กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 5

ก้าวแรกสู่เมืองใหญ่

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นหอมบางเบาของหมึกซวนจื่อชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณในห้องทำงานลับ คล้ายกำลังกรีดลึกลงไปในโสตประสาทของเฉินเฟยหลงจนแทบหยุดหายใจ ปิ่นปักผมหยกเนื้ออุ่นชิ้นนั้นยังคงนอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อย สลักเสลาด้วยลายเส้นอักษรคำว่า ‘เหม่ยอิง’ ที่เขาจำได้แม่นยำแม้กาลเวลาจะผันผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ในยุคสมัยที่บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนผ่านจากความรกร้างสู่ความเจริญรุ่งเรืองทางอุตสาหกรรม ผู้คนต่างวิ่งไล่คว้าหาเงินตราและอำนาจ แต่วิญญาณของอดีตยอดกุนซือหญิงในร่างของสตรีสาวยุคเจ็ดศูนย์อย่างหลินเหม่ยอิง กลับกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าประตูบานใหญ่ที่กั้นระหว่างความยากลำบากกับความยิ่งใหญ่ในตัวเมืองอันตະລายแห่งนี้ "ก้าวแรกในเมืองหลวงย่อมโรยด้วยหนามกุหลาบเสมอ หากไร้ซึ่งคมดาบซ่อนเร้นในรอยยิ้ม เกรงว่าคงกลายเป็นเพียงธุลีดินใต้รองเท้าของพวกนายทุนใหญ่เป็นแน่ค่ะ" เหม่ยอิงพึมพำกับตนเองเบาๆ ขณะยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องพักรับรองราคาแพงริมถนนสายหลักของเมือง เธอสวมชุดเสื้อผ้าฝ้ายตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูปตามสมัยนิยม ทว่าแฝงกลิ่นอายความสง่างามเยือกเย็นแบบสตรีในราชสำนักโบราณ เส้นผมสีดำสนิทถูกเกล้าขึ้นด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีที่มองทะลุปรุโปร่งถึงกลยุทธ์การค้าและการเมืองท้องถิ่นที่กำลังเชือดเฉือนกันอย่างลับๆ ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานใหญ่ของกลุ่มอุตสาหกรรมเฟยหลง เฉินเฟยหลงไม่อาจสงบจิตใจลงได้ ปลายนิ้วเรียวยาวกุมปิ่นหยกในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาคมปลาบกวาดมองรายงานการสืบสวนบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งอย่างไม่ใส่ใจนัก ในหัวของเขามีเพียงเงาร่างของสตรีผู้ฉลาดล้ำลึกคนนั้น—สตรีผู้ซึ่งหายสาบสูญไปพร้อมกับความลับอันดำมืดของราชสำนักเมื่อสิบปีก่อน และบัดนี้ ร่องรอยของนางกำลังนำพาเขากลับเข้าสู่เกมอำนาจที่เขาพยายามหลบหนีมาตลอด "ท่านประธานครับ ทางการท่าเรือรายงานว่ามีตู้สินค้าปริศนาถูกส่งมาจากเขตชนบท โดยมีชื่อผู้รับปลายทางคือ... หลินเหม่ยอิง ครับ" เลขาส่วนตัวก้าวเข้ามาายรายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง เฉินเฟยหลงเงยหน้าขึ้นทันที แววตาเยือกเย็นดุร้ายราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ได้กลิ่นอายเหยื่อ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "หลินเหม่ยอิงอย่างนั้นหรือ... กล้าดียังไงถึงเหยียบเข้ามาในอาณาเขตของฉัน" เสียงทุ้มต่ำรlลอดไรฟันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธเกรี้ยว โหยหา และท้าทายในคราเดียวกัน ย้อนกลับมาที่ย่านการค้าใจกลางเมือง เหม่ยอิงก้าวลงจากรถบรรทุกสินค้าคันเก่าด้วยท่าทีสง่างามราวกับกำลังเสด็จประพาสอุทยานหลวง สายตาของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นต่างจับจ้องมาที่สตรีแปลกหน้าผู้มาพร้อมกับความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว นางไม่ได้นำพาต่อสายตาริษยาหรือการดูแคลน สิ่งที่นางถือครองอยู่คือแผนผังเศรษฐกิจและการคาดการณ์ความเคลื่อนไหวล่วงหน้าสามก้าว ซึ่งเป็นอาวุธที่คมกริบยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ในยุคตื่นทองนี้ "เปิดร้านค้าของเราได้ค่ะ" นางเอ่ยสั่งลูกน้องเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดและทรงอำนาจยิ่ง ทว่า ในวินาทีที่ป้ายชื่อร้านค้าถูกชูขึ้น ทันใดนั้นรถยนต์ซีดานสีดำสนิทนับสิบคันก็แล่นเข้ามาจอดปิดล้อมถนนเบื้องหน้าอย่างไร้ซุ่มเสียง ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษที่ก้าวลงมาด้วยรัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัว เฉินเฟยหลงยืนเผชิญหน้ากับเหม่ยอิงโดยมีระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของทั้งคู่ราวกับหยุดชะงักลงเมื่อสายตาประสานกัน ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม มีเพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซาน "พบกันจนได้นะ... ยอดกุนซือของฉัน" เฉินเฟยหลงเอ่ยเสียงพร่า ประโยคสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์อันเชี่ยวกราก ขณะที่ปลายนิ้วของเขายังคงซ่อนปิ่นหยกสลักชื่อของนางไว้ในกระเป๋าเสื้อแนบอกอย่างแนบเนียน ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%