"ถ้าท่านผู้เฒ่าสกุลหลินก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในเขตเรือนพักทหารแห่งนี้จริง ๆ สิ่งแรกที่หม่อมฉัน—เอ๊ย ข้าจะทำคือสาดเกลือไล่อัปมงคล ไม่ให้เชื้อโรคจากเมืองหลวงมาแพร่แถวนี้หรอกค่ะ!"
เสียงกระแทกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องแตกดังเพล้ง! บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบในครัวเรือนสกุลหาน หลินฟางเซียนมิได้มีทีท่าหวาดหวั่นต่อจดหมายด่วนในมือแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกริบราวหงส์สะท้อนประกายความเยียบเย็นและท้าทาย นางใช้นิ้วเรียวสวยปัดเศษกระดาษจดหมายที่อ้างว่าส่งตรงมาจากตระกูลเดิมให้พ้นทาง ก่อนจะหันมาสนใจกระทะเหล็กตรงหน้าที่กำลังส่งกลิ่นหอมหวลของ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วโบราณ' ที่นางแอบดึงวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมยอดจากมิติพิเศษออกมาปรุงอย่างพิถีพิถัน
ร้อยเอกหานจวินยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกราบกรานมองภรรยาคนสวยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งทึ่ง ทั้งเป็นห่วง และรักจนแทบจะกลืนกิน เขารู้ดีว่าตระกูลหลินในเมืองหลวงนั้นใจดำอำมหิตเพียงใด การที่ "ท่านผู้เฒ่า" ซึ่งเป็นย่าทวดจอมเผด็จการดั้นด้นมาถึงชายแดนย่อมไม่ใช่เรื่องดีงามแน่
"ฟางเอ๋อร์... เจ้าไม่กลัวอำนาจของตระกูลหลินจริง ๆ หรือ? พวกเขาอาจจะใช้ข้ออ้างเรื่องการแต่งงานเมื่อครั้งอดีตมาบีบบังคับเจ้าให้กลับเมืองหลวงนะ" หานจวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด
ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ นางหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มเย้ายวนแต่แฝงพิษสงเต็มพิกัด นางใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปในหม้อเบา ๆ ก่อนจะตักชิ้นหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำเงางามที่เปื่อยนุ่มละลายในปากส่งให้สามีชิมโดยตรง "อ้าปากค่ะ สามี... ลองชิมฝีมือข้าเสียก่อน เรื่องตระกูลหลินแก่หนังเหนียวพวกนั้น ค่อยจัดการทีหลัง ข้าไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาพรากความสงบสุขของเราไปเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ตอนที่เรากำลังจะเริ่มรวยกันแบบนี้!"
หานจวินอ้าปากรับชิ้นเนื้อที่ภรรยาป้อนให้อย่างว่าง and เคี้ยวช้า ๆ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมละมุนลิ้นระเบิดขึ้นในโพรงปาก ความเครียดเรื่องจดหมายด่วนมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตะลึงในฝีมือการทำอาหารระดับเชฟวังหลวงของภรรยา
"อร่อย... อร่อยมาก ฟางเอ๋อร์ ฝีมือเจ้าทำเอาข้าวสวยร้อน ๆ หมดหม้อได้เลย" สามีหนุ่มเอמהชมด้วยความจริงใจ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
"อร่อยก็ดีค่ะ เพราะนี่คือ 'ทุนก้อนแรก' ของเราในวันนี้!"
ฟางเซียนยิ้มกริ่ม นางกวาดสายตามองผลผลิตในมิติลับของตนเอง ทั้งพริกไทยดำชั้นดี สมุนไพรหายาก และโดยเฉพาะ 'สบู่สมุนไพรสูตรลับเฉพาะ' ที่นางทดลองเคี่ยวและขึ้นรูปเมื่อคืนนี้จนได้สบู่ก้อนกลมกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและรักษาอาการผดผื่นตามประสาคนใช้แรงงาน สบู่พวกนี้ต้นทุนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่นางมั่นใจว่าในตลาดมืดและย่านการค้าชายแดน มันจะกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่เหล่าภรร่านายทหารและพ่อค้ากระเป๋าหนักแย่งกันซื้อจนหัวแตกแน่นอน
ช่วงบ่ายแก่ ๆ ณ ตลาดการค้ากลางเมืองชายแดน บรรยากาศอึกทึกครึกโครมไปด้วยเสียงต่อรองราคาและกลิ่นอายฝุ่นดิน หลินฟางเซียนในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ยืนปูผ้ากระสอบผืนสะอาดบนแผงลอยชั่วคราวที่สามีช่วยหาให้ นางจัดเรียงก้อนสบู่สมุนไพรสีนวลเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับโหลแก้วใส่ 'น้ำชาสมุนไพรเย็นชื่นใจ' ที่ต้มจากดอกเก๊กฮวยและรากบัวในมิติพิเศษ ส่งกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ เชิญชวนผู้คน
"มาจ้า! เชิญแวะชมสบู่สมุนไพรสูตรโบราณ ชำระล้างสิ่งสกปรก บำรุงผิวให้ผุดผ่องเนียนนุ่มดั่งคุณหญิงในวังหลวง ก้อนละสิบอีแปะเท่านั้น! แถมยังได้ทดลองดื่มชาสมุนไพรดับกระหายฟรีหนึ่งจอกเจ้าค่ะ!"
เสียงใสแจ๋วของฟางเซียนดังฟังชัดและมีพลังดึงดูดอย่างประหลาด เหล่าแม่ค้าและภรรยาทหารที่เดินผ่านไปมาต่างชะงักฝีเท้า กลิ่นหอมสะอาดของสบู่ลอยเตะจมูกผสานกับความน่าดื่มของชาสมุนไพรสีอำพันในโหลแก้ว ทำให้ฝูงชนเริ่มเบียดเสียดกันเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ
"แม่นาง สบู่เจ้านี่ใช้ดีจริงหรือ? ผิวข้าหยาบกร้านจากการซักผ้าตากแดดตากลมมานาน จะช่วยได้จริงหรือ?" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ฟางเซียนยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง นางหยิบก้อนสบู่ขึ้นมาส่งให้หญิงผู้นั้นดมกลิ่นใกล้ ๆ "ท่านพี่ลองพิสูจน์กลิ่นดูก่อนได้ค่ะ หาใช่สบู่ไขมันสัตว์เหม็นหืนตามท้องตลาดไม่ สบู่ของเราผสมน้ำมันพืชบริสุทธิ์และดอกไม้นานาพันธุ์ ล้างแล้วไม่แห้งตึง หากไม่นุ่มจริง ข้าไม่กล้าเอามาขายให้เสียชื่อสกุลหานหรอกค่ะ!"
พอบวกกับความน่าเชื่อถือและบุคลิกสง่างามเกินชาวบ้านร้านตลาดของฟางเซียน ประกอบกับการที่ร้อยเอกหานจวินมายืนคุมเชิงร่างสูงใหญ่ตระหง่านอยู่ข้างแผงด้วยใบหน้าดุเข้ม ทำเอาไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องหรือเอาเปรียบ ในไม่ช้า... ลูกค้าคนแรกก็ควักเงินจ่ายซื้อสบู่ไปสองก้อน ตามมาด้วยคนที่สอง สาม และสี่!
ผ่านไปไม่ถึงสองเค่อ (หนึ่งชั่วโมง) สบู่สมุนไพรล็อตแรกสามสิบก้อนเกลี้ยงแผงอย่างไร้ร่องรอย! เงินเหรียญทองแดงและเศษเงินตำลึงเงินถูกโยนลงในตะกร้าไม้จนส่งเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊งชื่นใจ รายได้ก้อนแรกในชีวิตใหม่พรั่งพรูเข้ามาจนหัวใจของฟางเซียนพองโต นางแย้มยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ หานจวินที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ ถึงกับอมยิ้มกว้างไม่แพ้กัน เขายื่นมือหนามาช่วยเก็บแผงด้วยความคล่องแคล่ว ภรรยาของเขาช่างเก่งกาจและน่ามหัศจรรย์เสียจริง
คืนนั้น สกุลหานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น บนโต๊ะอาหารมีไก่ต้มสมุนไพรตัวโตและผัดผักสดกรอบจากมิติพิเศษ ท่ามกลางกองเงินเหรียญนับร้อยที่ถูกเทลงบนโต๊ะเพื่อตรวจนับ ฟางเซียนนั่งนับเงินด้วยความเพลิดเพลิน ดวงตาระยิบระยับด้วยประกายความมั่งคั่ง
"เห็นไหมคะท่านพี่... ข้าบอกแล้วว่าข้าเลี้ยงท่านได้สบาย ๆ ไม่ต้องพึ่งพาตระกูลใหญ่โตที่ไหนหรอก" ฟางเซียนเอ่ยเย้าสามีพลางหัวเราะคิกคัก
หานจวินเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาไว้แน่น ดวงตาคมทอดมองด้วยความรักล้นปรี่ "ข้าเชื่อเจ้าแล้ว... ฟางเอ๋อร์ ต่อไปนี้ ไม่ว่าเจ้าอยากทำอะไร ข้าจะอยู่เคียงข้างและปกป้องเจ้าเอง"
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและอบอวลไปด้วยความสุข เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดและรุนแรงราวกับจะพังเข้ามาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! สามหาวนักนะ นังสะภารีเนรคุณ กล้าดียังไงถึงหนีมาซุกหัวอยู่ที่นี่ ส่งตัวนังฟางเซียนออกมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนแหบแห้งแต่อำมหิตของหญิงชราดังทะลุประตูไม้เก่า ๆ เข้ามา พร้อมกับเงาร่างของคนกลุ่มใหญ่ที่ปิดล้อมเรือนพักไว้จนมิดชิด รอยยิ้มบนใบหน้าของฟางเซียนแข็งค้างไปชั่วพริบตา นางหันไปสบตากับหานจวินที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมรากเลือดในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ดัชเชสโพดำเสมอนะคะ
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 8
สินค้าชิ้นแรกที่ขายได้
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!