กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 29

สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นกำยานมรกตลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของค่ำคืนในยุคเปลี่ยนผ่าน ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือเรียวบางของหลินเหม่ยอิงจรดลงบนกระดาษสาเนื้อดีอย่างมั่นคง น้ำหมึกสีดำสนิทซึมซาบลงสู่เนื้อกระดาษ ดั่งแผนการอันลึกล้ำที่ถูกวางหมากไว้อย่างรัดกุม ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากของการตื่นทองและการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก หญิงสาวในชุดกี่เพ้าประยุกต์ปักลายเบญจมาศสีทองอร่ามขับเน้นเรือนร่างให้สง่างามระหง แววตาคู่คมกริบดั่งกุนซือผู้ผ่านศึกเหนือสนามรบมาโชกโชนฉายประกายความเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างไม่ปิดบัง "แผนการขั้นสุดท้ายนี้ หากผิดพลาดเพียงก้าวเดียว... ชีวิตของพวกเราทั้งคู่มิแคล้วต้องมลายกลายเป็นธุลีดินบนหน้าประวัติศาสตร์" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน เฉินเฟยหลงก้าวออกมาจากเงาสลัวของผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์ปักลายมังกรห้าเล็บตามธรรมเนียมเก่า สื่อถึงอำนาจล้นมือที่เขากำลังถือครอง ดวงตาคมปลาวาฬคู่นั้นมิได้ทอประกายความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับฉายแววดุดันและลุ่มลึกยามทอดมองสตรีตรงหน้า ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาใกล้ หยิบปลายเส้นผมสีดำสนิทที่เคลียคลออยู่ข้างแก้มเนียนนุ่มขึ้นมาม้วนเล่นอย่างเชื่องช้า สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วตัดกับความเยือกเย็นของสถานการณ์รอบตัวได้อย่างประหลาด "เจ้ากลัวหรือไม่ เหม่ยอิง" น้ำเสียงของเฉินเฟยหลงอ่อนลงยามเอ่ยเอื้อน ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขาไท่ซาน หลินเหม่ยอิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทระนงปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ความกลัวเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับผู้ที่ก้าวขึ้นมาบนกระดานหมากนี้ ท่านอ๋อง... หรือควรเรียกว่าท่านประธานเฉินผู้ทรงอิทธิพลดีล่ะคะ? ในเมื่อพวกเราเดินมาไกลถึงเพียงนี้ การถอยหลังมีค่าเท่ากับการเอาคอไปพาดไว้บนเขียง" นางวางพู่กันลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นลงจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่สอดประสาน เฉินเฟยหลงไม่ลังเลที่จะดึงร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมกอดอันแข็งแกร่ง อ้อมแขนที่เคยโอบอุ้มกองกำลังนับแสนและบنդการเศรษฐกิจครึ่งค่อนประเทศเวลานี้กอดกระชับร่างของนางแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมวิญญาณของพวกAเข้าเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่นอกหน้าต่างกระจกสีสไตล์โคโลเนียล "ไม่ว่าเบื้องหน้าจะเป็นหุบเหวแห่งความตาย หรือกองเพลิงจากการทรยศหักหลัง..." เฉินเฟยหลงกระซิบชิดริมใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำกังวานก้องในความเงียบงัน "ข้า... เฉินเฟยหลง ขอเอาเลือดเนื้อและวิญญาณเป็นเดิมพัน หากเจ้าเลือกที่จะเดินหน้า ข้าก็จะยืนหยัดเคียงข้างคอยกางปีกปกป้องเจ้า ต่อให้ต้องประกาศสงครามกับคนทั้งแผ่นดิน ข้าก็ไม่หวั่นเกรง" หัวใจของหลินเหม่ยอิงกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย สตรีผู้ใช้ปัญญาเชือดเฉือนผู้คนมานับไม่ถ้วนอย่างนาง ในยามนี้กลับพบว่าเกราะกำบังอันแข็งแกร่งที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตนเองตลอดหลายปี ได้พังทลายลงอย่างราบคาบต่อหน้าบุรุษผู้เย็นชาดุร้ายกับคนทั้งโลก แต่กลับอ่อนโยนและมั่นคงดั่งหินผากับนางเพียงผู้เดียว นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง แววตาดุดันฉลาดล้ำแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งอ่อนหวานที่ซ่อนเร้นมานาน มือเรียวบางยกขึ้นสัมผัสโครงหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจากสนามรบเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ "ในเมื่อท่านเอ่ยปากถึงเพียงนี้แล้ว..." หลินเหม่ยอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว ทรงพลัง "หากผลลัพธ์ในวันพรุ่งคือความตาย ข้าและท่าน... ก็จะขอร่วมชะตากรรม เคียงบ่าเคียงไหล่ลงสู่นรกหรือขึ้นสู่สรวงสวรรค์ไปพร้อมกันค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น เฉินเฟยหลงก็ก้มลงประกบเรียวปากหนาเข้ากับกลีบปากนุ่มของนางทันที เป็นจูบที่เปี่ยมด้วยความโหยหา ความรักอันมั่นคง และพันธสัญญาแห่งเลือดที่ร้อยรัดวิญญาณทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน ไร้ซึ่งคำหวานเอียนเลี่ยน มีเพียงรสชาติแห่งอำนาจ การต่อสู้ และความเร่าร้อนของหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศเรือนหลังอันโอ่อ่าแต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการนองเลือดที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันแห่งห้วงรักกำลังโอบกอดทั้งคู่ไว้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่ระเบียงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงทุบประตูปังใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งห้องทำงาน ปัง! ปัง! ปัง! "เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์คนสนิทดังแทรกเข้ามา เฉินเฟยหลงผละริมฝีปากออกจากหลินเหม่ยอิงอย่างไม่รีบร้อน ดวงตาคู่คมตวัดมองไปที่ประตูด้วยแววตานิ่งสนิทดุจน้ำแข็ง หลินเหม่ยอิงจัดเสื้อผ้าและทรงผมของตนเองให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว สติปัญญาอันเฉียบคมกลับมาทำงานเต็มพิกัดในพริบตา รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของกุนซือสาว นางเอื้อมมือไปหยิบแผ่นกระดาษคำสั่งลับที่เพิ่งเขียนเสร็จขึ้นมาม้วนเก็บอย่างเรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยเบาๆ กับชายหนุ่มข้างกาย "ดูท่าว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคงจะมาเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้นะคะ" เฉินเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุร้ายฉายประกายอำมหิต "ให้พวกมันเข้ามา ข้าอยากรู้นักว่า สุนัขรับใช้ตัวไหนที่มีปัญญาอาจหาญมาขัดขวางเส้นทางของเราในคืนนี้" ทว่า... เมื่อประตูไม้แกะสลักถูกผลักให้เปิดออกโดยองครักษ์ บุคคลที่ก้าวล่วงเข้ามาภายในห้องกลับไม่ใช่ทหารมือสังหารของฝ่ายตรงข้ามดังที่คาดคิด แต่เป็นนางกำนัลเฒ่าจากตำหนักใน พร้อมด้วยราชโองการลับสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงไฟวับวับ... และกลิ่นหอมประหลาดของยาพิษสลายวิญญาณที่โชยมาแตะจมูกทันทีที่บานประตูเปิดอ้า! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาเคียงข้างกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%