รอยหมึกสีชาดบนฎีกาลับยังไม่ทันแห้งสนิทดี เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ย่างสามขุมเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้เนื้อหอม หลินเหม่ยอิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เธอต้องพลิกฟื้น นางเพียงแต่ตวัดพู่กันเขียนตัวอักษรจีนตัวสุดท้ายอย่างบรรจง ท่วงท่าสง่างามดั่งหงส์เหิน ท่ามกลางบรรยากาศในห้องทำงานที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ
"ท่านอ๋อง... เอ๊ย ประธานเฉิน มีธุระอันใดกับเอกสารชุดนี้ถึงได้เร่งรีบมาด้วยตนเองเจ้าคะ" เหม่ยอิงเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรอยยิ้มเยွาะในที นางจงใจใช้สรรพนามโบราณเพื่อหยอกล้อชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในยุคตื่นทองนี้
เฉินเฟยหลงไม่ตอบคำถาม สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองร่างระหงในชุดกี่เพ้าประยุกต์สีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นเงิน เนื้อผ้าไหมชั้นดีแนบเนื้อขับเน้นทรวดทรงอรชรให้โดดเด่นอย่างน่ามอง เขาย่างก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นอายบุรุษเพศอันเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ซ่านจนเหม่ยอิงต้องผละสายตาจากกระดาษตรงหน้า
"เจ้าจงใจทิ้งร่องรอยการตรวจสอบบัญชีนั่นไว้ให้ฉันเห็น... หลินเหม่ยอิง เจ้ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านเส้นผมที่เกล้าไว้อย่างประณีตด้วยปิ่นหยกขาว
เหม่ยอิงผุดลุกขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตสุกสกาวดั่งดวงดาราในคืนเดือนมืดสบประสานกับนัยน์ตาดุดันของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ปัญญาชนจากวังหลวงผู้ทะลุมิติมาสู่ยุคเปลี่ยนผ่านอย่างนางย่อมรู้ดีว่า ความอ่อนแอคือจุดจบ ในเมื่อเฉินเฟยหลงเลือกที่จะใช้ความเย็นชาเข้าหา นางก็จะใช้สติปัญญาเชือดเฉือนเขากลับเช่นกัน
"เกมอำนาจที่ท่านเล่นอยู่ ฉันเพียงแค่เข้าไปช่วยจัดระเบียบให้มันเข้าที่เข้าทางขึ้นเท่านั้นเองค่ะ ประธานเฉิน" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในแพรไหม "หรือว่า... ความจริงแล้วท่านไม่ได้กลัวว่าฉันจะทำลายงานของท่าน แต่ท่านกำลังกลัวว่าหัวใจของตัวเองต่างหาก ที่จะต้านทานฉันไม่ไหว"
บรรยากาศในห้องพลันเงียบงัดลงทันตรักษ์ เฉินเฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกไหววับชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามาหลายปีจากการแย่งชิงอำนาจในตระกูลขุนนางเก่า บัดนี้กลับเต้นรัวอย่างผิดจังหวะยามเมื่อสตรีตรงหน้าจ้องมองมา สัมผัสจากความใกล้ชิด ความฉลาดเฉลียวที่ยากจะหาผู้ใดเทียบ และความกล้าหาญที่ท้าทายอำนาจของเขา เริ่มกัดเซาะกำแพงน้ำแข็งในอกของเฉินเฟยหลงทีละน้อยอย่างเงียบเชียบ
มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้เพื่อลงโทษคนอวดดี ทว่าเหม่ยอิงกลับไวกว่า นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างงดงาม พร้อมกับยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบเบาๆ ดวงตาคู่สวยพินิจพิจารณาปฏิกิริยาของเขาอย่างรู้ทัน
ในจังหวะที่ความเงียบกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเลขาคนสนิทที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยใบซีดเผือด
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... เอกสารลับโครงการประมูลที่ดินฝั่งตะวันตก ถูกส่งถึงมือคู่แข่งทางการค้าเรียบร้อยแล้วครับ!"
เฉินเฟยหลงหันขวับไปมองเลขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองหลินเหม่ยอิงที่ยังคงจิบชาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น รอยร้าวในความเยือกเย็นของเขาพังทลายลงในพริบตา... หรือนี่คือหมากตานั้นที่นางวางไว้เพื่อทดสอบหัวใจและอำนาจของเขากันแน่?
ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมร้อยเรียงเล่ห์กลอันงดงามนี้เคียงข้างกันนะคะ
กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 10
รอยร้าวในความเยือกเย็น
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!