เอกสารทางราชการสามฉบับที่ถูกฉีกทิ้งจนละเอียดกองอยู่บนโต๊ะทำงานไม้จันทน์หอม ไม่ได้ทำให้หลินเหม่ยอิงขยับเปลือกตาแม้แต่น้อย ปลายเล็บเรียวงามที่สวมปลอกเล็บทองคำประดับไข่มุกราตรี เคาะเบาๆ เป็นจังหวะบนขอบถ้วยชาลายครามที่น้ำชาภายในเย็นชืดสนิทแล้ว กลิ่นอายของความพินาศที่ถูกจัดฉากอย่างประณีตลอยอบอวลอยู่ในห้องรับรองส่วนตัวของโรงงานสิ่งทอ
"พวกมันใช้อำนาจจากส่วนกลางกดดันลงมาถึงระดับท้องถิ่นแล้วค่ะคุณหนู... สินค้าล็อตใหญ่ที่เตรียมส่งออกไปยังมณฑลทางเหนือ ถูกกักตัวไว้ที่ด่านตรวจภาษีด้วยข้อหา 'สินค้าต้องสงสัยละเมิดกฎระเบียบความมั่นคง' แถมโกดังสำรองในเขตท่าเรือยังถูกเพลิงไหม้ปริศนาเมื่อยามสามที่ผ่านมา เสียหายไปไม่ต่ำกว่าสามหมื่นหยวนเจ้าค่ะ"
เสียงรายงานจากผู้จัดการร้านผู้จงรักภักดีสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย หลินเหม่ยอิงเพียงปรายตามองเศษซากกระดาษเหล่านั้น รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนริมฝีปากอิ่มระเรื่อดั่งกลีบดอกท้อกลับซ่อนความหนาวเหน็บไว้ลึกยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี
"ความมั่นคงงั้นหรือ..." เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมาทุ้มนุ่มกังวานราวกับเสียงหยกกระทบกัน แต่กลับสร้างความสะพรึงกลัวให้แก่ผู้ได้ยิน "ช่างเป็นข้ออ้างที่ใช้สะดวกเสียจริง ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยแห่งวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลของสนมในตำหนักใน หรือยุคเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอุตสาหกรรมเช่นนี้ วิธีการบีบคั้นให้คนจนตรอกก็ยังคงไร้ซึ่งความสร้างสรรค์เหมือนเดิม"
ในยุค 70-80 ที่ลมหายใจของเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบวางแผนส่วนกลางสู่การเปิดกว้าง การก้าวขึ้นมาของสตรีผู้กุมกลยุทธ์การค้าและการบริหารอย่างเธอ ย่อมเป็นเสี้ยนหนามตำตาผู้มีอำนาจเก่าและใหม่ที่ต้องการผูกขาดทรัพยากร การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำลายธุรกิจ แต่มันคือการ "ตัดแขนตัดขา" เพื่อบีบให้เธอยอมคุกเข่าสยบต่อเบื้องต่ำ
เปร้ง!
เสียงผลักประตูไม้เนื้อแข็งเปิดออกอย่างไร้มารยาทไม่ได้ทำให้เหม่ยอิงสะดุ้งสะเทือน ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อโค้ทสีเข้มของเฉินเฟยหลงก้าวเข้ามาด้วยบรรยากาศกดดันอันดุร้ายราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กลิ่นคาวเลือดยังติดอยู่ที่ปลายนิ้ว ดวงตาคมกริบกวาดมองความเสียหายภายในห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าอันสงบนิ่งของภรรยาคู่คิด
"คุณกำลังเล่นกับไฟกองใหญ่นะเหม่ยอิง" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นเอ่ยขึ้นอย่างคาดโทษ แม้ภายนอกเขาจะแสดงความเฉยชา แต่ร่องรอยความกังวลที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้นไม่ได้รอดพ้นไปจากการสังเกตของกุนซือผู้เจนจัดสนามการเมืองและธุรกิจ
"ไฟกองนี้ไม่ได้ถูกจุดขึ้นโดยตัวฉันหรอกค่ะท่านอ๋อง... เอ่อ หมายถึง ท่านประธานเฉิน" เหม่ยอิงแก้คำพูดพร้อมกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมสบประสานกับนัยน์ตาดุดันของสามีอย่างไม่ยอมแพ้ "แต่ในเมื่อพวกมันกล้าสาดน้ำมันเข้าใส่ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายที่ส่งคบเพลิงไปเผาเรือนของพวกมันจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า"
เฉินเฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดร่างบาง มือหนายื่นออกไปจับคางมนของเธอเชิดขึ้นบังคับให้สบตา ความใกล้ชิดนี้เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายราวกับแม่เหล็กขั้วเดียวกัน "ตระกูลหลี่และกลุ่มอิทธิพลสายทหารเก่ากำลังรวมหัวกันบีบคุณ พวกเขาต้องการหุ้นทั้งหมดในมือคุณเพื่อฮุบเครือข่ายโลจิสติกส์ทั้งหมด คุณคิดว่าตัวเองกำลังถือหมากเหนือกว่ากระดานนี้งั้นหรือ?"
