เสียงถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามที่กระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดในห้องโถงรับรอง กลิ่นอายของใบชาหลงJingเกรดพรีเมียมลอยกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของบุรุษผู้กุมอำนาจเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยนี้
เฉินเฟยหลงปรายตามองสตรีผู้เยื้องย่างเข้ามาด้วยท่าทีอ่อนระโหยโรยแรง นางสวมชุดคลุมไหมปักลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์ ขับเน้นให้ผิวพรรณดูขาวซีดราวกระเบื้องเคลือบไร้ตำหนิ ทว่ารอยยิ้มที่ประดับอยู่บนเรียวปากคู่นั้นกลับบางเบาราวกับภาพลวงตาที่พร้อมจะสลายไปได้ทุกเมื่อ
"ดูท่าทางอาการป่วยไข้ของเจ้าจะไม่ทุเลาลงเลยสินะ, เหม่ยอิง" น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างไม่ปิดบังความระแวงระวัง
หลินเหม่ยอิงแสร้งทำเป็นไอเบาๆ สองครั้ง ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำหญ้าคาแตะลงที่ขมับราวกับคนกำลังปวดศีรษะอย่างหนัก นางช้อนสายตาขึ้นมองเขา แววตาคู่นั้นทั้งอ่อนแอและเปราะบางเสียจนบุรุษใจหินเช่นเขายังต้องชะงักไปชั่วขณะ
"เรียนท่านอ๋อง... หม่อมฉันเพียงแต่พักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้นเพคะ ช่วงนี้บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนผ่าน เรื่องราวในสำนักงานอุตสาหกรรมก็มากมายจนหม่อมฉันไม่อาจละเลยได้..." น้ำเสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ราวกับกิ่งไม้เปราะบางที่ต้องเผชิญกับลมพายุใหญ่
นี่คือหมากตบตาที่นางจงใจวางลงไป
ในยุคตื่นทองที่ผู้คนต่างห้ำหั่นกันด้วยผลประโยชน์และอำนาจ การแสดงออกถึงความเข้มแข็งมีแต่จะดึงดูดคมดาบจากศัตรูในเงามืดให้พุ่งเข้าใส่ แต่การแสดงความอ่อนแออย่างมีศิลปะ... กลับเป็นบ่วงบ่วงดักเสือชั้นดีที่ทำให้อริราชศัตรูตายใจและเดินเข้ามาติดกับด้วยความประมาท
เฉินเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณของนักล่าบอกเขาว่าสตรีตรงหน้ามิได้ไร้พิษสงดังรูปกายภายนอก ทว่าท่าทางที่ดูราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อนี้ กลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างในอกของเขาไหววับอย่างควบคุมไม่ได้ เขาก้าวเข้าไปใกล้ รัศมีความกดดันแผ่ซ่ายดั่งพยัคฆ์ร้าย "เจ้ากำลังเล่นเกมอันใดอยู่กันแน่, หลินเหม่ยอิง? ข้ารู้จักเจ้าดี... สตรีที่สามารถวางแผนโค่นอำนาจตระกูลเก่าได้ภายในสามเดือน ไม่มีทางที่จะล้มป่วยลงด้วยเรื่องเพียงแค่นี้"
หลินเหม่ยอิงแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความคมกริบไว้ภายใต้หน้ากากความอ่อนแอ นางขยับตัวเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายหอมละมุนของดอกเหมยโชยเข้าจมูกเขา
"ท่านอ๋องทรงระแวงหม่อมฉันมากเกินไปแล้วเพคะ... คนเราย่อมมีวันที่ร่วงโรย รากฐานที่เคยแข็งแกร่ง หากินกับสายลมและหยาดฝนมานานวัน ย่อมมีสักวันที่ลำต้นต้องผุกر่อนจากภายใน..." นางเว้นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนปกเสื้อคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองของเขาเบาๆ ราวกับลูบคมมีดที่พาดอยู่บนลำคอตัวเอง "ท่านอยากเห็นหม่อมฉันอ่อนแอไม่ใช่หรือเพคะ? ในเมื่อทุกคนต่างต้องการเหยียบย่ำสตรีที่ไร้อำนาจ... หม่อมฉันก็แค่มอบสิ่งที่พวกเขากำลังไขว่คว้าให้... เพื่อรอเวลาให้พวกมันเดินตกลงมาในหลุมพรางที่ขุดไว้ด้วยความโลภเอง"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวกริชอาบยาพิษ ทว่าเอื้อnออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน เคมีระหว่างคนทั้งสองระอุขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด เฉินเฟยหลงไม่ถอยหนี เขากลับเอื้อมมือหนาขึ้นโอบรอบเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นสะท้อนความดุดันและหวงแหนในคราวเดียวกัน
"หากเจ้ายอมเล่นละครฉากนี้เพื่อล่อเหยื่อ... เจ้าก็ต้องแน่ใจด้วยว่า เหยื่อตัวนั้นจะไม่ย้อนกลับมาขย้ำเจ้าเสียเอง" เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหู ทำให้หัวใจของหลินเหม่ยอิงกระตุกวูบไปชั่วขณะ ทว่านางยังคงรักษาความนิ่งสงบไว้ได้ภายใต้ใบหน้าที่ซีดเซียว
ในขณะที่เกมกำลังดำเนินไปถึงจุดเข้มข้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีสนับสี่ก็ดังขึ้นจากนอกประลองห้องโถง ตามมาด้วยเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกที่ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนสีไปในพริบตา
"รายงานท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการลับจากท้องพระโรงด่วนที่สุด... กองกำลังตรวจGuanฝ่ายในถูกส่งเข้าปิดล้อมสำนักงานอุตสาหกรรม และเป้าหมายแรกที่พวกเขาต้องการตัว... คือใต้เท้าหลิน!"
เฉินเฟยหลงชะงัก ร่างสูงตึงเครียดขึ้นทันที ทว่าเมื่อก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน เขากลับพบว่ารอยยิ้มภายใต้หน้ากากความอ่อนแอของหลินเหม่ยอิงในตอนนี้... กำลังแย้มกว้างขึ้นอย่างเยือกเย็นและงดงามราวกับดอกไม้พิษที่ผลิบานในยามราตรี
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งเกมอำนาจนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 19
รอยยิ้มภายใต้หน้ากาก
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!