กลิ่นอับชื้นของอาคารไม้เก่าแก่คละคลุ้งเคล้ากับกลิ่นฉุนของยาสูบชั้นต่ำและควันเทียนไขที่ใกล้หมดเล่ม ในตรอกแคบเบื้องหลังโรงงานทอผ้าเก่าของเมืองอุตสาหกรรมยุคเจ็ดสิบปลาย บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความระแวงระวัง เงาร่างของผู้คนในชุดเสื้อผ้าสีหม่นหมองเดินเบียดเสียดกันราวกับวิญญาณเร่ร่อนในปรภพ ที่นี่คือตลาดมืด ศูนย์กลางการซื้อขายสิ่งของต้องห้าม ตั้งแต่ตั๋วปันส่วนอาหารปลอม โลหะมีค่า ไปจนถึงข่าวกรองทางการเมืองที่สามารถเด็ดหัวขุนนางหรือผู้ตรวจการพรรคให้ร่วงหล่นจากอำนาจได้ในชั่วข้ามคืน
หลินเหม่ยอิงก้าวเดินอย่างมั่นคงภายใต้เสื้อคลุมกันหนาวสีดำตัวโคร่งที่เนื้อผ้าหยาบกระด้างไม่คุ้นผิว หมวกผ้าฝ้ายสีทึบถูกดึงปีกต่ำลงเพื่ออำพรางดวงตาคู่คมที่กวาดตามองรอบด้านอย่างเงียบเชียบ ทว่าทุกย่างก้าวของนางกลับสง่างามราวกับพระชายาผู้ก้าวเดินในท้องพระโรงอันโอ่อ่า แม้กายจะอยู่ในดินแดนแห่งความมืดมิด ทว่ากระดูกและจิตวิญญาณของอดีตกุนซือหญิงผู้เคยพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในราชสำนักโบราณ หาได้สยบยอมต่อความต่ำต้อยของสถานที่แห่งนี้ไม่
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือไหมพรมถักลูบไล้ขอบกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างแผ่วเบา ที่นั่นซุกซ่อนแผ่นป้ายทองเหลืองสลักลายหงส์เหิน ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ลับเฉพาะของตระกูลเฉิน—เครื่องประกันความปลอดภัยชิ้นเดียวที่เฉินเฟยหลงยัดใส่มือก่อนนางจะก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์ตระกูลเฉินในยามวิกาล แม้ชายหนุ่มจะแสดงท่าทีเย็นชาดุร้ายและคัดค้านการเดินทางมายังสถานที่อันตรายนี้เพียงใด ทว่าแววตาคู่คมกริบดั่งพยัคฆ์คู่นั้นกลับแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ลึกล้ำดั่งหินผา เขาส่งคนฝีมือดีคอยสะกดรอยคุ้ม
ครองห่างๆ โดยที่นางแสร้งทำเป็นไม่รู้เห็น
"สตรีเช่นท่าน กล้าหาญเกินไปแล้วกระมัง หลินเหม่ยอิง..."
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า ขัดจังหวะความคิดของนาง เหม่ยอิงหยุดฝีเท้า เงยหน้าขึ้นสบตากับชายวัยกลางคนผู้สวมแว่นตากรอบทองหนาเตอะ นัยน์ตาของเขาหลบ뢰กและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ชายผู้นี้คือพ่อค้าข่าวกรองมือหนึ่งนามว่า 'เฉียนฮ่าว' ผู้ซึ่งกุมความลับของโรงงานอุตสาหกรรมและเส้นทางลำเลียงสินค้านำเข้าผิดกฎหมายจากฮ่องกง
"ความกล้าหาญมักมาพร้อมกับผลกำไรมหาศาลเสมอ ท่านเฉียน..." เหม่ยอิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงอำนาจ นางปลดหมวกคลุมศีรษะออกเล็กน้อยเผยให้เห็นใบหน้างดงามสะท้านฟ้าที่โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิด ดวงตาสุกสกาวดั่งดวงดาวในคืนเดือนแรมกวาดมองประเมินคู่สนทนาในเสี้ยววินาที "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อตั๋วปันส่วนแป้งสาลี หรือเศษเหล็กขึ้นสนิม แต่ข้าต้องการบัญชีลับการจัดสรรวัตถุดิบโลหะของกระทรวงอุตสาหกรรมรอบไตรมาสที่ผ่านมา"
เฉียนฮ่าวสะعدเล็กน้อย รอยยิ้มฝืดเฝื่อนปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณหนูหลิน... หรือควรเรียกว่าฮูหยินเฉินดีเล่า? ท่านช่างเจาะจงในสิ่งที่ใหญ่เกินตัว ข้อมูลชุดนั้นเป็นของร้อน ยิ่งกว่าไฟบรรพ์กัลป์ หากพรรคพวกของรองเลขาธิการหวังล่วงรู้ว่าข้าเป็นผู้ขาย มีหวังหัวของข้าคงได้ไปประดับอยู่บนเขียงหมูในตลาดสดพรุ่งนี้เช้าเป็นแน่"
