กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 15

การปฏิรูปที่ต้องแลก

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"หากท่านผู้ว่าการมณฑลยังคงมองการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเพียงการขูดรีดภาษีจากชาวนาและแรงงานทอผ้าเฉกเช่นในราชธานีโบราณ... เกรงว่าเก้าอี้ใต้ร่างของท่านคงจะร้อนเสียจนนั่งไม่ติด ก่อนที่แผนปฏิรูปฉบับนี้จะทันได้ประกาศใช้เสียด้วยซ้ำค่ะ" สุ้มเสียงราบเรียบเยือกเย็น ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้งของหลินเหม่ยอิง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงประชุมใหญ่ของสำนักงานอุตสาหกรรมมณฑล กลิ่นอายของกระดาษสมุดบัญชีเก่าคร่ำครึและหมึกจีนราคาถูกลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นบุหรี่ฉุนกึกของกลุ่มข้าราชการเก่า นัยน์ตาเรียวรีดุจหงส์ของนางกวาดตามองเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดสูทจีนสีเทาหม่นที่กำลังนั่งหน้าตึงเครียดด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาแกมระอาใจ บนโต๊ะไม้มะฮอกกانيขนาดยักษ์ แผนผังโครงสร้างการค้าและการผลิตระดับมณฑลที่เหม่ยอิงใช้เวลาสามคืนสามวันในการร่างขึ้นด้วยลายมือพู่กันจีนอันวิจิตรบรรจง ถูกกางแผ่หลาอยู่เบื้องหน้า ทุกตัวอักษรและเส้นสายแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำเกินกว่ายุคสมัยตื่นทองในทศวรรษที่แปดนี้ไปไกลโข นางไม่ได้มาที่นี่เพื่อร้องขอความเมตตาจากพวกเขานะคะ แต่นางมาเพื่อ 'ยึดกุม' เส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของดินแดนภาคใต้แห่งนี้ต่างหาก เฉินเฟยหลง ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวใหญ่ที่สุดตรงหัวโต๊ะ ปรายตามองภรรยาคู่ชีวิตด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ภายใต้ใบหน้าคมคายดุจเทพสงครามผู้เย็นชาและไร้ความปรานี มีร่องรอยของความพึงพอใจและประกายความภาคภูมิใจพาดผ่านนัยน์ตาดำขลับวูบหนึ่ง เสื้อโค้ทขนสัตว์สีดำสนิทที่เขาพาดไว้บนพนักพิงขับเน้นให้ไหล่กว้างนั้นดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น เขายกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้เหม่ยอิงเป็นผู้บัญชาการสมรภูมิทางปัญญานี้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเอ่ยปากแทรกแซงแม้แต่ครึ่งคำ "คุณหลิน... พูดเช่นนี้ดูจะดูถูกพวกเราที่บริหารมณฑลนี้มานานเกินไปกระมัง!" นายพลจ้าว ข้าราชการอาวุโสผู้กุมอำนาจกองกำลังรักษาความปลอดภัยท้องถิ่นตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าอูบอิ่มแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว "นโยบายของพรรคส่วนกลางเน้นย้ำเรื่องความมั่นคงทางเสบียงและการผลิตจากโรงงานรัฐ คุณเป็นเพียง... เป็นเพียงสตรีที่ติดตามท่านเฉินมา ถึงกล้าเสนอให้ยุบเลิกการควบคุมราคาแล้วปล่อยให้เอกชนแข่งขันกันเสรีเช่นนี้! นี่มันแนวทางทุนนิยมปอนๆ ที่รังแต่จะสร้างความเหลื่อมล้ำ!" เหม่ยอิงมิได้สะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาฤดูใบไม้ผลิ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยพิษร้ายแรงที่พร้อมปลิดชีพผู้คนได้ในพริบตา นางค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ชุดกี่เพ้าผ้าไหมสีเขียวมรกตปักลายกิ่งเหมันต์แนบลำตัวเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอันสง่างาม ท่าทางการเคลื่อนไหวเยื้องกรายราบนางพญาทำให้เหล่าข้าราชการชายในห้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว "ท่านนายพลจ้าวมีความรู้ความสามารถ น่าเสียดายที่สายตากลับสั้นมองเห็นแต่ปลายจมูกของตนเองค่ะ" เหม่ยอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดลึก "ท่านพูดถึงความมั่นคง... แต่ชาวนาในอำเภอทางใต้กลับต้องเผชิญกับภาวะข้าวยากหมากแพง ผลผลิตล้นตลาดจนเน่าคาต้นเพราะระบบขนส่งและผูกขาดโควตาที่ล้าหลัง โรงงานทอผ้าของรัฐขาดทุนย่อยยับจนต้องค้างจ่ายค่าแรงคนงานมาสามเดือนเต็ม