นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 9

หานจวินเริ่มสงสัย

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงทุบประตูไม้ผุ ๆ ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยก ราวกับว่าหากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที พวกมันจะพังบานพับเก่า ๆ เข้ามาฉีกกระชากคนข้างในเป็นชิ้น ๆ "อีนังตัวดี! หลินฟางเซียน! หลบหน้าหลบตาอยู่ในนั้นทำไม มุดหัวอยู่ใต้กระโปรงผัวจนปอดแหกแล้วหรือไง ถึงเวลาชดใช้หนี้ที่แกกับผัวเสนียดจัญไรของแกสร้างไว้แล้ว!" เสียงแหลมสูงบาดหูของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหานแผดแผดเผาบรรยากาศยามวิกาลให้ร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิง ประโยคสาดเสียเทเสียเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ฟางเซียนสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายยืนนิ่งสงท่ามกลางความตึงเครียด สายตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ขณะที่มือเรียวเนียนแสร้งทำทีเป็นจัดชายเสื้อให้สามีอย่างใจเย็น ตรงกันข้ามกับความสงบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ของภรรยา ร้อยเอกหานจวินกลับยืนตระหง่านดั่งภูผาหิน กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าไหวระริกด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ ดวงตาคมกริบดรุณีสนามรบวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันตราย เขาก้าวเข้ามาขวางหน้าฟางเซียนไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างใหญ่แผ่รังสีความน่าเกรงขามจนคนนอกประตูถึงกับชะงักเสียงโวยวายไปวูบหนึ่ง "อยู่ข้างหลังฉัน..." หานจวินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความปกป้องและดุดัน "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง คนพวกนี้กล้าเกินไปแล้ว" ฟางเซียนลอบมองแผ่นหลังกว้างของสามี หัวใจที่เคยด้านชาในภพก่อนกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านผ่านช่องอก นางรู้ดีว่าหานจวินเป็นคนซื่อสัตย์และรักเกียรติยศเพียงใด แต่ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกดขี่ ความซื่อตรงอย่างเดียวไม่ต่างอะไรกับการยื่นคอให้คนอื่นเชือด "ท่านพี่... ช้าก่อนค่ะ" ฟางเซียนเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของเขาเบา ๆ สัมผัสจากปลายนิ้วคู่นั้นเย็นเยียบแต่มั่นคงอย่างยิ่ง นางเงยหน้าสบตากับเขา แววตาคู่คมฉายประกายความเจ้าเล่ห์ลึกล้ำที่หานจวินไม่เคยเห็นมาก่อน "การใช้กำลังเปิดทางออกไปตอนนี้ รังแต่จะทำให้ตระกูลหานเสียเปรียบและตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ปล่อยให้ข้าจัดการเองดีกว่าค่ะ... ท่านแค่อยืนดูข้าสั่งสอนพวกเป็ดพวกไก่พวกนี้ก็พอ" หานจวินชะงัก ก้มมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเปลี่ยนแปลงของหลินฟางเซียนในระยะหลังนี้รวดเร็วจนเขาตามไม่ทัน จากหญิงสาวผู้เอาแต่ใจ ขี้โวยวาย และหวาดกลัวผู้คน กลับกลายเป็นสตรีที่มีรัศมีเยือกเย็นและเฉียบขาดราวกับพญาหงส์ นางเอาความมั่นใจเหล่านี้มาจากไหน? แล้วรอยยิ้มที่มุมปากเวลานี้นี่มันคืออะไรกัน... *แอ๊ด—* เสียงประตูไม้เปิดออกด้วยฝีมือของหานจวินที่ดึงมันออกกว้าง เผยให้เห็นเงาร่างของชาวบ้านนับสิบคนที่ถือคบเพลิงสว่างจ้าและท่อนไม้ในมือ นำโดยป้าสะใภ้ใหญ่ที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยา และผู้ใหญ่บ้านจอมเจ้าเล่ห์ที่ยืนกอดอกทำหน้าเคร่งขรึม "อ๋อ นึกว่าจะมุดหัวหนีตายอยู่ข้างในเสียอีก!