เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูใจกลางมหานครเซี่ยงไฮ้ยุคแปดศูนย์ ช่างดังก้องกังวานเสียจนบาดแก้วหู หากแต่สำหรับหลินเหม่ยอิงแล้ว เสียงเหล่านั้นเป็นเพียงฉากหน้าที่ถูกฉาบด้วยคราบน้ำกามและหยาดน้ำตาของผลประโยชน์
ชุดกี่เพ้าผ้าไหมปักลายหงส์คู่ดิ้นทองแท้แนบเนื้อขับเน้นทรวดทรงองเอวให้อรชรและสง่างามดั่งพญาหงส์ผู้ทรงศักดิ์ เส้นผมสีดำสนิทถูกเกล้าเป็นมวยสูงประดับด้วยปิ่นหยกขาวโบราณล้ำค่า—มรดกชิ้นสุดท้ายที่นางนำติดตัวข้ามมิติเวลามาด้วย ดวงตาหงส์คู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ขณะกวาดสายตามองผ่านม่านควันจางๆ ของซิการ์ราคาแพงและแก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงชั้นเลิศ
งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจเหล็กกล้าครั้งประวัติศาสตร์กำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่น ทว่าภายใต้รอยยิ้มพาสเทลและคำอวยพรหวานหู เหม่ยอิงกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความตายที่ลอยอบอวลปะปนมากับกลิ่นน้ำหอมฝรั่งเศส
"คุณหนูหลิน ช่างน่ายินดีเสียจริงที่การลงทุนลอตใหญ่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี... ดื่มแก้วนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ความร่วมมือของเราเถอะค่ะ"
น้ำเสียงแหลมสูงที่แฝงแววเย้ยหยันดังขึ้นตรงหน้า เจ้าของเสียงคือ "เฉินฮุ่ยหลิง" หญิงสาวผู้เป็นบุตรสาวนอกสมรสของตระกูลเฉิน คู่แข่งทางการค้าที่จ้องจะโค่นล้มเฉินเฟยหลงมาโดยตลอด หลอดแก้วคริสตัลใสในมือของอีกฝ่ายบรรจุของเหลวสีแดงเข้ม ทว่าประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของอดีตกุนซือวังหลวงผู้ผ่านศึกสงครามการเมืองมาโชกโชน กลับได้กลิ่นฉุนบางเบาของ "ผงหงส์พันลี้" ยาพิษโบราณที่ออกฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัวภายในสามลมหายใจ ซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้กลิ่นฟรุตตี้ของไวน์
เหม่ยอิงไม่ขยับเขยื้อn รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น นางมิใช่สตรีอ่อนแอในยุคสมัยนี้ที่จะยอมให้ผู้ใดมาหยิบยื่นความตายให้อย่างง่ายดาย
"ขอบใจในความหวังดีของคุณเฉินนะคะ" เหม่ยอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานและทรงอำนาจจนอีกฝ่ายชะงัก "แต่ทว่า... แพทย์ประจำตัวของฉันเพิ่งกำชับว่า ช่วงนี้ธาตุไฟในกายไม่สมดุล ควรหลีกเลี่ยงของมึนเมา... หรือว่า... คุณเฉินมีความปรารถนาดีเป็นพิเศษ อยากให้ฉันลิ้มลองรสชาติอันล้ำค่าแก้วนี้เสียเหลือเกินเล่าคะ?"
บรรยากาศรอบโต๊ะวีไอพีพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น แขกเหรื่อผู้ทรงอิทธิพลต่างหยุดบทสนทนาแล้วหันมามองเป็นตาเดียว เฉินฮุ่ยหลิงหน้าถอดสีเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ก่อนจะฝืนหัวเราะกลบเกลื่อน
"คุณหนูหลินพูดล้อเล่นไปแล้วค่ะ ฉันจะมีเจตนาอื่นใดได้อย่างไรกันเล่าคะ ก็แค่..."
"แค่ต้องการทดสอบดูว่า... ข้า... จะกล้าดื่มยาพิษที่เจ้าบรรจงปรุงขึ้นเองกับมือหรือไม่... ใช่หรือไม่เล่า?"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน พร้อมทั้งการใช้สรรพนามโบราณที่หลุดลอดออกมาด้วยความจงใจ ทำให้เฉินฮุ่ยหลิงสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เหตุไฉนสตรีผู้นี้จึงรู้ทันแผนการ ทั้งที่นางแอบหยดพิษลงไปตอนที่ทุกคนกำลังสนใจการแสดงบนเวที!
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น แสงไฟในห้องจัดเลี้ยงก็หรี่ลงวูบหนึ่ง ประตูบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป ทว่าแผ่รังสีความเยือกเย็นดุจพญายมราชผู้ครองบัลลังก์ก้าวเข้ามา ท่วงท่าการเดินนั้นองอาจและทรงพลังราวกับฮ่องเต้ผู้เสด็จประพาสสนามรบ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องเพียงแวบเดียว ก็ทำให้บรรดาเจ้าพ่อและนักธุรกิจชื่อดังต่างพากันก้มหัวให้อย่างนอบน้อมโดยอัตโนมัติ
"เฉินเฟยหลง..." เหม่ยอิงพึมพำชื่อสามีในนามของนางเบาๆ หัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
ชายหนุ่มก้าวย่างเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างกายภารยาสาว ฝ่ามือหนาและอุ่นจัดเอื้อมมาโอบรอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคงและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นประสาท
"ภรรยาของฉัน... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แม้แต่ปลายเส้นผม"
เฉินเฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงจิตสังหารรุนแรงจนเฉินฮุ่ยหลิงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น เขาไม่ได้ปรายตามองหญิงสาวผู้คิดร้ายเลยแม้แต่น้อย สายตาคมดุจเหยี่ยวกลับจ้องมองไปยังถ้วยไวน์อาบยาพิษในมือของอีกฝ่าย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"ดื่มสิ..." เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราวดั่งประกาศิตจากขุมนรก "ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์ตระเตรียมเครื่องดื่มต้อนรับภรรยาของฉันอย่างประณีตถึงเพียงนี้ ถ้าไม่ดื่ม... เกรงว่าจะเสียน้ำใจน้ำพักน้ำแรงของตระกูลเฉินสาขารองกระมัง?"
เฉินฮุ่ยหลิงสั่นเทาไปทั้งร่าง น้ำตาซึมด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางรู้ดีว่าหากฝืนดื่มเข้าไป นางคงต้องตายตกตามกันในค่ำคืนนี้อย่างแน่นอน
เหม่ยอิงปรายตามองภาพตรงหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงหมากตาแรกที่พวกมันใช้หยั่งเชิงเท่านั้น สงครามในเรือนหลังและเกมอำนาจในโลกธุรกิจยุคตื่นทองนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงเท่านั้น
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านหลังก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษปริศนาในชุดคลุมโบราณสีดำสนิท—ชุดที่ขัดแย้งกับยุคสมัยปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง
ชายแปลกหน้าผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เผยให้เห็นริมฝีปากหยักลึกที่แย้มยิ้มอย่างลึกลับ เขายกจดหมายผนึกด้วยครั่งสีแดงสดขึ้นชูไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานที่สะท้อนก้องไปทั่วห้อง
"ทูลท่านอ๋อง และพระชายา... ราชโองการลับจากเมืองหลวง... มาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ
กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 12
แผนการร้ายในเรือนรับรอง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!