กลิ่นอายของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามทศวรรษลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงถ่านหินจากนอกหน้าต่างกระจกฝ้า แต่ไม่มีใครในห้องประชุมคณะกรรมการกลางระดับสูงกล้าแม้แต่จะยกถ้วยขึ้นจิบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินขัดดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงกลองศึกที่ประโคมขึ้นเพื่อประกาศการล่มสลายของพันธะสัญญาเก่า
"ท่านรองเลขาธิการจ้าว... ลมหวนอันใดจึงพัดพาให้ท่านหวนคืนสู่ ‘ปักกิ่ง’ เร็วกว่ากำหนดการเนรเทศถึงสามปีเต็มเช่นนี้เล่าคะ"
เสียงหวานใสดังกังวานขึ้นทำลายความเงียบงัน หลินเหม่ยอิงมิได้ขยับกายลุกขึ้นยืนตามมารยาท เธอเพียงแต่ผินพักตร์กลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ รอยยิ้มประดับมุมปากอย่างงดงามทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองร่างสูงในชุดสูทจีนคัตติ้งเนี้ยบแต่กลับติดเข็มกลัดรูปดาวแดงเอียงกระเท่เร่ นั่นคือสัญลักษณ์แห่งความเย่อหยิ่งจองหองที่กาลเวลาและโทษทัณฑ์หาได้ขัดเกลาให้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย
จ้าวไห่หลินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่ถูกหมักบ่มจนเน่าเฟะ เขาเดินตรงไปยังหัวโต๊ะประชุมอย่างไร้ความเกรงใจ ก่อนจะใช้มือหนากดลงบนพนักเก้าอี้ไม้สักทองที่ควรจะเป็นของเฉินเฟยหลง
"เหม่ยอิง... อดีตสตรีผู้เคยถวายฎีกาถอดถอนตระกูลจ้าว จนบัดนี้เจ้าก็ยังคงสามหาวไม่เปลี่ยนพิกัด" จ้าวไห่หลินแค่น The smile ยิ้มเยาะจนเห็นฟันขาว "นึกไม่ถึงกระมังว่าข้าจะรอดพ้นจากเหมืองเกลือที่มณฑลชิงไห่มาได้? น่าเสียดาย... เบื้องบนเขายังเห็นคุณงามความดีเก่าก่อน จึงเมตตาให้ข้ากลับมาช่วย ‘จัดระเบียบ’ การปฏิรูปอุตสาหกรรมในเมืองหลวงแห่งนี้อีกครั้ง โดยเฉพาะ... โครงการร่วมทุนยักษ์ใหญ่ที่สามีของเจ้ากำลังกุมบังเหียนอยู่"
บรรยากาศในห้องประชุมพลันลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง สมาชิกคณะกรรมการคนอื่นๆ ต่างพากันก้มหน้ามองเอกสารตรงหน้า ราวกับว่าตัวอักษรเหล่านั้นกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่น่าสนใจยิ่งกว่าความขัดแย้งตรงหน้า
หลินเหม่ยอิงหาได้สะทกสะท้าน มือเรียวภายใต้ร่มเงาแขนเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายเมฆมงคลยังคงประสานกันไว้อย่างสงบ เธอกำลังใช้สายตาประเมินคู่ต่อสู้รายนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน จ้าวไห่หลินผอมลงมาก โหนกแก้มตอบชัดเจน แววตาลึกลงไปเต็มไปด้วยความกระหายอำนาจที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เขากลับมาพร้อมแบ็กing เบื้องหลังที่ทรงพลังอย่างแน่นอน มิฉะนั้นต่อให้มีเก้าอี้รองเลขาธิการหนุนหลัง เขาก็ไม่มีทางกล้าบุ่มบ่ามเข้ามาในเขตอิทธิพลของตระกูลเฉินกลางมหานครเช่นนี้
"การจัดระเบียบย่อมเป็นเรื่องดีค่ะ" เหม่ยอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทิ่มแทงลึกซึ้งถึงกระดูกดำ "ทว่าสุนัขที่เคยถูกถอดเขี้ยวเล็บจนต้องไปซ่อนตัวเลียแผลที่ชายแดน ต่อให้กลับมาสวมชุดสูทสากล ก็มิอาจกลายเป็นพยัคฆ์โวหารได้หรอกนะคะ ระวังตัวหน่อยเถอะค่ะ... กรงขังที่ท่านเพิ่งคลานหนีออกมา อาจจะต้อนรับการกลับไปรอบสองที่ถาวรกว่าเดิมก็ได้"
"สามหาว!" จ้าวไห่หลินตบโต๊ะเสียงดังสนั่น เอกสารรายงานวิสัยทัศน์การพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ปลิวว่อน "หลินเหม่ยอิง เจ้าคิดว่ามีสามีเป็นถึงเจ้าพ่ออุตสาหกรรมเหล็กกล้าแล้วจะค้ำฟ้ากระนั้นหรือ? ยุคตื่นทองนี้ไม่ใช่ยุคสมัยที่สตรีจะมานั่งชี้ไม้ชี้มือหลังม่านมุ้งอีกต่อไปแล้ว! แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่พวกเจ้ากำลังนำเสนอต่อส่วนกลางในวันนี้... จะต้องถูกพับเก็บเข้าเตาผิง!"
