กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้ตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวเคี่ยวด้วยไฟอ่อนมานานร่วมสามชั่วยามลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวตระกูลหาน ทว่าบรรยากาศภายในห้องเวลานี้กลับมิได้อบอุ่นรื่นรมย์ดังเช่นกลิ่นอาหาร น้ำซุปสีอำพันเข้มข้นในหม้อดินเผากำลังเดือดปุดๆ ส่งควันสีขาวพวยพุ่งเคล้ากลิ่นเครื่องเทศ ทั้งโป๊ยกั๊กอบเชย และพริกไทยเสฉวนที่หลินฟางเซียนเพิ่งแอบหยิบออกมาจากมิติลับเพื่อดับกลิ่นคาวและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายในยามที่ลมหนาวเริ่มพัดโชย
"ฟางเซียน... เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าจดหมายฉบับนั้นส่งตรงมาจากที่นั่นจริงๆ?"
เสียงทุ้มต่ำของร้อยเอกหานจวินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มือหนาที่ผ่านการจับดาบและกุมบังเหียนม้ามาโชกโชนกำลังวางชามกระเบื้องเคลือบสีนวลลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ สายตาคมกริบของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าสามีจดจ้องมองแผ่นกระดาษสาเนื้อหยาบที่กางอยู่เบื้องหน้า
บนกระดาษแผ่นนั้นไม่มีลายมือพู่กันอันประณีต มีเพียงรอยหมึกหวัดๆ ที่เขียนด้วยตัวอักษรย่อตระกูลเดิมของนาง—ตระกูลหลินที่นางเคยถูกขับไล่ไสส่งราวกับสุนัขตัวหนึ่ง
ฟางเซียนไม่ตอบทันที นางใช้ทัพพีไม้คนน้ำพะโล้ในหม้ออย่างใจเย็น เม็ดไข่ต้มสีชาและเนื้อหมูสามชั้นที่เคี่ยวจนหนังนุ่มละมุนซึมซับเครื่องเทศจนฉ่ำวัวฉ่ำควายส่งกลิ่นเย้ายวน แต่นางหาได้สนใจความหิวโหยในยามนี้ไม่ สมองอันเฉียบคมของอดีตราชนิกุลกำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
"ต่อให้เป็นหลุมพรางที่พวกมันขุดรอไว้ ข้าก็ต้องกระโจนลงไปค่ะพี่จวิน" ฟางเซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉายแวววาววับดั่งประกายเพชรในความมืด นางวางทัพพีลงแล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดมืออย่างใจเย็น "ท่านจำบุรุษที่ก้าวออกมาจากเงามืดเมื่อคืนนี้ได้หรือไม่... องค์รัชทายาทผู้ควรจะสิ้นพระชนม์ในกองเพลิงเมื่อสามปีก่อน กลับยังมีลมหายใจอยู่ และเขากำลังเล่นเกมการเมืองที่เดิมพันด้วยบัลลังก์มังกร"
หานจวินขมวดคิ้วมุ่น เขาเดินเข้ามาใกล้ร่างบาง วงแขนแข็งแรงโอบเอวคอดกิ่วของภรรยาเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณการปกป้อง ความอบอุ่นจากกายแกร่งแผ่ซ่านผ่านเสื้อผ้าเนื้อหยาบ "ข้าเป็นเพียงนายทหารชั้นผู้น้อย หน้าที่คือปกป้องชายแดนและดูแลเจ้า หากวังหลวงมีความวุ่นวาย พวกเราปลีกตัวออกจากการค้าขายแล้วไปตั้งรกรากที่อื่นไม่ดีกว่าหรือ?"
"หลบเลี่ยงหรือคะ?" ฟางเซียนแย้มยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้หานจวินใจกระตุกทุกครั้ง นางหันมาประชิดตัวสามี กลิ่นหอมสะอาดจากกายสาวผสมกลิ่นเครื่องเทศจางๆ ลอยเข้าจมูก "พวกมันพรากทุกสิ่งไปจากข้าในชาติก่อน ทั้งเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และชีวิตอันสงบสุข ข้าอดทนทำมาหากินจนสร้างอาณาจักรการค้าในหมู่บ้านนี้ขึ้นมาได้ ก็เพื่อสะสม ‘ทุน’ และ ‘อำนาจ’ ในการกลับไปทวงบัญชีแค้น... และตอนนี้ คนที่เคยลงมือผลักข้าตกหน้าผาในคืนวันแต่งงาน ก็ปรากฏตัวขึ้นในจดหมายฉบับนี้แล้วค่ะ!"
