กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 30

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
เสียงตบโต๊ะไม้หอมเป่ยผิงดังสะท้านก้องห้องรับรองชั้นบนสุดของภัตตาคารจันทราทอแสง แรงกระแทกนั้นทำให้ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลายครามสั่นระริก หยาดน้ำชาสีอำพันกระฉอกลงบนโต๊ะขัดเงาวับจนเกิดเป็นวงน้ำสีชาเข้มข้น "พวกมันคิดว่าตัดท่อน้ำเลี้ยงจากมณฑลเจียงหนานแล้ว ตระกูลเฉินกับเครือข่ายของพวกเราจะล้มลงอย่างนั้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำพี้ เฉินเฟยหลง ในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายเมฆมงคลสีน้ำเงินเข้มขอบดิ้นทอง นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางผ่อนคลายอย่างยิ่งยวด แม้สถานการณ์เบื้องล่างถนนสายการค้าหลักของเมืองหลวงในยุคตื่นทองนี้ จะกำลังระอุด้วยสงครามราคาที่คู่แข่งทางการค้ากลุ่มใหญ่พยายามกดดันบีบคั้น หลินเหม่ยอิง ไม่ได้เอ่ยคำใดในทันที นางยังคงยืนอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างบานกระทุ้งที่แกะสลักลวดลายมงคลอย่างประณีต ปลายน้องเรียวสวยภายใต้ถุงมือผ้าแพรสีขาวนวลกำลังบรรจงจัดกิ่งดอกเหมยในแจกันกระเบื้องเคลือบอย่างใจเย็น ท่วงท่าของนางสง่างามและเยือกเย็นราวกับเทพเซียนที่มองลงมายังมนุษย์ปุถุชน ท่ามกลางความวุ่นวายของเศรษฐกิจยุคเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยกลโกงและการแย่งชิงอำนาจ นางคือผู้กุมหมากตาสําคัญที่ทำให้หอการค้าทั่วทั้งแผ่นดินต้องสะท้าน "ความโง่เขลาของผู้ที่ถือครองอำนาจเก่า มักทำให้พวกเขาตาบอดต่อความจริงข้อหนึ่งเสมอค่ะ... ท่านพี่" หลินเหม่ยอิงหมุนตัวกลับมา รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของนางงดงามจนทำให้แสงสว่างยามบ่ายที่สาดส่องผ่านม่านมู่ลี่ไม้ไผ่ดูหมองลงไปถนัดตา "พวกเขานึกว่านี่คือสงครามการค้าในยุคราชวงศ์เก่า ที่ใครมีเงินทุนหนากว่าและกุมเส้นทางขนส่งทางน้ำได้มากกว่าจะเป็นผู้ชนะ แต่พวกเขาหาได้รู้ไม่ว่า ยุคสมัยนี้... ข้อมูลข่าวสารและความต้องการที่แท้จริงของราษฎรนับล้านต่างหาก คืออำนาจที่แท้จริง" นางก้าวเดินอย่างเชื่องช้า เสียงรองเท้าผ้าปักลายดอกโบตั๋นกระทบกับพื้นไม้ดังแผ่วเบา กลิ่นหอมจางๆ ของชะมดเชียงผสมมวลพฤกษาลอยกรุ่นตามการเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของนางคือการคำนวณอย่างแยบยล แผนการขยายกิจการสิ่งทอและเครื่องจักรกลเกษตรที่หลินเหม่ยอิงซุ่มวางรากฐานมานานแรมปี บัดนี้ได้แตกหน่อขยายกิ่งก้านสาขาออกไปถึงสิบสองมณฑลใหญ่ทั่วประเทศแล้ว การกระจายอำนาจการผลิตและการสร้างเครือข่ายสหกรณ์การค้าท้องถิ่น ทำให้ตระกูลเฉินไม่ต้องพึ่งพาเส้นทางคมนาคมหลักที่ถูกกลุ่มอิทธิพลมืดปิดกั้นอีกต่อไป ตรงกันข้าม พวกเขากลับกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงหัวใจของประเทศในยุคตื่นทองนี้อย่างเบ็ดเสร็จ "สายรายงานจากทางใต้เข้ามาแล้วค่ะ..." หลินเหม่ยอิงโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของสามี น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่ทรงพลัง "โรงงานผลิตเครื่องจักรกลแห่งใหม่ที่เมืองอู่ฮั่นเริ่มเดินเครื่องเต็มกำลังแล้ว ผลผลิตล็อตแรกสามารถส่งมอบให้แก่กลุ่มพ่อค้าภาคเหนือได้ทันท่วงที โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางแม้แต่คนเดียว