กลิ่นไอกรุ่นของชาอูหลงชั้นดีลอยวนอยู่เหนือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมุก ในห้องรับรองของที่ว่าการอำเภอเวลานี้ อากาศไม่ได้หนาวเหน็บตามฤดูกาล แต่กลับเย็นยะเยือกด้วยบรรยากาศการเชือดเฉือนที่ไร้ซึ่งคมดาบ
"ท่านนายอำเภอจางคงต้องพิจารณาให้ถ้วนถี่แล้วกระมังคะ ว่าสิทธิ์การผูกขาดการค้าใบชาและเกลือในเขตทหารชายแดน สมควรตกเป็นของตระกูลหลิวผู้มีคุณูปการ หรือควรปล่อยให้พ่อค้ารายย่อยที่ไร้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาปั่นป่วนกลไกตลาดจนพังพินาศ"
น้ำเสียงแหลมสูงของฮูหยินซู—ภรรยาของคหบดีใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลประจำเมือง—ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก นางตั้งใจปรายตามองสตรีผู้สวมอาภรณ์เรียบง่ายแต่นั่งหลังตรงสง่างามราวกับพญาหงส์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
หลินฟางเซียนเพียงแค่ยกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติขมฝาดล้ำลึกบนปลายลิ้น นางไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่สวยกวาดมองเอกสารสัญญาผูกขาดการค้าที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สัก ท่าทางเยือกเย็นของนางทำให้ฮูหยินซูกับนายอำเภอจางถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคือง
"ฮูหยินซูกล่าวได้น่าฟังยิ่งนักค่ะ..." ฟางเซียนวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของกระเบื้องดังขึ้นราวกับเสียงกรับประหารทัณฑ์บน "ทว่า... การที่ท่านพยายามผลักดัน 'พระราชบัญญัติควบคุมโควตาการค้า' ฉบับเร่งด่วนนี้ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตระกูลหลิวผูกขาดราคาสินค้าเกษตรและเกลือ เป็นการกระทำที่ฉลาด หรือเป็นการรjวงล้ำอำนาจบริหารของส่วนกลางกันแน่คะ?"
เพล้ง!
เสียงถ้วยชาในมือของนายอำเภอจางสั่นระริกจนเกือบหลุดร่วง ชายวัยกลางคนหน้าถอดสี รีบตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจกลัว "หลินฟางเซียน! เจ้ากล้ากล่าวหาขุนนางขั้นสี่เช่นข้าได้อย่างไร! เอกสารฉบับนี้ผ่านการตรวจสอบจากมณฑลบูรพาแล้ว!"
"ตรวจสอบจากมณฑลบูรพา หรือใต้โต๊ะของท่านพี่เขยท่านกันคะ นายอำเภอจาง?" ฟางเซียนแย้มยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่เคลือบยาพิษ นางหยิบม้วนกระดาษอีกฉบับหนึ่งออกจากแขนเสื้อ—ม้วนกระดาษประทับตราลับจากสำนักตรวจสอบบัญชีหลวงที่นางเพิ่ง 'ดึง' ออกมาจากมิติลับเมื่อคืนนี้
ในโลกก่อน นางคือองค์หญิงผู้พลิกเกมการเมืองในราชสำนักมานับไม่ถ้วน กลលอุบายตื้นเขินของคหบดีท้องถิ่นที่ติดสินบนขุนนางกังฉินเช่นนี้ มีหรือจะรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของนางไปได้ การที่ตระกูลหลิวส่งคนมากลั่นแกล้งร้านค้าสหกรณ์ของกองทัพที่สามีของนางดูแลอยู่ รังแต่จะขุดหลุมฝังศพให้พวกมันเองทั้งสิ้น
"ท่าน... เจ้านำตราประทับนี้มาจากไหน!" นายอำเภอจางเข่าอ่อนยวบลงไปกองกับเก้าอี้ เหงื่อกาฬไหลโทรมกายเมื่อเห็นลายมือตวัดอันเป็นเอกลักษณ์ของเสนาบดีคลังหลวง
"ข้าได้มาจากที่ใดไม่สำคัญค่ะสำคัญอยู่ที่ว่า... หากข้าส่งฎีกานี้ตรงถึงมือแม่ทัพใหญ่หลี่ผู้ตรวจการแผ่นดินในวันพรุ่งนี้ ตระกูลหลิวของท่าน และเก้าอี้เกียรติ
ยศของท่าน... จะยังคงตั้งอยู่ครบถ้วนบริบูรณ์ดีหรือไม่?" ฟางเซียนเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่ากดดันจนฮูหยินซูหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำโต้เถียงใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา
ในขณะเดียวกัน ณ ค่ายทหารทางตอนเหนือ ร้อยเอกหานจวินกำลังยืนกอดอกมองกองเกวียนสินค้าล็อตใหม่ที่ถูกลำเลียงมาส่งอย่างเป็นระเบียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารบดบังรัศมีของบรรดาลูกน้องจนหมดสิ้น ดวงตาคมกริมกวาดมองลังไม้ที่บรรจุชาชั้นดีและเนื้อตากแห้งคุณภาพเยี่ยม ซึ่งภรรยาตัวน้อยของเขาเป็นผู้จัดสรรระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดด้วยตนเอง
"ผู้กองครับ! สินค้าจากร้าน 'ฟางเซียนการค้า' ล็อตนี้ถูกจองหมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ทันเคลื่อนออกจากโกดังเลยครับ แถมพ่อค้าจากต่างเมืองยังให้ราคาเพิ่มขึ้นสามเท่าเพื่อขอซื้อสิทธิ์ล่วงหน้าด้วย!" รองผู้กองวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานด้วยความตื่นเต้น
หานจวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมเข้มปรากฏรอยยิ้มภาคภูมิใจจนปิดไม่มิด ภรรยาตัวน้อยของเขาช่างเก่งกาจเสียจนน่าตกใจ จากสตรีที่เคยถูกมองว่าเป็นภรรยาเชลยศึกตกอับ บัดนี้คุมบังเหียนเศรษฐกิจและการเมืองในเขตชายแดนไว้ในกำมือหมดแล้ว
"เตรียมม้าให้ฉัน..." หานจวินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาลุกโชนด้วยความรักและคิดถึงภรรยาจับจิต "ฉันจะไปรับฮูหยินกลับบ้าน"
ตัดภาพกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลหลิว บรรยากาศยามเย็นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานเด็ดที่ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ฟางเซียนที่เพิ่งกลับจากการสะสางปัญหาที่ที่ว่าการอำเภอ กำลังยืนปรุง 'หมูสามชั้นตุ๋นเหล้าแดง' ในครัวเรือนอย่างสบายอารมณ์ น้ำซุปสีอำพันเคี่ยวจนงวดเข้าเนื้อ กลิ่นหอมของพะโล้ เครื่องเทศ และเหล้าหมักชั้นดีตีขึ้นจมูกจนคนในละแวกใกล้เคียงต่างกลืนน้ำลาย
นี่คือบทลงบทเรียนราคาแพงที่นางมอบให้ตระกูลหลิว... และเป็นรางวัลปลอบใจตัวเองหลังจากใช้สมองคำนวณการเมืองไปหลายชั่วยาม
ทว่า ในขณะที่ตะหลิวทองคำกำลังผัดผักเคล้าซอสรสเลิศ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงคุ้นเคยของสามีหนุ่มที่ก้าวเข้ามาด้วยกลิ่นอายความหนาวเย็นจากภายนอก แต่ดวงตากลับร้อนแรงดั่งไฟ
หานจวินสาวเท้าเข้ามาสวมกอดเอวบางจากด้านหลังทันทีโดยไม่สนใจสายตาบ่าวไพร่ ฝังใบหน้าคมสันลงกับซอกคอหอมกรุ่นของภรรยา กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู
"ได้ข่าวว่าวันนี้ฮูหยินของเราไปถอนรากถอนโคนอำนาจเก่ามาหรือไร? เก่งกาจถึงเพียงนี้... คืนนี้สามีคงต้องขอ 'รางวัล' จากยอดดวงใจให้สาสมเสียแล้วกระมัง"
ฟางเซียนเหลือบตามองสามีที่นับวันยิ่งเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกที นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ กำลังจะเอ่ยปากตอบโต้ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นรัวเร็วอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของบ่าวไพร่ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ฮูหยินขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีราชสมบัติลับถูกส่งมาจากเมืองหลวง... และคนทวงหนี้กลุ่มใหญ่กำลังปิดล้อมทางเข้าหมู่บ้านแล้วขอรับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ!
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 16
ดัดหลังศัตรูเก่า
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!