"หม้อดินเผานี่ราคาเจ็ดอีแปะ? เจ้าเอาเปรียบคนบ้านนอกเกินไปแล้วกระมังเถ้าแก่!"
เสียงใสราวกับระฆังแก้วแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นกลางตลาดค้าส่งประจำอำเภอจินหลิง เรียกสายตาของผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว หลินฟางเซียนในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ยืนกอดอกมองเจ้าของร้านขายเครื่องครัวด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาคู่คมกวาดมองสินค้าในร้านอย่างพินิจพิจารณา
ร้อยเอกหานจวินที่เดินตามหลังมาติดๆ รีบก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาโดยสัญชาตญาณ มือใหญ่หนาเอื้อมไปจับชายเสื้อของนางเบาๆ อย่างระแวดระวัง เกรงว่าภรรยาตัวน้อยของเขาจะไปมีเรื่องกับพ่อค้าคนเถื่อนเข้า ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อย รังสีอำมหิตที่สะสมในสนามรบแผ่ออกมาจนพ่อค้าเครื่องครัวถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ฮو… แม่นางพูดจาให้เกียรติกันบ้าง นี่มันหม้อดินเผาเคลือบน้ำยาชั้นดี นำมาจากเตาเผาเมืองหลวงเชียวนะ!" พ่อค้าวัยกลางคนพยายามเถียงกลบเกลื่อนความกลัว
"เมืองหลวงหรือ?" ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเข้าไปใกล้แผงสินค้าอีกก้าว ใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกแตะลงที่ผิวหม้อดินใบนั้นเบาๆ "เนื้อดินหยาบ หนาเตอะ เคลือบน้ำยาบางจนเห็นรอยร้าวรากผมอยู่ใต้ชั้นเคลือบ หากนำไปตั้งไฟต้มยาไม่ถึงสามเค่อ เกรงว่าคงได้แตกกระจายคารังถ่านเป็นแน่ เจ้ากล้าอ้างว่าเป็นสินค้าจากเมืองหลวงเชียวหรือ? หรือว่า... เถ้าแก่คิดว่าข้าเป็นสตรีบ้านนอกที่ไม่รู้ความ จึงคิดจะหลอกขายสินค้าตกเกรดในราคาตัดหัวเช่นนี้คะ?"
น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดกรีดแทงใจดำพ่อค้าจนหน้าถอดสี ผู้คนรอบข้างเริ่มส่งเสียงซุบซิบบางคนพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อเห็นรอยร้าวที่ฟางเซียนชี้ให้ดู
หานจวินมองภรรยาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ ความกังวลเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความภาคภูมิใจระคนทึ่ง ภรรยาของเขาช่าง... ร้ายกาจและน่าหลงใหลเสียจริง นางฉลาดเป็นกรด ทันคน และไม่เคยยอมให้ใครเอาเปรียบได้เลยแม้แต่น้อย
"ได้ๆ ข้าลดให้เหลือสามอีแปะพอก, แม่นางโปรดไว้หน้าข้าด้วยเถอะ!" พ่อค้ายอมจำนนแต่โดยดีเมื่อเห็นว่าไม่มีทางหลอกสตรีผู้นี้ได้
"สี่ใบสิบอีแปะ หากตกลง ข้าจะเหมาหม้อขนาดนี้ไปครึ่งโหล" ฟางเซียนยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ยื่นข้อเสนอที่เฉียบขาดจนพ่อค้าแทบกระอักเลือด แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาดุจเหยี่ยวของนายทหารร่างสูงที่ยืนถมึงทึงอยู่ข้างหลัง เขาก็พยักหน้ารับอย่างจำยอมทันที
หลินฟางเซียนลอบยิ้มในใจ การเข้าเมืองเพื่อสำรวจตลาดในวันนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่การซื้อเครื่องครัว แต่นี่คือการก้าวแรกในการวางรากฐานอาณาจักรธุรกิจของนาง!
หลังจากจัดการธุระเรื่องเครื่องมือทำมาหากินเสร็จ หานจวินก็จูงมือภรรยาเดินลัดเลาะเข้าสู่ย่านตลาดสดและตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชีวิตชาวบ้าน กลิ่นหอมของแป้งทอด น้ำมันงา และเครื่องเทศลอยมาเตะจมูกปลุกความหิวโหยในกระเพาะ ทว่าสิ่งที่ฟางเซียนให้ความสนใจหาใช่ของกินเล่นริมทางไม่ สายตาของนางกำลังกวาดมองแผงขายวัตถุดิบ เนื้อสัตว์ และพืชผักต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน
"ฟางเซียน เจ้าเหนื่อยหรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามด้วยความห่วงใย ฝ่ามือหนาที่กุมมือภรรยาอยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย "หากเดินไม่ไหวแล้ว เราแวะกินบะหมี่เนื้อสักชามก่อนดีหรือไม่ เจ้าผอมลงไปมากนัก ข้าอยากให้เจ้าได้กินของดีๆ"
ฟางเซียนช้อนสายตาขึ้นมองสามี หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วอก นางบีบมือตอบรับเบาๆ "ข้ายังไหวค่ะพี่จวิน แต่อยากแวะดูแผงขายเนื้อตรงนั้นเสียก่อน"
ทั้งคู่เดินมาหยุดอยู่ที่แผงขายหมูขนาดกลาง พ่อค้าเนื้อรูปร่างกำยำกำลังสับกระดูกหมูเสียงดังโครมคราม บนแผงมีเนื้อหมูสามชั้นสีชมพูสวยงามวางอยู่ แต่ที่มุมหนึ่งกลับมีชิ้นส่วนที่คนสมัยนี้มองว่าเป็น "ขยะ" หรือของไร้ค่า... ขาหมู คอหมู และซี่โครงติดมันเยิ้ม ที่ถูกกองสุมไว้ราวกับไม่มีใครต้องการ
ประกายตาของหลินฟางเซียนสว่างวาบขึ้นทันที มิติลับในห้วงสำนึกของนางมีตำราอาหารโบราณและเครื่องเทศล้ำค่าจากยุคศตวรรษที่ 21 ซ่อนอยู่ครบถ้วน เนื้อหมูสามชั้นและส่วนหนังเหล่านี้ หากนำมาเคี่ยวกับซีอิ๊วสูตรลับ โป๊ยกั๊ก อบเชย และน้ำตาลเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก มันจักต้องสร้างความฮือฮาให้ตลาดแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน!
