เศษกระเบื้องเคลือบสีครามลายคะนึงหาแตกกระจายระเกะระกะอยู่บนพื้นพรมขนสัตว์ปักดิ้นทอง น้ำชาอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นหอมของดอกเหมยรินรดเปียกชุ่มชายกระโปรงผ้าไหมปักลายหงส์คู่ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะชวนให้ผู้คนรอบกายหวาดผวาจนตัวสั่นเทิ้ม ทว่าหลินเหม่ยอิงกลับยังคงรักษาท่าทีสง่างามดั่งหงส์เหนือคลื่นลม ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองเศษซากความเสียหายเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะเงยขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาคมปลาบดุจพญาเหยี่ยวของชายหนุ่มผู้ยืนตระหง่านเบื้องหน้า
เฉินเฟยหลงชะงักงันไปชั่วอึดใจ ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งแกะสลักที่เคยห่อหุ้มกายเขามาตลอดหลายปีพังทลายลงชั่วคราว เมื่อสิ่งที่ร่วงหล่นลงมามิใช่เพียงถ้วยชา แต่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตระกูลหลิวใช้เล่นงานเขาในสภาอุตสาหกรรมแห่งชาติ
"ท่านอ๋อง... ดูท่าทางฝ่ามือของหม่อมฉันจะไร้เรี่ยวแรงไปเสียแล้วกระมังเจ้าคะ" สุ้มเสียงหวานกังวานทว่านุ่มนวลเอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบงัน หลินเหม่ยอิงแย้มสร้อยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหมายล้ำลึกจนเฉินเฟยหลงต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ท่ามกลางยุคเปลี่ยนผ่านที่กลิ่นอายความทันสมัยเริ่มเข้ามากลืนกินบ้านเมืองโบราณ การเมืองในเรือนหลังและเกมอำนาจในหอการค้ายังคงฟาดฟันกันอย่างไร้ความปรานี การที่หลินเหม่ยอิงจงใจทำลายหลักฐานชิ้นเอกที่เพิ่งได้มาในมือ ย่อมไม่ใช่ความซุ่มซ่ามอย่างแน่นอน แต่มันคือ "กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก" ที่แยบยลที่สุด
"เจ้ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่ เหม่ยอิง" เฉินเฟยหลงสาวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสไตล์ตะวันตกผสานกลิ่นอายกิริยาแบบบุรุษตระกูลใหญ่แผ่รังสีคุกคามอันน่าสะพรึงกลัว เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของนาง กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นชาจีนชั้นดีและบุหรี่ราคาแพงลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก "ของสิ่งนั้น... เจ้าแลกมาด้วยการเปิดโปงบัญชีลับของตระกูลซ่ง เหตุใดจึงปล่อยให้มันกลายเป็นเศษดินเผาไร้ค่าเช่นนี้"
หลินเหม่ยอิงไม่ถอยหนี นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปัดเศษใบชาที่เปื้อนอยู่บนปกเสื้อของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ ท่าทีสนิทสนมและอาจหาญเช่นนี้มีเพียงนางผู้เดียวที่กล้าทำกับอดีตแม่ทัพผู้เยือกเย็นผู้นี้
"ของที่ได้มาง่ายดายเกินไป ย่อมกลายเป็นดาบย้อนกลับมาทิ่มแทงเราได้ง่ายดายเช่นกันเจ้าค่ะท่านอ๋อง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกำลังท่องบทกวี "ตระกูลหลิวต้องการให้เราเก็บสิ่งนั้นไว้ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการตรวจค้นคลังสินค้าของท่าน หากหม่อมฉันยังดึงดันจะเก็บมันไว้ เรามิเท่ากับเดินเข้าสู่ค่ายกลที่พวกมันวางไว้หรอกหรือเจ้าคะ"
เฉินเฟยหลงหรี่ตาลง ประกายความคิดเฉียบคมวาดผ่านนัยน์ตาคู่ดุร้าย ชั่วขณะนั้น ความชื่นชมระคนความลุ่มหลงก็เอ่อล้นขึ้นในอก เขารู้ดีว่าสตรีตรงหน้านี้มิใช่เพียงแค่ภรรยาเอกในนาม แต่นางคือ "กุนซือ" ผู้มีมันสมองเทียบเท่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายคนรวมกัน นางใช้ความอ่อนแอเข้าสยบความแข็งกร้าว และใช้ความสูญเสียเพื่อซื้อความปลอดภัยในระยะยาว
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว เหม่ยอิง" เฉินเฟยหลงเอ่ยเสียงต่ำ มือหนายื่นออกไปกอบกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้แน่น แรงบีบสะท้อนถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น "แต่การทำเช่นนี้ ทำให้เจ้าตกเป็นเป้าสายตาของพวกมันโดยตรง เจ้าไม่กลัวหรือว่าตระกูลหลิวจะเล่นงานเจ้าในงานเลี้ยงรับรองท่านทูตค่ำคืนนี้"
