เสียงตบโต๊ะไม้ดังปัง! จนเข่งไม้ไผ่ใส่หัวเหว่ยสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายความฉุนเฉียวของตลาดเช้าผสมผสานกับกลิ่นดินฝนอบอ้าวไม่ได้ทำให้หลินฟางเซียนสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่ที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนเรียวปากอิ่มสวย ราวกับกำลังมองดูตัวตลกกำลังร่ายรำบนเวทีด้วยความเวทนา
"หลินฟางเซียน! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเอาแป้งสาลีเนื้อหยาบกากเดนมาหลอกขายชาวบ้านในราคาแพงหูฉี่เช่นนี้! คิดว่าสามีเป็นถึงร้อยเอกแล้วจะทำตัวกร่าง รังแกแม่ค้าเก่าแก่อย่างข้าได้งั้นหรือ!"
เสียงแหลมสูงของ "มาดามหวัง" เจ้าแม่แห่งตลาดสดประจำตำบลตะโกนก้อง เรียกความสนใจจากชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายรายอื่นให้หันมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น นิ้วอวบอ้วนทาเล็บสีแดงสดชี้หน้าฟางเซียนราวกับจะจิ้มให้ทะลุ
ฟางเซียนค่อยๆ วางถุงผ้าลินินปักลายประณีตลงบนแผงลอย ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองรอบตัวอย่างใจเย็น นางไม่ได้รีบร้อนโต้เถียง ทว่ากลับหยิบตลับไม้แกะสลักลวดลายดอกท้อขึ้นมาเปิดออก กลิ่นหอมหวานละมุนของแป้งหมักยีสต์สูตรลับเฉพาะจากมิติลับก็โชยฟุ้งเตะจมูกผู้คนรอบข้างทันที
"แป้งกากเดนอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ป้าหวัง..." ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากังวานชัดเจน กิริยาท่าทางสง่างามราวนางพญาผู้สูงศักดิ์ แม้จะสวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย "ลองใช้สายตาคู่ที่มักเอาแต่จับผิดคนอื่น เพ่งมองให้ชัดเจนเสียก่อนดีไหมคะว่า สิ่งที่ท่านเรียกว่ากากเดนนี้ คือแป้งสาลีหมักน้ำนมแพะขัดขาวบริสุทธิ์เกรดพรีเมียม ที่ต่อให้ท่านเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาประมูล ก็ยังซื้อหาไม่ได้แม้แต่กระสอบเดียว"
เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่มุง บรรดาแม่บ้านต่างสูดปากเมื่อเห็นเนื้อแป้งสีขาวนวลราวนมสดในตลับไม้ ไม่มีฝุ่นผง ไม่มีรำข้าวปะปนแม้แต่น้อย ยิ่งกว่านั้น เมื่อฟางเซียนหยิบซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมที่เพิ่งนึ่งสดๆ ร้อนๆ ออกมาจากลังถึงไม้ไผ่ ไอความร้อนพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่สะกดให้ทุกคนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"หากนี่คือของปลอม ไยสามีของท่านที่เพิ่งเดินกลับมาจากกองทัพ ถึงได้เหมาซื้อไปร้อยลูกเมื่อวานนี้เล่าคะ?" ฟางเซียนปรายตามองไปทางสามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ไม่ไกล หานจวินในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ ใบหน้าคมคายดุดันปานเทพพิทักษ์ประตู แต่สายตากลับทอดมองภรรยาด้วยความรักใคร่และภูมิใจเต็มเปี่ยม จนมาดามหวังหน้าถอดสี
"เจ้า... เจ้าพวกตระกูลหลิน! พวกเจ้ามันพวกหน้าเนื้อใจเสือ!" มาดามหวังเริ่มเสียงสั่นเมื่อเห็นท่าทีสนับสนุนจากฝูงชนที่เริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทาความอิจฉาริษยาของนางเอง
"การค้าขายต้องซื่อสัตย์และแข่งขันกันด้วยคุณภาพ ไม่ใช่การใช้วิธีสกปรกมาดิสเครดิตคู่แข่งเพื่อผูกขาดตลาด" ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้แม่ค้าปากร้ายทีละก้าว แรงกดดันจากออร่าอำนาจที่หลงเหลือจากชาติภพเก่าบีบให้มาดามหวังต้องผถอยหลังกรูด "ถ้าท่านยังกล้าพูดจาใส่ร้ายป้ายสีข้าอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะให้สามีทำเรื่องตรวจสอบบัญชีภาษีของร้านท่านย้อนหลังสามปีเต็ม... ท่านคิดว่าคลังสินค้าของท่านจะรอดพ้นการตรวจสอบไปได้สักกี่น้ำกันคะ?"
คำขู่ที่เยือกเย็นแต่เด็ดขาดราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจ ทำให้มาดามหวังหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นท่ามกลางเสียงหัวingเยาะเบาๆ ของชาวบ้าน ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ นางหันกลับมาจัดการจัดเรียงสินค้าบนแผงต่ออย่างไม่ใส่ใจ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากเมื่อเห็นเหรียญเงินเริ่มถูกโยนลงกล่องไม้รับเงินไม่ขาดสาย
จนกระทั่งช่วงบ่ายแก่ๆ สินค้าล็อตแรกทั้งซาลาเปานมสดและแป้งหมักสูตรพิเศษก็ขายหมดเกลี้ยงในพริบตาเดียว ความเหน็ดเหนื่อยถูกแทนที่ด้วยความอิ่มเอมใจ หานจวินเดินเข้ามาโอบเอวภรรยาอย่างทะนุถนอม พร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย
"ฟางเอ๋อร์... มีจดหมายด่วนส่งตรงมาจากคฤหาสน์สกุลหลินในเมืองหลวง... คนส่งข่าวบอกว่า 'ท่านผู้เฒ่า' กำลังเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง"
ดัชเชสโพดำขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 7
ปะทะแม่ค้าปากร้าย
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!