"เถ้าแก่เจ้าคะ ส่วนนี้... ขายอย่างไรคะ?" ฟางเซียนชี้ไปยังกองซี่โครงและขาหมู
พ่อค้าเนื้อเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ "อ๋อ... ส่วนนั้นหรือ แม่นางอยากได้รึ? ข้ามิได้ขายหรอก ปกติถ้าใครซื้อเนื้อแดง ข้าก็จะแถมๆ ไปให้ หรือไม่ก็โยعทิ้งให้สุนัขกิน หากเจ้าอยากได้จริงๆ ข้าให้ฟรีๆ ไปเลย ถือว่าทำบุญ"
ในยุคสมัยนี้ ผู้คนนิยมกินเนื้อแดงที่มีมันน้อยเพื่อประทังชีวิต ส่วนไขมันและหนังหนาๆ มักถูกมองว่าเป็นของเลี่ยนและไร้ราคาค่างวด แต่สำหรับฟางเซียน นี่คือขุมทองคำชัดๆ!
"ของฟรีไม่มีในโลกหรอกค่ะเถ้าแก่ ข้าขอเหมาส่วนที่เหลือทั้งหมดนี่ ในราคาห้าอีแปะก็แล้วกัน" ฟางเซียนกล่าวอย่างใจป๋า ควักเหรียญทองแดงส่งให้ทันที ทำเอาพ่อค้าอ้าปากค้างด้วยความงุนงง คิดว่าสตรีผู้นี้คงสติฟั่นเฟือนไปเสียแล้วที่เอาเงินมาซื้อของทิ้งขว้าง
หานจวินไม่ได้เอ่ยขัดใจภรรยา แม้เขาจะไม่เข้าใจว่านางจะเอาซี่โครงติดมันและหนังหมูพวกนี้ไปทำอะไร แต่ภรรยาอยากได้ เขาก็พร้อมจะแบกมันกลับบ้านให้ ต่อให้ต้องเดินเท้าสิบหลี้เขาก็ไม่ปริปากบ่นสักคำ
หลังจากเดินสำรวจตลาดจนทั่วและได้วัตถุดิบแปลกๆ รวมถึงเมล็ดพันธุ์พืชหายากมาอีกหลายชนิด ทั้งคู่ก็แวะพักเหนื่อยที่โรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งริมแม่น้ำ บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบ ลมเย็นพัดโชยเข้ามาปะทะใบหน้าชวนให้ผ่อนคลาย ฟางเซียนสั่งอาหารพื้น 2-3 อย่างมารับประทานเพื่อเติมพลัง
ทว่า ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังรออาหารอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยเสียงดังก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเข้าโรงเตี๊ยม กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดนักเลงท้องถิ่น 4-5 คนเดินเข้ามาด้วยท่าทางกร่าง ดวงตากวาดมองไปรอบร้านก่อนจะมาสะดุดอยู่ที่โต๊ะของหานจวินและฟางเซียน
"เฮ้ย! นั่นมันไอ้ทหารหน้าโง่กับเมียตัวแสบไม่ใช่รึ?" เสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากปากของ "หลี่เฉียง" อันธพาลประจำเมืองผู้เป็นหลานชายของคหบดีใหญ่ผู้กุมอำนาจตลาดแห่งนี้ หลี่เฉียงเดินตรงดิ่งเข้ามาพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย
หานจวินวางตะเกียบลงช้าๆ ใบหน้าคมเข้มเย็นชาลงทันที รังสีการฆ่าฟันแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับพญายมราช
ฟางเซียนยังคงจิบชาร้อนในมืออย่างใจเย็น นางปรายตามองกลุ่มคนพวกนี้แวบหนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาราวกับกำลังรอคอยความบันเทิงบางอย่างอยู่พอดี...
ในขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นและสายตาของทุกคนในโรงเตี๊ยมจับจ้องมาที่โต๊ะของพวกเขาอย่างลุ้นระทึก ทันใดนั้นเอง ประตูโรงเตี๊ยมก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างสูงโปรดักส์ดีของชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง สวมเสื้อคลุมผ้าแพรปักลายวิจิตร ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกสลัก ทว่าแววตากลับคมกริบราศีกดขี่ข่มเหงผู้คนแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
ชายผู้นั้นกวาดสายตามาหยุดอยู่ที่หลินฟางเซียน ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากแล้วเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้หานจวินต้องขมวดคิ้วมุ่นทันที
"ไม่นึกเลยว่าจะได้พบ 'คู่ค้า' คนสำคัญในสถานที่อับชื้นเช่นนี้... แม่นางหลิน, สนใจมาร่วมโต๊ะดื่มสุรากับข้าสักจอกไหมเล่า?"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ!**
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 6
ตลาดนัดเปิดโลกทัศน์
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!