เหม่ยอิงไม่สะทกสะท้าน นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำชา หยิบถ้วยกระเบื้องบิ่นๆ ขึ้นมาพิจารณาราวกับมันคืองานศิลปะล้ำค่า "หัวของท่านมีราคาเท่าไหร่ ท่านเฉียน? ห้าพันหยวน? หรือหมื่นหยวน?..." นางเว้นจังหวะ ปรายตามองชายตรงข้ามด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "แต่ถ้าท่านร่วมมือกับตระกูลเฉิน ท่านไม่เพียงแต่จะได้เงินทองจนใช้ไม่หมดสิ้น แต่อำนาจในการปกป้องตัวเองจากเงื้อมมือของรองเลขาธิการหวัง... ข้าก็สามารถมอบให้ท่านได้เช่นกัน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงฝีเท้าของผู้คนในตลาดมืดด้านนอกเบาบางลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของเฉียนฮ่าว ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีถึงกิตติศัพท์ความเหี้ยมเกรียมและเด็ดขาดของเฉินเฟยหลง และในขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงความเฉียบคมดั่งคมมีดซ่อนในสำนวนภาษาของสตรีตรงหน้า นางมิใช่เพียงภรรยาในห้องหอ แต่คือกุนซือผู้ทรงภูมิปัญญาที่น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ
"ตกลง..." เฉียนฮ่าวเอ่ยเสียงสั่นเครือ ควAมโลภและสัญชาตญาณเอาตัวรอดเข้าครอบงำ เขายื่นมือสั่นเทาหยิบสมุดปกหนังสีดำเก่าคร่ำครึออกมาจากใต้พรมปูพื้น "นี่คือบัญชีลับ... แต่มีเงื่อนไข ท่านต้องออกจากเมืองนี้ภายในรุ่งสาง เพราะพวกของหวังเจี๋ยกำลังออกตามล่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสารชุดนี้อย่างพลิกแผ่นดิน"
เหม่ยอิงยื่นมือไปรับสมุดเล่มนั้นอย่างนิ่มนวล นิ้วเรียวเปิดหน้ากระดาษอ่านผ่านตาอย่างรวดเร็ว ความทรงจำอันเป็นเลิศและทักษะการวิเคราะห์ขั้นสูงทำให้นางจดจำตัวเลขและรายชื่อทั้งหมดได้ภายในพริบตาเดียว รอยยิ้มพึงใจผุดขึ้นที่มุมปาก ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะเก็บสมุดลงในกระเป๋าเสื้อ...
*แกร๊ก!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ดังขึ้นจากตรอกมืดทิศทางทางเข้าตลาด เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาถึงของอาวุธปืนและอาวุธครบมือ แสงไฟฉายสาดส่องกราดเข้ามาในห้องแคบๆ จนสว่างวาบราวกับกลางวัน
"ห้ามขยับ! ตำรวจฝ่ายวินัยและกองกำลังพิเศษล้อมไว้หมดแล้ว!" เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความเหี้ยมเกรียมดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ก้าวเข้ามาขวางประตูทางออกไว้ทุกด้าน
เฉียนฮ่าวหน้าซีดเผือกจนแทบเป็นลมล้มพับลงกับพื้น ร้องคร่ำครวญด้วยความหวาดกลัว "ตายแน่... พวกมันรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ที่นี่!"
หลินเหม่ยอิงยังคงยืนนิ่งสงบ นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังร่างของนายทหารยศสูงที่ก้าวทะลุผ่านกลุ่มควันบุหรี่เข้ามา ใบหน้าคมคายดุดันที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟฉาย—เฉินเฟยหลง!
ทว่าแววตาที่เขามองมามิได้มีความอ่อนโยนดั่งเช่นสามีผู้ห่วงใยภรรยา กลับเต็มไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง และประกายไฟแห่งความกริ้วโกรธที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
"เก่งมากภรรยาข้า..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความดุดัน ท่ามกลางกระบอกปืนนับสิบกระบอกที่หันตรงมายังทิศทางที่นางยืนอยู่ "กล้าดีอย่างไร ถึงแอบลักลอบออกมาเดินหมากกระดานใหญ่โดยไม่บอกกล่าว แม้แต่กองกำลังรักษาดินแดนข้ายังต้องระดมพลมาล้อมจับเจ้าถึงรังโจรแห่งนี้... ดูท่าค่ำคืนนี้ ข้าคงต้องลงทัณฑ์เจ้าให้หลาบจำในห้องหอเสียแล้วกระมัง?"
---
**ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมร้อยเรียงเล่ห์กลอันงดงามนี้เคียงข้างกันนะคะ**
กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 11
ตลาดมืดและการเจรจา
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!