"ถ้าฉันไม่มีหมากในมือ เหตุใดท่านจึงต้องเร่งรุดมาหาฉันถึงที่นี่ด้วยความร้อนรนเล่าคะ" เหม่ยอิงเอ่ยย้อนด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนปกเสื้อของเขาเบาๆ ลูบไล้รอยยับย่นที่เกิดจากการเดินทางอย่างเร่งรีบ "คุณก็รู้ดีว่าฉันไม่เคยเล่นเกมที่ตัวเองถือไพ่ด้อยกว่า... สินค้าที่ถูกกักไว้ที่ด่านตรวจภาษีหาใช่สินค้าจริงไม่ แต่เป็นเพียงหีบเปล่าที่บรรจุหลักฐานการทุจริตของท่านรองผู้ว่าการเขตต่างหากล่ะคะ"
ดวงตาคมของเฉินเฟยหลงหรี่แคบลงทันที ความตระหนักรู้บางอย่างวาบผ่านแววตา "คุณใช้กลยุทธ์ 'ยืมดาบฆ่าคน' ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ตั้งแต่คืนก่อนที่โกดังจะไฟไหม้แล้วค่ะ..." เหม่ยอิงแย้มยิ้มอย่างงดงามหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับคมกริบราวน้ำแข็ง "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมอำนาจ ฉันก็จะสงเคราะห์ให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า การต่อกรกับอดีตกุนซือผู้เคยพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในวังหลวง มีจุดจบที่น่าเวทนาเพียงใด"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ ความตึงเครียดระຫວ່າງคนทั้งสองหลอมรวมเข้าด้วยกันระหว่างความดุดันเฉียบขาดของอำนาจทหารและอุตสาหกรรม กับความลึกล้ำเฉลียวฉลาดของสตรีผู้ถือหมากเหนือกระดาน เฉินเฟยหลงจ้องมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง ทั้งลุ่มหลง หวงแหน และหวาดหวั่นระคนกันในคราเดียว
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบกำลังจะถูกทำลายด้วยบทสนทนาบทใหม่ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบของบอดี้ส่วนตัวก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามด้วยการเคาะรัวเร็วอย่างไม่เป็นระเบียบ
"ท่านประธาน! คุณหนูหลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" เสียงหอบสะท้านของผู้ช่วยคนสนิทดังลอดเข้ามา "สายรายงานด่วนจากเมืองหลวง... โทรเลขด่วนที่สุดจากสำนักงานใหญ่ แจ้งว่าบัญชีลับทั้งหมดถูกอายัดโดยคำสั่งตรงจากเบื้องบน และบุคคลที่ลงนามอนุมัติคำสั่งนี้..."
ผู้ช่วยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าขาวซีดเผือดไร้สีเลือด "คือท่านชายรอง... บุตรชายคนโตของตระกูลเฉิน ที่พวกเราคิดว่าเสียชีวิตไปในเหตุการณ์กวาดล้างเมื่อสิบปีก่อน!"
ถ้วยชาในมือของหลินเหม่ยอิงร่วงหล่นกระทบพื้นแตกกระจาย น้ำชาเย็นเฉียบสาดกระเซ็นเปื้อนชายกระโปรงปักลายดอกเหมืองงาม ขณะที่เฉินเฟยหลงชะงักงัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางฝ่าคลื่นลมอันเชี่ยวกรากมาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ
"ส้มหวานมิติลับ"
กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 22
กระดานหมากที่พังทลาย
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!