กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 28

เดิมพันด้วยชีวิต

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"หากเสียนางไปแม้แต่ปลายเส้นผม หมากกระดานนี้... ข้าจะพลิกแผ่นดินล้างบางตระกูลเฉินและราชสำนักให้ราบคาบเป็นจุล" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวน้ำแข็งขั้วโลกใต้แต่แฝงไว้ด้วยไอสังหารคุกรุ่นของเฉินเฟยหลงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องโถงรับรองสไตล์จีนประยุกต์ผสมผสานความโอ่อ่าของยุค 80 กลิ่นอายของชาผู่อឺอัดก้อนชั้นดีลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นหมึกจีนราคาแพง หลินเหม่ยอิงในชุดสูทผ้าไหมสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป ขับเน้นทรวดทรงสง่างามดั่งสตรีสูงศักดิ์ในราชสำนักโบราณ แต่แฝงด้วยความเฉียบคมทันสมัยของนักบริหารหญิงมือทอง เธอยกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบดั่งใบมีดหยกทอดมองบุรุษตรงหน้า ผู้ซึ่งในอดีตชาติคือท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้าย และในชาตินี้คือเจ้าพ่ออุตสาหกรรมผู้ทรงอิทธิพล "ท่านอ๋อง... อภัยด้วยค่ะ ตอนนี้ข้าคือหลินเหม่ยอิง ประธานที่ปรึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมร่วมทุน ไม่ใช่พระชายาผู้รอคอยความเมตตาในตำหนักบูรพาอีกต่อไป" เธอยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มทว่าเย็นชาจนน่าขนลุก "และหมากกระดานนี้ ข้าเป็นผู้เดินเองทุกตา ท่านไม่มีสิทธิ์มาพลิกกระดานแทนข้า" เฉินเฟยหลงก้าวเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิทแผ่รังסיความกดดันมหาศาล มือหนาเอื้อมไปสัมผัสปอยผมสีดำขลับที่ทัดอยู่ข้างใบหูของนางอย่างทะนุถนอม ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งโทสะและความรักลึกซึ้งที่กัดกินหัวใจ "เจ้าดื้อรั้นเสมอ เหม่ยอิง... รู้หรือไม่ว่าการที่เจ้าเอาชื่อเสียงและหลักฐานลับบัญชีส่วยของพวกตระกูลใหญ่ไปเดิมพันกับคณะกรรมการพรรค, เจ้ากำลังเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย" เสียงของเขาพร่าต่ำลง แนบชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรด "หากไม่เดิมพันด้วยชีวิต... เราจะดึงหน้ากากของพวกมันออกมาเบื้องแสงตะวันได้อย่างไรเล่าคะ" นางเงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ประกายตาคู่นั้นสะท้อนความเด็ดเดี่ยว มั่นคง ดั่งหินผาที่ถูกคลื่นลมซัดสาดมานับพันปีก็ยังไม่หวั่นไหว "ความแค้นในวังหลวงเมื่อชาติก่อน และหนี้เลือดที่พวกมันโกงกินแผ่นดินในยุคตื่นทองนี้ ข้าจะทวงคืนให้หมดสิ้น" บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบหยุดหายใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกห้องโถงใหญ่เปรียบเสมือนเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะหัวใจ ทันใดนั้น เอกสารลับฉบับสำคัญที่หลินเหม่ยอิงซ่อนไว้ในเซฟนิรภัยหลังภาพวาดพู่กันจีนรูปภูเขาและสายหมอก ก็ส่งเสียง 'คลิก' เบาๆ สัญญาณเตือนภัยระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งคฤหาสน์ หลินเหม่ยอิงหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณกุนซือวังหลวงตื่นตัวเต็มที่ "มีคนล,อบเข้ามา..." เฉินเฟยหลงไม่พูดพร่ำทำเพลง มือแกร่งคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักปืนพกสั้นติดเก็บเสียงออกจากซองหนังใต้วงแขนอย่างคล่องแคล่ว แววตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์ร้ายยามล่าเหยื่อปรากฏขึ้นวับวาม "หมาป่าตาขาวพวกนั้น... คงคิดว่าข้าตายใจแล้วกระมัง" ปัง! เสียงกระสุนปืนเก็บเสียงดังขึ้นทะลุกระจกหน้าต่างกระจกสีสไตล์วินเทจ เศษกระจกแตกกระจายดั่งเกล็ดหิมะโปรยปราย หลินเหม่ยอิงไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางอาศัยจังหวะชุลมุนก้มตัวลงหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่เป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายขึ้นมาแนบอก พร้อมกับดึงลิ้นชักลับปลดสลักระเบิดควันขนาดพกพาที่เตรียมไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน "ท่านพี่... ทางซ้าย!" นางส่งสัญญาณเสียงใส ทว่าเฉียบขาด เฉินเฟยหลงพุ่งตัวออกไปพร้อมกับเหนี่ยวไกสวนกลับอย่างไร้ความปรานี วิถีกระสุนแม่นยำราวจับวาง ร่างของมือสังหารที่แต่งกายในชุดคนงานก่อสร้างร่วงหล่นลงมาจากระเบียงชั้นสอง เสียงโกลาหลดังขึ้นจากด้านนอก กลิ่นดินปืนและควันจางๆ ลอยคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นชาหอมกรุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนโต๊ะ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงไซренаรถตำรวจคอมมิวนิตี้ก็ดังสนั่นหวั่นไหวเข้ามาใกล้คฤหาสน์เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าบนโต๊ะทำงานที่แผดเสียงร้องลั่นอย่างบ้าคลั่ง หลินเหม่ยอิงมองหน้าเฉินเฟยหลง ทั้งคู่รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การลอบสังหารธรรมดา แต่เป็น "แผนซ้อนแผน" ที่ถูกวางไว้เพื่อใส่ร้ายป้ายสีพวกเขาให้กลายเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมและทุจริตเสียเอง เฉินเฟยหลงคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับ สายตาดุจเหยี่ยวจ้องมองคนรักไม่วางตา ก่อนที่เสียงปลายสายจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและคุ้นเคยอย่างยิ่ง "ท่านประธานเฉิน... และคุณหลิน... ของขวัญต้อนรับยามวิกาลชิ้นนี้ ถูกใจพวกท่านหรือไม่? ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนำหมายค้นและหมายจับข้อหาสมคบคิดกับต่างชาติมาถึงหน้าประตูบ้านท่านแล้ว..." เฉินเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาขึ้นจนถึงขีดสุด มือหนากุมมือเรียวบางของหลินเหม่ยอิงไว้แน่นราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว "บอกมันสิคะ... ว่าหมากตานี้ พวกมันต่างหากที่เป็นฝ่ายเดินตกหลุมพราง" นางกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา รอยยิ้มทรงเสน่ห์เปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม ทว่า ในวินาทีที่เฉินเฟยหลงกำลังจะเอאปากตอบโต้ปลายสาย ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกพังทลายลงด้วยแรงถีบมหาศาล แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาพร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งกรมสอบสวนกลางยุค 80 ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมเอกสารตราครุฑสีแดงฉานในมือ และประโยคแรกที่เอ่ยออกมาทำเอาลมหายใจแทบสะดุด "จับตัวท่านประธานเฉินและคุณหลินไว้... ในข้อหา 'กบฏต่อแผ่นดินและขายชาติ'!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาเคียงข้างกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%