นี่หรือคะคือความมั่นคงที่ท่านภาคภูมิใจนักหนา?" นางยื่นนิ้วเรียวยาวดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้มเอกสาร แล้ววางลงตรงหน้าชายวัยกลางคนผู้รับผิดชอบด้านการเกษตร "แผนพัฒนาเศรษฐกิจระดับมณฑลที่ดิฉันเสนอในวันนี้ ไม่ใช่การทำลายระบบ... แต่เป็นการ 'ผ่าตัดใหญ่' เพื่อต่อลมหายใจให้มณฑลนี้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการค้าเสรีแห่งแรก เราจะใช้ระบบภาษีแบบใหม่ เปิดทางให้เอกชนที่มีศักยภาพเข้ามาประมูลเส้นทางการขนส่ง และที่สำคัญที่สุด..." นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย กวาดสายตาคมกริบมองทุกคนทีละคน "เราจะเปลี่ยนพื้นที่รกร้างทางตะวันตกให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ... โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมในเครือของท่านเฉินเป็นหัวหอกสำคัญ" สิ้นคำกล่าวนี้ ห้องประชุมทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า เหล่าข้าราชการต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก พวกเขารู้ดีว่าข้อเสนอของเหม่ยอิงนั้นทรงพลังและแก้ปัญหาได้ตรงจุดราวกับยาขนานเอก ทว่ามันกลับสั่นคลอนผลประโยชน์และอำนาจมืดที่พวกเขาเคยหล่อเลี้ยงกันมาหลายชั่วอายุคน หากแผนนี้ผ่าน... อิทธิพลของพวกเขาก็จะมลายหายไปสิ้น "คุณหลิน... คุณกำลังเล่นกับไฟนะ" เลขาธิการพรรคประจำมณฑลผู้เงียบมานาน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยียบ นัยน์ตาหรี่มองนางอย่างระแวดระวัง "การดึงทุนต่างชาติเข้ามา และให้เอกชนมีอำนาจต่อรองเหนือรัฐเช่นนี้... ทางพรรคส่วนกลางจะว่าอย่างไร? คุณไม่กลัวข้อหาขายชาติหรือ?" เฉินเฟยหลงที่นั่งเงียบมาตลอด ในที่สุดก็ขยับกาย เขาววางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กริ๊ก' สุ้มเสียงทุ้มต่ำดุจก้อนน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนทุกคนแทบหยุดหายใจ "เรื่องของส่วนกลาง... เดี๋ยวฉันจัดการเอง สิ่งที่พวกคุณต้องทำในตอนนี้ มีเพียงแค่ลงชื่อในเอกสารอนุมัติฉบับนี้เสีย... หรือถ้าหากใครไม่อยากนั่งเก้าอี้ตัวนี้ต่อแล้ว ฉันก็ยินดีจะส่งคนไปช่วยเก็บข้าวของให้พวกคุณกลับบ้านเกิดตั้งแต่วันนี้เลย" คำพูดเยือกเย็นแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิตสวรรค์ ทำให้ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงอีกแม้แต่ครึ่งคำ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นเลือด เหม่ยอิงยืนเคียงข้างสามี นางปรายตามองเอกสารข้อตกลงที่กำลังจะถูกลงนามด้วยความรู้สึกพึงพอใจ แผนการก้าวสู่จุดสูงสุดของพวกเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงในค่ำคืนนี้ ทว่า... ในวินาทีที่นายพลจ้าวเอื้อมมือไปหยิบปากกาหมึกซึมเพื่อจรดปลายลงบนกระดาษ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยร่างของเลขาคนสนิทของเฉินเฟยหลงที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ "ท่านอ๋อง... คุณชาย..." เลขาหนุ่มหอบหายใจโยนซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มลงบนโต๊ะ "มีโทรเลขด่วนพิเศษจากเมืองหลวง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เฉินเฟยหลงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ขณะที่เหม่ยอิงรีบก้าวเข้าไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนโทรเลขแผ่นนั้น *พระราชโองการลับฉบับใหม่จากสำนักพระราชวัง... สั่งปลดท่านอ๋องออกจากทุกตำแหน่งทางทหาร และให้กุมตัวส่งกลับเมืองหลวงทันทีภายในสามวัน* และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องประชุมด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ทหารอารักขาในเครื่องแบบเต็มยศนับสนายกเดินเรียงแถวเข้ามาปิดล้อมห้องประชุมไว้ทั้งหมด พร้อมกับร่างสูงสง่าของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... ศัตรูทางการเมืองที่ควรจะถูกเนรเทศไปชายแดนเมื่อปีก่อน กำลังก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันบนริมฝีปาก! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%