"ถ้าหม่อมฉันกลัว คงไม่ก้าวเข้ามาสู่ตระกูลเฉินแห่งนี้ตั้งแต่แรกหรอกเจ้าค่ะ" หลินเหม่ยอิงแย้มยิ้มอย่างมั่นใจ แววตาของนางทอประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าอัญมณีล้ำค่าใดๆ ในวังหลวง "ในเมื่อพวกมันอยากได้หลักฐานนัก หม่อมฉันก็จะมอบ 'ความพ่ายแพ้ปลอมๆ' ให้พวกมันตายใจเสียก่อน แล้วค่อยตลบหลังขุดรากถอนโคนพวกมันทีเดียวในคราวเดียว"
ในห้องแต่งตัวอันวิจิตรตระการตาที่สะท้อนรสนิยมอันล้ำค่าของตระกูลขุนนางเก่า บ่าวรับใช้ต่างก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความหวาดระแวง ชุดกี่เพ้าผ้าไหมปักดิ้นทองลายดอกเหมันต์ถูกนำมาสวมใส่บนร่างระหงของหลินเหม่ยอิง นางยืนมองเงาของตนเองในกระจกทองเหลืองบานใหญ่ เครื่องประดับผมทำจากหยกขาวแกะสลักรูปผีเสื้อขยับปีกไหวตามจังหวะการหายใจ ทุกรายละเอียดสะท้อนถึงฐานะและอำนาจที่นางถือครอง แม้ภายนอกจะดูบอบบางดั่งภาพวาดโบราณ ทว่าจิตใจกลับมั่นคงดั่งหินผา
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงรายงานของพ่อบ้านตระกูลเฉิน
"เรียนท่านอ๋อง ฮูหยิน รถหรูจากทำเนียบรัฐบาลมารอรับแล้วขอรับ งานเลี้ยงค่ำคืนนี้เริ่มขึ้นแล้วขอรับ"
เฉินเฟยหลงหันมามองภรรยาคู่ชีวิต แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความลึกล้ำ เขาหยิบปิ่นปักผมหยกมันแพะลวดลายประณีตขึ้นมาบรรจงปักลงบนมวยผมของนางด้วยตนเอง การกระทำอันอ่อนโยนนี้หาดูได้ยากยิ่งจากบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพและการค้า
"ระวังตัวด้วย" เขาเอ่ยสั้นๆ ทว่าน้ำเสียงหนักแน่นดั่งคำมั่นสัญญา
"ท่านอ๋องก็เช่นกันเจ้าคะ... คืนนี้ เรามาดูกันว่าสุนัขตัวไหนจะวิ่งเข้าสู่กรงที่พวกเราเตรียมไว้"
งานเลี้ยงรับรองในค่ำคืนนั้นจัดขึ้นอย่างหรูหราอลังการ ณ คฤหาสน์สไตล์ตะวันตกผสมผสานสถาปัตยกรรมจีนโบราณ แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบเครื่องเพชรนิลจินดาและชุดราตรีสไตล์โมเดิร์นของบรรดาภริยารัฐมนตรีและพ่อค้าใหญ่ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ เคล้ากับเสียงหัวeราะและการสนทนาปราศรัยของผู้มีอิทธิพลในยุคตื่นทอง
หลินเหม่ยอิงก้าวเท้าเข้ามาเคียงข้างเฉินเฟยหลง รอยยิ้มงดงามไร้ที่ติประดับอยู่บนใบหน้า รัศมีแห่งความเย่อหยิ่งทว่าสง่างามทำเอาสายตาของผู้คนนับร้อยต้องหันมาจับจ้อง นางกวาดสายตาเพียงปราดเดียวก็เห็นหลิวจงอี้ รัฐมนตรีพาณิชย์ผู้ทรงอิทธิพลกำลังยืนจิบไวน์แดงอยู่มุมห้อง มุมปากของเขายกยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ เมื่อเห็นรอยเปื้อนชาบนชายกระโปรงของนางที่จงใจให้บ่าวทำความสะอาดไม่หมด
หลิวจงอี้เดินเข้ามาหาด้วยท่าทีนอบน้อมจอมปลอม "คารวะท่านอ๋อง และฮูหยินเฉิน ดูท่าทางค่ำคืนนี้ฮูหยินจะตื่นเต้นจนทำถ้วยชาแตกเสียหายกระมังขอรับ น่าเสียดายยิ่งนัก... ของชิ้นนั้น หากเก็บรักษาไว้อย่างดี อาจมีเรื่องราวสนุกๆ ให้พวกเราได้ฟังกันอีกเยอะ"
บรรยากาศรอบข้างเงียบลงทันที ทุกคนต่างรู้ดีว่าหลิวจงอี้กำลังเยาะเย้ยถากถาง และรอคอยดูความอับอายของตระกูลเฉิน
หลินเหม่ยอิงมิได้โกรธเคือง นางเพียงยกพัดปักลายดอกโบตั๋นขึ้นปิดบังรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ดวงตาดอกท้อทอประกายลึกล้ำ นางกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำโต้กลับเพื่อเหยียบย่ำความลำพองใจของอีกฝ่ายให้จมดิน
ทันใดนั้นเอง... ประตูบานใหญ่ของห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง
ทหารองครักษ์ในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด นำโดยแม่ทัพผู้ดูแลเขตพระราชฐานชั้นใน พร้อมด้วยขันทีเฒ่าถือราชโองการสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ
"มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวง!" เสียงประกาศก้องกังวานทำเอาแก้วไวน์ในมือของหลิวจงอี้ร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจายไม่ต่างจากถ้วยชาในตอนแรก
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้ค่ะ**
กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง•ตอนที่ 23
กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในม่านหมอกยุคตื่นทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!