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผדเสียงแหลม พร้อมจะพุ่งเข้ามาทันที "พวกแกสองผัวเมียร่วมมือกันขโมยวัตถุดิบและเงินทุนของตระกูลใหญ่ไปซ่อน วันนี้ถ้าไม่คายออกมา อย่าหวังว่าจะได้เหยียบแผ่นดินนี้อีก!" ฟางเซียนก้าวเท้าออกมาจากเงาร่างของหานจวิน นางยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามี ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนเรียวปากอย่างไม่ปิดบัง "ขโมย? เงินทุน? ป้าสะใภ้ใหญ่... กรุณาใช้สมองส่วนที่คิดเรื่องทำมาหากินมาพูดคุยกันเสียหน่อยนะคะ อย่าใช้แต่น้ำลายกับอคติมาสาดใส่คนอื่นส่งเดช" น้ำเสียงใสราวกระดิ่งแก้วแต่ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงกลางใจผู้ฟัง จนป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับสำาลักน้ำลายตัวเอง "นัง... นังสะใภ้เนรคุณ! แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน!" "ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ?" ฟางเซียนก้าวไปข้างหน้าราวกับเสือสาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ นางหยิบสมุดบัญชีเล่มเล็กที่เพิ่งคัดลอกรายละเอียดการทุจริตออกมาจากมิติลับในพริบตาเดียวโดยไม่มีใครทันสังเกต "ในเมื่อท่านบอกว่าพวกเราขโมย งั้นเรามาเปิดบัญชีชำระหนี้กันต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านตรงนี้เลยดีกว่าค่ะ ว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา ตระกูลหลักสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวของร้อยเอกหานจวินไปเท่าไหร่ เงินเบี้ยเลี้ยงทหารที่ส่งกลับมาบ้านหลักถูกพวกท่านยักยอกไปสร้างเรือนให้ลูกชายคนโปรดเท่าไหร่ และค่าปุ๋ยค่าเมล็ดพันธุ์ที่พวกท่านปัดภาระมาให้เราแบกรับมันคืออะไรกันแน่!" สิ้นคำพูดของฟางเซียน บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบกริบลงทันที ชาวบ้านที่ถือคบเพลิงเริ่มหันไปซุบซิบกันเอง ผู้ใหญ่บ้านที่เคยทำท่าทางวางอำนาจถึงกับหน้าถอดสี เพราะตัวเลขและหลักฐานที่ฟางเซียนร่ายยาวออกมานั้น... มันตรงกับความจริงที่เขาเองก็มีส่วนรู้เห็นและรับสินบนมาไม่น้อย! หานจวินยืนมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ระคนกันทั้งทึ่ง ตะลึงงัน และ... หวาดระแวงเล็กน้อย ดวงตาของนางในยามนี้เปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าคบเพลิงในมือชาวบ้าน ท่าทีองอาจ คำพูดที่เฉียบคมราวกับคมดาบ และรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความลับมหาศาล... หลินฟางเซียนคนนี้ ไม่ใช่ภรรยาชาวไร่ชาวนาธรรมดาอย่างแน่นอน นางเป็นใครกันแน่? และซ่อนอะไรไว้เบื้องหลังความอ่อนหวานนั้น? สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มหันกลับมาจับจ้องที่ใบหน้าด้านข้างของภรรยาอย่างพิจารณา ขณะที่สมองอันชาญฉลาดเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเข้าด้วยกัน—ภรรยาของเขา... มีความลับที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ และเขาต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร ในชั่วพริบตานั้นเอง ฟางเซียนก็หันกลับมาสบตากับเขาพอดี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอีกครั้ง ก่อนที่นางจะกระซิบเบา ๆ ริมหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของชายชาตรีเต้นระส่ำ "อย่าเพิ่งสงสัยข้าเลยค่ะท่านพี่... เก็บแรงไว้ช่วยข้า 'นับเงิน' จากพวกมันหลังจากนี้ดีกว่านะคะ" (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%