นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 10

มื้อค่ำกระชับความสัมพันธ์

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นจนถ้วยชาสะเทือน น้ำชาสีเขียวเข้มกระฉอกเปื้อนนิ้วหยาบกร้านของท่านผู้ใหญ่บ้าน ทว่าหลินฟางเซียนหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางยังคงแย้มยิ้มบางเบา ปลายนิ้วเรียวงามเคาะลงบนสมุดบัญชีปกหนังเก่าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความพินาศของคนตระกูลสามีที่เคยเหยียบย่ำนางมาตลอด "เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงถึงเรียกเก็บค่าน้ำมันพืชย้อนหลังสามปีจากบ้านใหญ่!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผดเสียงแหลมสูงจนใบหน้าบิดเบี้ยว รอยย่นบนหน้าผากยับย่นด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามจะพุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อของฟางเซียน หากแต่ถูกมือหนาประดุจคีมเหล็กของร้อยเอกหานจวินคว้าเอาไว้เสียก่อน หานจวินไม่ได้เอ่ยคำขู่ใดๆ สักคำ เขียงร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเซอร์ๆ บดบังภรรยาตัวน้อยไว้ครึ่งตัว นัยน์ตาสีเข้มคมกริบมองกวาดไปยังเครือญาติจอมปลอมที่มาตั้งวงรุมกินโต๊ะบ้านพวกเขายามพลบค่ำด้วยสายตานิ่งเรียบ แต่มันกลับทรงพลังจนไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ "บัญชีก็คือบัญชี หนี้สินก็คือหนี้สินค่ะ ป้าสะใภ้" ฟางเซียนป้องปากหัวسเราะเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "สามปีที่ผ่านมา บ้านรองของเราต้องส่งเสบียงให้บ้านใหญ่ตามคำสั่งตระกูลโดยไม่เคยได้เงินคืนแม้แต่แดงเดียว แต่วันนี้... ในเมื่อกฎระเบียบของหมู่บ้านเปลี่ยนไปแล้ว ทุกครอบครัวต้องพึ่งพาตนเอง ข้าที่เป็นสะใภ้รองก็แค่มารักษาสิทธิ์ของครอบครัวเราเองเท่านั้นเองค่ะ" "นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! แกกล้าอกตัญญูต่อผู้อาวุโสเรอะ!" "อกตัญญูกับถูกเอาเปรียบ... ข้าว่าท่านป้าแยกแยะไม่ออกมากกว่านะคะ" ฟางเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางกวาดสายตามองหน้าบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่พากันมามุงดูเรื่องLช็อกโลกในห้องโถงคับแคบ ก่อนจะปิดสมุดบัญชีดัง *ฉาด* "อย่าเพิ่งสงสัยข้าเลยค่ะท่านพี่... เก็บแรงไว้ช่วยข้า 'นับเงิน' จากพวกมันหลังจากนี้ดีกว่านะคะ" ประโยคท้ายนางหันไปกระซิบกับสามีด้วยรอยย่นดวงตาเป็นประกายซุกซน หานจวินที่กำลังทำหน้าถมึงทึงอยู่ ถึงกับชะงัก มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความอ่อนโยนฉายชัดในแววตาที่มองภรรยา เขาพยักหน้ารับอย่างตามใจ "ตามใจเจ้าทุกอย่าง... ใครกล้าขัดขวาง เจ้าสั่งมาได้เลย ข้าจะจัดการให้หมด" บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบกริบลงถนัดตา ฝ่ายบ้านใหญ่ที่พกความมั่นใจมาเต็มร้อยว่าจะมาข่มขู่รีดไถ่ข้าวสารและเงินหยวนจากบ้านรอง กลับต้องหน้าซีดเผือดเมื่อเจอทั้งความเฉียบคมของสะใภ้ตัวแสบ และความเด็ดขาดของนายทหารหนุ่มผู้สามี สุดท้ายพวกมันจึงทำได้เพียงสะบัดก้นหนีออกไปพร้อมกับคำขู่ อาฆาตมาดร้ายที่ฟางเซียนโยนมันทิ้งถังขยะไปตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกมันเหยียบเข้ามา เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้น ประตูไม้ถูกลงกลอนอย่างแน่นหนา ความเงียบสงบยามค่ำคืนก็เข้าปกคลุมบ้านพักหลังน้อย หานจวินถอนหายใจยาว วางหมวกทหารลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันมามองภรรยาที่กำลังเดินหายเข้าไปในครัวหลังบ้าน แผ่นหลังบางระหงในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมเมื่อครู่ราวกับไม่หลงเหลืออยู่ในตัวนางเลยแม้แต่น้อย "เซียนเอ๋อร์ เจ้าเหนื่อยหรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขณะเดินตามเข้ามาในห้องครัวแคบๆ ดวงตาคมกวาดมองร่างโปร่งที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบ "ไม่เหนื่อยเลยค่ะท่านพี่ ตรงกันข้าม... สนุกเสียอีก" ฟางเซียนหันมายิ้มกว้างจนดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว นางหยิบเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงามออกจากมิติลับในพริบตาเดียวโดยอาศัยจังหวะที่หานจวินหันไปหยิบคืนฟืน เนื้อหมูสีแดงสดสลับไขมันขาวสะอาดส่งกลิ่นหอมคาวจางๆ ของความสดใหม่ ราวกับเพิ่งชำแหละออกจากโรงฆ่าสัตว์เมื่อนาทีที่แล้ว หานจวินชำเลืองมองเนื้อหมูชิ้นโตบนเขียงแวบหนึ่ง แม้เขาจะแปลกใจว่าภรรยาไปซ่อนวัตถุดิบชั้นดีเช่นนี้ไว้ที่ไหนในบ้านที่แทบไม่มีอะไรเลย แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นไว้ ความลับของนาง... หากนางยังไม่เอ่ยปากบอก เขาก็ยินดีที่จะทำเป็นมองไม่เห็น ขอแค่ให้นางปลอดภัยและมีความสุขก็พอ "คืนนี้เราจะทำอะไรงั้นหรือ?" สามีหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือหนาไปช่วยก่อไฟในเตาถ่านอย่างรู้ความงาน ความอบอุ่นจากเปลวไฟสีส้มเริ่มแผ่ซ่านขับไล่ความหนาวเย็นยามดึก "เมนูเด็ดที่ท่านพี่ต้องติดใจค่ะ 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วแดง' สูตรลับเฉพาะตัวของข้า" ฟางเซียนเชิดคางขึ้นเล็กน้อยด้วยความภูมิใจ ดวงตาระยิบระยับ นางเริ่มลงมือหั่นหมูเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ เสียงมีดกระทบเขียงดัง *ก๊อกๆๆ* เป็นจังหวะ ราวกับเสียงดนตรีขับกล่อมค่ำคืนอันเงียบงัน ตามด้วยการเจียวกระเทียม ขิงแก่ และน้ำตาลกรวดในหม้อดินเผา กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลที่เริ่มละลายเคลือบเคี่ยวกับน้ำมันหมูส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวแคบๆ ก่อนที่ฟางเซียนจะบรรจงเทน้ำสุราหมักชั้นดีและซีอิ๊วขาวลงไป เสียงฉ่าดังสนั่นพร้อมกับไอน้ำสีขาวพวยพุ่งขึ้นเพดาน ห่อหุ้มกลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศและเนื้อสัตว์จนคนยืนมองถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ "หอมเหลือเกิน..." หานจวินพึมพำ ดวงตาคมจ้องมองใบหน้างดงามของภรรยาที่สะท้อนแสงไฟสีส้ม นวลแก้วเนียนใสมีเหงื่อซึมบางเบา นางดูมีเสน่ห์เหลือเกินในยามที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำอาหารให้เขาเช่นนี้ "อดใจรอก่อนค่ะ อีกเคี่ยวเดียวเท่านั้น" ฟางเซียนเอ่ยพลางใช้ทัพพีไม้คนส่วนผสมในหม้ออย่างเบามือ สีสันของหมูสามชั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉ่ำวาว น่ารับประทาน น้ำซุปข้นคลั่กส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลทะลุประตูบ้าน ลอยละล่องไปตามสายลมยามค่ำคืน จนเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงถึงกับต้องพลิกตัวตื่นขึ้นมาสูดกลิ่นหอมประหลาดนี้ด้วยความฉงน ในขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันยกหม้อตุ๋นเดือดปุดๆ ไปตั้งบนโต๊ะอาหารตัวเล็กกลางห้องนั่งเล่น บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายความสุขที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ทว่ามั่นคง ฟางเซียนตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ถ้วยยื่นให้สามี รอยยิ้มหวานหยดย้อยกำลังจะคลี่ออกบนเรียวปาก ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบและรุนแรงในยามวิกาล ทำลายบรรยากาศอันแสนสงบสุขลงในพริบตา หานจวินขมวดคิ้วมุ่น วางตะเกียบในมือลงทันที ดวงตาคมกวาดมองไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยแววตาระแวดระวัง ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังจะตักหมูตุ๋น รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่วาบผ่านนัยน์ตา นางค่อยๆ วางทัพพีลงช้าๆ เมื่อได้ยินเสียงตะโกนโวยวายดังเล็ดลอดเข้ามาจากนอกบ้าน "ร้อยเอกหาน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ทางการมีคำสั่งด่วนเรียกตัวคุณให้ไปรายงานตัวที่ค่ายทหารกลางดึกคืนนี้!" ดอยตาของฟางเซียนหรี่แคบลงทันที หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่คาดฝัน การเรียกตัวกะทันหันกลางดึกเช่นนี้... ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนดัชเชสโพดำเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%