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมด้านหน้า—มิใช่ด้านหลัง—ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงอัดอันทรงพลัง
ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทกันหนาวสีดำสนิทของเฉินเฟยหลินก้าวเข้ามา ไหล่กว้างของเขาประดับด้วยเกล็ดหิมะบางเบาที่ละลายกลายเป็นหยดน้ำ กลิ่นอายความเยือกเย็นดุร้ายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขานั้นทรงพลังเสียจนทำให้จ้าวไห่หลินถึงกับชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวล่วงล้ำเข้ามา
เฉินเฟยหลงไม่แม้แต่จะปรายตาแลจ้าวไห่หลิน เขาก้าวผ่านชายผู้นั้นไปราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุ ขายาวก้าวตรงไปยังเก้าอี้ประธาน ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งอย่างมั่นคง ก่อนจะดึงถุงมือหนังสีดำออกทีละข้างอย่างเชื่องช้า สายตาดุดั่งพญาเหยี่ยวคมกริบกวาดมองเอกสารที่กระจัดกระจาย แล้วจึงเงยขึ้นสบตากับอดีตรองเลขาธิการตระกูลจ้าว
"เมียของข้า... ต่อให้ให้นางนั่งอยู่เหนือบัลลังก์มังกร ก็ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินนี้มีสิทธิ์มาขึ้นเสียงใส่ นางตักเตือนเจ้าด้วยความหวังดี แต่ดูท่าสมองของเจ้าคงจะฝังอยู่ใต้กองเกลือที่ชิงไห่เสียจนกู่ไม่กลับแล้วกระมัง" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดทรงอำนาจจนคนฟังแทบหยุดหายใจ
จ้าวไห่หลินกัดฟันกรอด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "เฉินเฟยหลง! อย่าลำพองใจให้มากนัก! เจ้าคิดว่าอำนาจเงินในมือจะซื้อได้ทุกอย่างกระนั้นหรือ? คราวนี้ส่วนกลางส่งข้ามาเพื่อตรวจสอบบัญชีลับและการลงทุนที่ขัดกับนโยบายพรรคโดยตรง หากพวกเจ้ายังดึงดันจะเสนอวิสัยทัศน์บ้าๆ นี่ต่อไป ทั้งตระกูลเฉินและอนาคตทางการเมืองของเจ้า... จะต้องมอดไหม้เป็นจุล!"
เหม่ยอิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดกี่เพ้าประยุกต์สีน้ำเงินเข้มปักลายด้ายเงินย่างก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างสามี มือเรียววางลงบนบ่ากว้างของเฉินเฟยหลินเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยคและส่งพลังใจให้แก่กัน เคมีของคนทั้งสองสะท้อนความมั่นคงดุจหินผา ท่ามกลางพายุฝนทางการเมืองที่กำลังโหมกระหน่ำ
"ตรวจสอบหรือคะ?" เหม่ยอิงแย้มยิ้มเยาลึกซึ้ง ดวงตาสุกสกาวทอประกายเฉียบคม "เชิญตรวจสอบตามสบายเลยค่ะท่านจ้าว เพราะสิ่งที่เรากำลังจะนำเสนอในอีกสิบนาทีข้างหน้าต่อหน้าคณะกรรมการจากส่วนกลาง... มิใช่แผนการค้าขายทำกำไรทั่วไป"
เธอเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปยังแฟ้มเอกสารปกหนังสีแดงเพลิงที่ถูกวางไว้บนโต๊ะ
"แต่มันคือ ‘แผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ’ ที่ท่านผู้นำสูงสุดทรงลงพระนาม... เอ้ย ลงนามอนุมัติด้วยพระองค์เองเมื่อสามวันก่อน"
สีหน้าของจ้าวไห่หลินแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที ร่างท้วมเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เอกสารลับสุดยอดฉบับนั้น... เหตุใดจึงมาอยู่ในมือของนางได้อย่างไร?
ทว่า ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใดต่อ เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งตามด้วยร่างของเลขาธิการใหญ่ประจำทำเนียบกลางที่เดินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือของเขามีโทรศัพท์สายตรงจากจงnanhai (จงหนานไห่) ที่ถูกส่งต่อมายังห้องประชุมนี้โดยเฉพาะ
"ท่านประธานเฉิน... ท่านรองเลขาธิการจ้าว..." เสียงของเลขาธิการใหญ่สั่นเครือเล็กน้อยขณะส่งเครื่องรับโทรศัพท์ให้ "มีคำสั่งด่วนที่สุดจากส่วนกลาง... ให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของท่านจ้าวไห่หลิน ณ บัดนี้ เนื่องจากพบหลักฐานการทุจริตและฝ่าฝืนคำสั่งพรรคซ้ำซ้อนระหว่างการเนรเทศ"
จ้าวไห่หลินเบิกตากว้างจนแทบถסתออกจากเบ้า ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านราวกับใบไม้ต้องลม หันขวับกลับมามองหน้าหลินเหม่ยอิงที่ยืนสง่างามดั่งเทพเซียนอยู่เบื้องหลังเงาร่างของท่านอ๋องผู้ไร้พ่าย
หลินเหม่ยอิงเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่งดงามหยาดเยิ้ม แต่กลับเยือกเย็นเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอยื่นมือไปหยิบถ้วยชาผู่เอ่อร์ที่ยังคงมีไอควันลอยกรุ่นขึ้นมาจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคนในห้อง
และก่อนที่สติสัมปชัญญะสุดท้ายของจ้าวไห่หลินจะหลุดลอยไป เลขาธิการใหญ่ก็ก้มลงกระซิบข้างหูเขาด้วยประโยคสั้นๆ ที่ทำให้โลกทั้งใบพังทลายลงในพริบตา—
"และ... คำสั่งแต่งตั้งกุนซือพิเศษประจำคณะกรรมการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติ ได้ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว... ผู้ได้รับตำแหน่งคือ สหายหลินเหม่ยอิง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งเกมอำนาจนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 16
บททดสอบจากส่วนกลาง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!