที่ไม่เคยมีความอบอุ่นเช่นนี้มาก่อน กลับเต็มไปด้วยพลังชีวิตและความหวังอันสดใส แม้แต่แม่สามีที่แอบมองลอดช่องประตูห้องออกมาเป็นระยะ ก็ยังต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความอิจฉา เมื่อเห็นลูกชายของนางลงมือทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านด้วยความกระตือรือร้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แถมยังคอยหยิบน้ำเย็นมาปรนนิบัติภรรยาไม่ห่าง
ผ่านไปสามวันเต็ม...
กลิ่นอายความอับทึบของบ้านเก่าถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น ผนังห้องครัวถูกฉาบใหม่ด้วยปูนขาวสะอาดตา หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงแดดอุ่นๆ และลมธรรมชาติให้พัดผ่านเข้ามาได้อย่างสะดวก สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ "ครัวสไตล์โมเดิร์นผสมผสานความอบอุ่นยุคแปดศูนย์" เคาน์เตอร์ไม้ขัดเรียบวับ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและเนยสดลอยอบอวลไปทั่วบริเวณจนคนละแวกบ้านเริ่มเดินมาด้ๆ มองๆ ที่รั้วหน้าบ้านด้วยความสงสัย
หลินอิงยืนอยู่หน้าเตาอบอิฐตัวใหม่ สวมผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาด นางกำลังใช้ไม้พายเกลี่ยแป้งพายชั้นที่เพิ่งพักได้ที่ด้วยความประณีต แววตาสะท้อนความสุขและความมั่นใจเต็มเปี่ยม นี่คือจุดเริ่มต้นของการทวงคืนชีวิตที่สมบูรณ์แบบ และเป็นก้าวแรกของการสร้างอาณาจักรเบเกอรี่ในยุคที่ใครๆ ก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้
"คุณแม่ครับ หอมจังเลย วันนี้เราจะทำอะไรกันเหรอครับ?" เสี่ยวเปาดึงชายผ้ากันเปื้อนเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาเป็นประกาย
"วันนี้เราจะทำ 'พายแอปเปิ้ลคาราเมลหอมกรุ่น' สูตรพิเศษเพื่อฉลองบ้านใหม่ของเรากันค่ะ" หลินอิงย่อตัวลงกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มพราวระยับ
นางยกถาดพายเข้าสู่เตาอบอิฐที่ถูกเผาจนได้อุณหภูมิพอเหมาะ กลิ่นหอมหวานของเนยและแอปเปิ้ลเชื่อมเริ่มส่งกลิ่นกรุ่นทะลุผ่านช่องระบายอากาศ ลอยฟุ้งกระจายออกไปนอกตัวบ้าน ปะทะเข้ากับสายลมยามบ่ายที่พัดโชยเข้าสู่ถนนสายหลักของหมู่บ้านอย่างจัง
ทว่า... ในจังหวะที่เปลวไฟในเตากำลังลุกโชนและกลิ่นหอมกำลังเย้ายวนใจจนเพื่อนบ้านเริ่มส่งเสียงฮือฮาอยู่ที่หน้าประตูนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วดิบดี ราวกับมีคนจงใจมาขัดจังหวะความสุข
*ก๊อกๆๆ!*
ตามด้วยเสียงแหลมสูงของหญิงวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้จอมจุ้นจ้านแห่งหมู่บ้านตะวันตกตะโกนแทรกเข้ามาทันที
"หลินอิง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันได้ยินมาว่าบ้านเธอแอบซ่อนของดีอะไรไว้ ทำไมถึงมีกลิ่นหอมแปลกประหลาดลอยไปทั่วหมู่บ้านแบบนี้ หรือว่าพวกเธอแอบลักลอบค้าของเถื่อนกันแน่!"
หลินอิงชะงักมือเล็กน้อย นางหันไปสบตากับจางเหว่ยที่เดินเข้ามาประชิดตัวด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที
ทว่ามุมปากของหลินอิงกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามแต่เยือกเย็นจนน่ากลัว...
*รี้ดเดอร์คะ อยากรู้ไหมว่าป้าสะใภ้จอมหาเรื่องคนนี้จะต้องหน้าแตกหมอไม่รับเย็บกลับไปอย่างไรเมื่อเจอ 'หมัดเด็ด' ของหลินอิง? กดติดตามตอนต่อไปแล้วมาลุ้นไปพร้อมกันนะคะ!*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" มาโดยตลอดนะคะ!
เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 11
ซ่อมแซมบ้านด้วยความรัก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เบเกอรี่มิติคู่ขนานกับร้านหวานในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!