กลิ่นอายควันฟืนผสมกลิ่นหอมฉุนของน้ำมันพริกและเต้าเจี้ยวดองยังลอยวนอยู่ในห้องครัวคับแคบแห่งนั้นค่ะ ทว่าบรรยากาศรอบโต๊ะอาหารกลับเงียบงันจนได้ยินเสียงน้ำมันเดือดจากกระทะของบ้านข้างเคียง
“ดูท่า... มื้อเย็นวันนี้ คงไม่ได้มีแค่เรื่องในครัวให้จัดการเสียแล้วสินะคะท่านแม่?”
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นของหลินฟางเซียนดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันมาร่วมนาที ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองมารดา chồng—นางโจว—ผู้กำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่หัวโต๊ะ มือเหี่ยวย่นกำตะเกียบไม้ไผ่ในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน นางโจวอ้าปากพะงาบๆ หมายจะเอ่ยคำด่าทออันเจ็บแสบตามนิสัยเดิม แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับรอยยิ้มบางเบาแต่ทรงอำนาจของลูกสะใภ้ผู้เปลี่ยนไปราวคนละคน คำพูดเหล่านั้นก็กลืนกลับลงคอไปอย่างยากลำบาก
ฟางเซียนหาได้ใส่ใจท่าทีตื่นตระหนกของแม่สามีไม่ นางหันไปตักซี่โครงหมูตุ๋นรากบัวชิ้นโตใส่ถ้วยให้ร้อยเอกหานจวินผู้เป็นสามีอย่างเอาใจใส่ กิริยาท่าทางนุ่มนวลทว่าคล่องแคล่วนี้ช่างขัดกับบรรยากาศมาคุในห้องเสียเหลือเกิน
หานจวินมองหน้าภรรยา ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มไหววูบเล็กน้อย เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขาไม่ได้อ่อนแอให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่เหตุการณ์ประกาศกร้าวกลางลานบ้านเมื่อวันก่อน ฟางเซียนแสดงให้เห็นทั้งความเฉียบขาดและความฉลาดเป็นกรดที่แม้แต่เขายังต้องทึ่ง มือหนายื่นมารับถ้วยซี่โครงหมู ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทำลายความตึงเครียด
“กินข้าวเถอะค่ะ อาหารกำลังร้อน” เขากล่าวสั้นๆ แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้นางโจวฮึดฮัดขัดเคืองแต่ไม่กล้าเอ่ยปากโต้แย้ง
คืนนั้นเอง เมื่อเรือนพักหลังน้อยดับตะเกียงลงจนเหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างกระดาษ ฟางเซียนไม่ได้นอนหลับพักผ่อนเหมือนเช่นชาวบ้านทั่วไป ภายในใจของนางกำลังวางแผนการใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ของนักบริหารมือฉกาจ
ในมิติลับที่ซ่อนอยู่ภายในจิตวิญญาณของนาง—พื้นที่มหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยคลังสินค้าและตำราโบราณ—มีเมล็ดพันธุ์สมุนไพรหายากและพืชเศรษฐกิจยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอยู่เพียบ หากจะพึ่งพาเบี้ยหวัดทหารอันน้อยนิดของหานจวินเพียงอย่างเดียว ชีวิตในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้คงไม่พ้นต้องก้มหัวให้คนอื่นเหยียบย่ำ นางไม่อาจยอมรับชะตากรรมนั้นเด็ดขาด
“จวินจวินค่ะ” ฟางเซียนกระซิบเรียกสามีที่ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกนอน ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามของชายชาตรีหันมามองนางทันที ดวงตาคู่นั้นมีความห่วงใยเจืออยู่เสมอเมื่อมองมาที่เธอ
“มีอะไรหรือเปล่าฟางเซียน? ดึกมากแล้ว เจ้าควรพักผ่อน” หานจวินเอ่ยถามเสียงนุ่ม มือใหญ่เอื้อมมาจัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้วเนียนของภรรยาอย่างทะนุถนอม
“ฉันนอนไม่หลับค่ะ และกำลังคิดเรื่องที่เราจะพลิกฟื้นฐานะครอบครัวของเรา” ฟางเซียนขยับกายเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ จากตัวนางทำให้หานจวินลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ “ที่ดินหลังบ้านของเราดินร่วนซุยและมีความชื้นพอเหมาะ หากเราเปลี่ยนมันให้เป็น ‘ฟาร์มสมุนไพร’ สำหรับบำรุงเลือดและรักษาอาการบาดเจ็บของทหารล่ะคะ? ท่านคิดว่าตลาดจะต้องการไหม?”
หานจวินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ สมุนไพรบำรุงและรักษาบาดแผลเป็นสินค้าควบคุมที่มีราคาแพงลิบลิ่วในเมือง ทหารระดับล่างอย่างเขาแทบไม่มีปัญญาซื้อหา ยิ่งการจะเพาะปลูกเองยิ่งเป็นเรื่องไกลเกินฝันเนื่องจากขาดแคลนเมล็ดพันธุ์และความรู้
“สมุนไพรพวกนั้นปลูกยากนะฟางเซียน อีกอย่าง... เมล็ดพันธุ์ชั้นดีหายากยิ่งกว่าทองคำ” หานจวินเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี ไม่อยากให้ภรรยาต้องผิดหวัง
ฟางเซียนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจจนประกายในดวงตาระยิบระยับแข่งกับแสงจันทร์ นางหยิบถุงผ้าใบลายปักประณีตที่เพิ่ง ‘หยิบ’ ออกมาจากมิติลับเมื่อครู่ วางลงบนตักของสามีเบาๆ
“เรื่องเมล็ดพันธุ์ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันมีวิธี... แต่สิ่งที่ฉันต้องการจากคุณคือ ‘การคุ้มครอง’ และ ‘ความร่วมมือ’” ฟางเซียนกระซิบเสียงพร่า ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดต้นคอของชายหนุ่ม “เราจะเริ่มจากการปลูกโสมตังกุยและโกฐหัวบัวล็อตแรกในแปลงลับหลังบ้าน หลบเลี่ยงสายตาพวกตระกูลหานที่คอยจ้องจะสูบเลือดเนื้อเรา เมื่อผลผลิตโตเต็มที่ ฉันจะนำมันไปวางขายในตลาดมืดด้วยตัวเอง”
หานจวินมองถุงผ้าในมือสลับกับใบหน้าจริงจังของภรรยา หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกฎระเบียบ แต่เป็นเพราะความเร่าร้อนและเสน่ห์อันน่าหลงใหลของผู้หญิงตรงหน้า—ภรรยาที่เก่งกาจ ฉลาดเฉลียว และพร้อมจะเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าฟันอุปสรรคไปกับเขา
“ถ้าเจ้าต้องการ... พี่จะปกป้องแปลงสมุนไพรนั้นด้วยชีวิตของพี่เอง” หานจวินให้คำมั่นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาคู่นั้นทอประกายความรักความหลงใหลจนฟางเซียนรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยังไม่ทันทอประกายเต็มที่ ฟางเซียนก็ลุกขึ้นมาเตรียมตัวรับมือกับความวุ่นวายรอบใหม่ นางตั้งใจจะลงมือขุดดินแปลงแรกด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้เสียเวลา ทว่าทันทีที่นางก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเรือนพัก กลิ่นหอมเย้ายวนของแป้งทอดกรอบผสมน้ำตาลอ้อยเคี่ยวก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของสะใภ้ใหญ่ที่ยืนถือตะหลิวหน้าตาตื่นอยู่ที่ลานบ้าน
“นังฟางเซียน! แกทำอะไรลงไป! ทำไมในไหเก็บเสบียงของส่วนกลางถึงมีแต่แป้งเกรดดีตั้งหลายถุงแบบนี้?!”
ฟางเซียนชะงักฝีเท้า มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน ก่อนที่นางจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้า พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของสามีที่เดินตามหลังมาติดๆ เพื่อประกาศศักดาให้ทุกคนในตระกูลได้รู้ว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มารังแกภรรยาของเขาอีกแล้ว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บ แสบทรวง และความรักอันมั่นคงของฟางเซียนและพี่จวินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 5
แผนการทำฟาร์มสมุนไพร
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!