นิเรียวเรียวของฟางเซียนชี้ไปยังรอยประทับลับบนมุมกระดาษ—รอยประทับรูป ‘ดอกบัวโลหิต’ สัญลักษณ์ของหน่วยลับองค์รักษ์เสื้อแพรที่ขึ้นตรงต่อองค์รัชทายาทและ... อดีตคู่หมั้นของนางผู้ทรยศหักหลัง!
หัวใจของหานจวินกระตุกวูบ เขารู้ดีว่าภรรยาของตนไม่ใช่หญิงชาวบ้านธรรมดา นางมีความลับ มีความรู้ที่กว้างขวางเกินกว่าสตรีทั่วไป และที่สำคัญ นางมีความแค้นฝังหุ่นที่ไม่อาจล้างบางได้ด้วยการถอยหนี มือหนายกขึ้นลูบศีรษะทุยของภรรยาเบาๆ อย่างยอมจำนนต่อความดื้อรั้นอันมีเหตุผลของนาง
"ไม่ว่าเจ้าจะเลือกเดินไปทางไหน ข้าจะอยู่เคียงข้างเสมอ... ต่อให้ต้องคว่ำบาตรวังหลวง ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้าอีก" เสียงทุ้มต่ำเอמהด้วยความสัตย์จริง
ฟางเซียนซบหน้าลงกับอกแผ่นกว้างของสามีครู่หนึ่งเพื่อซึมซับความอบอุ่น ก่อนจะผละตัวออกแล้วหันไปจัดการกับอาหารตรงหน้าเพื่อเตรียมเสบียงสำหรับการเดินทางไกลที่กำลังจะมาถึง
ท่ามกลางวิกฤตและความลับที่ดำมืด การค้าขายสินค้าล็อตแรกในตลาดมืดเมื่อวานนี้สร้างกำไรมหาศาลจนนางสามารถกว้านซื้อที่ดินรอบหมู่บ้านได้ทั้งหมด ผงปรุงรสสูตรพิเศษและชาสมุนไพรในมิติลับของนางกลายเป็นสินค้าหายากที่เหล่าพ่อค้ากระเป๋าหนักแย่งกันประมูลจนราคาทะยานฟ้า แต่ทว่า... ทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้ เป็นเพียงเบี้ยตัวแรกบนกระดานหมากรุกแห่งการแก้แค้นเท่านั้น
"พี่จวินค่ะ ช่วยยกหม้อพะโล้นี้ไปจัดใส่สำรับเถอะค่ะ วันนี้เรามีแขกพิเศษมารับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัย
หานจวินชะงัก "แขกพิเศษ? ผู้ใดกัน?"
ยังไม่ทันที่สามีจะได้คำตอบ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่น ทว่าเงียบกริบราวกับผู้ฝึกยุทธขั้นสูง ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ใต้หมวกปีกกว้าง ทว่าดวงตาคมปลาหมอที่กวาดมองเข้ามาภายในบริเวณบ้านกลับคุ้นตาอย่างประหลาด
บุรุษผู้นั้นก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางลานบ้าน กลิ่นอายความเยือกเย็นแผ่ซ่ายจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงทันที เขากวาดสายตามองหานจวินและฟางเซียนด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะเอמהวาจาที่ทำให้สองสามีภรรยาต้องชะงักง้าง
"แม่นางหลิน... ข้าอุตส่าห์ส่งจดหมายมาเทียบเชิญถึงเรือน เหตุไฉนเจ้าจึงยังมัวแต่เคี่ยวเนื้อหมูรอรับแขกผู้อื่นอยู่อีกเล่า หรือเจ้าลืมไปแล้วว่า... ข้าคือผู้เดียวที่ถือบัญชีชีวิตของคนที่เจ้าต้องการจะสังหาร?"
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 23
จดหมายปริศนาจากวังหลวง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!