กำไรสุทธิในไตรมาสนี้พุ่งทะยานเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ถึงสามเท่าตัวค่ะ" เฉินเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุฉายแววชื่นชมและลุ่มหลงอย่างไม่ปิดบัง เขาเอื้อมมือหนาไปกอบกุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาลูบไล้อย่างทะนุถนอม ทว่าสัมผัสนั้นแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นดั่งหินผา "เจ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลยสักครั้ง... เหม่ยอิงของข้า" เขากล่าวเสียงพร่า "พวกสภาหอการค้าเก่าแก่ที่คิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับเรา คงคาดไม่ถึงว่ากุนซือในม่านหมอกผู้นี้ จะมิได้มองแค่กำไรตรงหน้า หากแต่กำลังวาดแผนที่เศรษฐกิจใหม่ทั้งแผ่นดิน" "อำนาจทางเศรษฐกิจที่ไร้ซึ่งรากฐานแห่งคุณธรรม ก็เป็นเพียงปราสาททรายที่รอวันพังทลายค่ะ" นางตอบรับด้วยสายตาคมปลาบ "และในเมื่อพวกมันเลือกที่จะเปิดฉากสงครามนี้เอง เราก็แค่ใช้ความเติบโตระดับประเทศนี้... บดขยี้พวกมันให้จมดินโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่ปลายนิ้ว" บรรยากาศในห้องรับรองอบอวลไปด้วยความสุขุมลุ่มลึกและความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างสามีภรรยาผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักรธุรกิจ ทั้งสองยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ทอดพระเนตรมองทัศนียภาพอันกว้างไกลของเมืองหลวงที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องกระทบกับหลังคากระเบื้องเคลือบสีทองอร่าม ทอประกายระยิบระยับดั่งทองคำแท้สมกับชื่อยุคตื่นทอง ทว่า ในขณะที่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่กำลังแผ่ขยายรากลึกทั่วประเทศ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมความเงียบสงบขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... อาหลาน พ่อบ้านผู้ติดตามรับใช้ใกล้ชิด เปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด สองมือประคองหีบไม้จันทน์หอมสลักลายมังกรห้าเล็บที่ปิดผนึกด้วยครั่งหลวงสีชาดสนิท "นายท่าน... ฮูหยิน..." เสียงของอาหลานสั่นระริกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "มี... มีพระราชโองการด่วนที่สุดจากท้องพระโรงกลาง... ส่งตรงมาถึงเรือนของเราพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินเฟยหลงขมวดคิ้วมุ่นทันที บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงฉับพลัน หลินเหม่ยอิงหันกลับไปมองหีบไม้จันทน์นั้น นัยน์ตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณอันแหลมคม นางก้าวเข้าไปใกล้ ลวดลายครั่งหลวงสีชาดที่ประทับตรารูปพยัคฆ์เหินนภาบ่งบอกชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่ราชโองการธรรมดาจากสำนักบริหารกิจการแผ่นดิน หากแต่เป็น... พระราชโองการลับจากพระหัตถ์ขององค์จักรพรรดิที่เก็บซ่อนไว้เพื่อสะสางความขัดแย้งระดับชาติ! อาหลานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงอันสั่นเทาว่า "ในพระราชโองการระบุไว้ชัดเจนพ่ะย่ะค่ะ... ว่าด้วยการถอดถอนสิทธิ์ขาดทางการค้าทั้งหมดของตระกูลเฉิน และ... และมีคำสั่งให้ท่านอ๋องกับฮูหยินเดินทางเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในยามสามนี้ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาเคียงข้างกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%