นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 3

มื้อแรกในฐานะเมียทหาร

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
คมดาบในมือของหานจวินสั่นไหวเล็กน้อยยามสะท้อนแสงไฟตะเกียง เงาร่างที่ทาบทับอยู่หลังม่านไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่าไม่ได้ถอยหนี แต่กลับส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าในลำคอ ก่อนที่ร่างผอมแห้งของหญิงชราเพื่อนบ้านผู้มักลับหลังนินทาจะก้าวเซเข้ามาพร้อมตะกร้าผักดองครึ่งๆ กลางๆ "ตายจริง... ดึกดื่นมืดค่ำป่านนี้ บ้านนี้ยังมีเรี่ยวแรงจุดไฟทำอะไรกินกันอีกหรือเจ้าคะ ข้าแค่จะมาหยิบยืมน้ำมันพืชสักจอก... เอ๊ะ!กลิ่นนี่มันอะไรกัน?" หลินฟางเซียนหรี่ตาลงทันที สมองอันปราดเปรื่องของอดีตราชนิกุลคำนวณความเสี่ยงภายในเสี้ยววินาที นางก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างสามี มือเรียวบางแตะลงบนท่อนแขนแกร่งที่ยังคงเกร็งเครียดเป็นเชิงส่งสัญญาณให้เขาสงบศึก "ดึกป่านนี้แล้ว ป้าชุนยังอุตส่าห์เดินมาเยือนเรือนหลังน้อยที่แทบไม่มีอะไรกินได้ ช่างขยันขันแข็งเสียจริงนะคะ" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรังสีคุกคามอันเยือกเย็นจนหญิงชราสะดุ้ง "แต่น่าเสียดายนัก น้ำมันพืชบ้านข้าแม้แต่หยดเดียวก็ไม่มีให้ใครยืมหรอกค่ะ เชิญกลับไปนอนเอาแรงเสียเถอะค่ะ ก่อนที่ท่านจะรบกวนเวลาพักผ่อนอันน้อยนิดของสามีข้า" ป้าชุนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาลายกวาดมองไปรอบห้องที่สะอาดสะอ้านผิดหูผิดตา ทั้งที่ควรจะรกรากและมีแต่ฝุ่นหนาเตอะ กลิ่นหอมลึกลับที่โชยเตะจมูกเมื่อครู่ถูกกลบด้วยกลิ่นอับของเรือนไม้ นางทำได้เพียงแค่นเสียงรับคำแล้วถอยร่นออกไปอย่างไร้ความสง่างาม เมื่อเสียงฝีเท้าเงียบหายไป หานจวินจึงผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา เขาสอดดาบกลับเข้าฝัก หันมามองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน "เจ้านี่นะ... ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวัน ระวังพวกคนปากหอยปากปูจะเอาไปนินทาเสียหายมากกว่าเดิม" "ปล่อยให้พวกมันพูดไปเถอะค่ะ คนพวกนั้นไม่เคยเอาข้าวสารมาใส่หม้อให้เรากินสักเม็ด มีแต่จะคอยสูบเลือดสูบเนื้อเราต่างหาก" ฟางเซียนเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว นางหมุนตัวกลับไปจัดการกับกองเสบียงวิเศษที่ซ่อนอยู่ในมิติลับ ภายในมิติลับของนางเวลานี้ เปรียบเสมือนคลังสินค้าสวรรค์ที่ถูกย่อส่วนลงมา ชั้นวางของทำจากไม้จันทน์หอมเรียงรายด้วยเนื้อหมูสามชั้นติดมันชั้นดีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน กุ้งแห้งตัวโต พริกแห้งสีแดงสด ขิงแก่ และเครื่องเทศนานาชนิดที่หาไม่ได้ในหมู่บ้านทุรกันดารแห่งนี้ ฟางเซียนหยิบหมูสามชั้นกิโลกรัมหนึ่งออกมา พร้อมกับผักกาดดองชั้นดีและแป้งสาลีเนื้อเนียน หานจวินยืนมองภรรยาหยิบสิ่งของเหล่านี้ออกมาจากความว่างเปล่าด้วยความทึ่ง แม้เขาจะเคยเห็นคราหนึ่งแล้วตอนที่นางรักษาแผลให้เขา แต่วิสัยของบุรุษผู้ซื่อตรงและเติบโตมาในค่ายทหารทำให้เขาเลือกที่จะเก็บงำความสงสัยไว้ ดวงตาคมกริบมองตามร่างระหงที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารด้วยความหลงใหลระคนห่วงใย "เจ้าจะทำอะไรหรือ ให้พี่ช่วยก่อไฟดีกว่า มือขาวๆ ของเจ้าไม่ควรมาจับงานหยาบพวกนี้" หานจวินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พร้อมกับเดินเข้ามาแย่งกระบวยไม้ในมือ นางเอกสาวชำเลืองมองสามีหนุ่มที่แม้จะมีใบหน้าบึ้งตึงและรอยแผลเป็นจากสนามรบพาดผ่าน แต่แววตากลับฉายชัดถึงความรักใคร่และทะนุถนอมอย่างปิดไม่มิด "ถ้าท่านไม่อยากให้มือคู่นี้ต้องเหนื่อย ก็จงเป็นลูกมือที่ดีค่ะ" ฟางเซียนอมยิ้มบางๆ นางหยิบมีดสับหมูอย่างคล่องแคล่ว เสียง "ฉับๆๆ" ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะท้อนความชำนาญที่ขัดกับฐานะอดีตคุณหนูในห้องหออย่างสิ้นเชิง "คืนนี้เราจะทำ 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสูตรพิเศษ' และ 'หมั่นโถวนึ่งร้อนๆ' กินกันให้หนำใจ ชดเชยกับวันที่ท่านต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อกองทัพ" กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ ทั้งโป๊ยกั๊ก อบเชย และน้ำตาลเคี่ยวจนเป็นสีคาราเมลเริ่มส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ หานจวินทำหน้าที่สุมฟืนตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด เขาแอบมองเสี้ยวหน้าของภรรยาที่ต้องกับแสงไฟสีส้ม นวลแก้วเนียนใสและหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในโลกที่เต็มไปด้วยสงคราม การหักหลัง และความยากจน ภาพหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ยอมก้มหน้าก้มตาทำอาหารให้เขากินด้วยตัวเองเช่นนี้ คือความอบอุ่นเดียวที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต "ฟางเซียน..." หานจวินเอ่ยเรียกเสียงแหบพร่า ขณะที่นางกำลังตักหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำวาวขึ้นใส่จานกระเบื้องเนื้อหยาบ "หืม? มีอะไรหรือคะ หรือว่าฟืนจะหมด..." นางหันมาเลิกคิ้วถาม ทว่ายังไม่ทันที่ฟางเซียนจะได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของสามีก็ก้าวเข้าประชิด วงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กโอบกอดเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมสันซบลงที่ลาดไหล่ลาดมน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนนางสะท้านวาบ "ข้าไม่รู้ว่าชาติก่อนทำบุญด้วยอะไร ถึงได้ภรรยาที่ทั้งฉลาด เก่งกาจ และทำอาหารอร่อยได้ขนาดนี้" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นสั่นเครือด้วยความอิ่มเอมใจอย่างที่สุด ฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่เคยด้านชาและเต็มไปด้วยความแค้นจากการถูกทรยศในชาติก่อน กลับถูกความอบอุ่นดิบเถื่อนของชายหนุ่มหลอมละลายทีละน้อย "ปากหวานเสียจริงนะคะ ระวังหมูในจานจะเย็นชืดเสียก่อน..." นางเอ่ยเสียงเบา พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อไว้ใต้เงาไฟ ทั้งสองนั่งลงร่วมโต๊ะอาหารกันในยามดึกสงัด บรรยากาศเงียบงันแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เอ่อล้น หานจวินคีบหมูสามชั้นชิ้นโตที่เปื่อยนุ่มละลายในปากเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ รับรสชาติกลมกล่อมเค็มหวานกำลังดีที่หาทานที่ไหนไม่ได้ รสชาตินี้ไม่เพียงแต่เติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่า แต่ยังเติมเต็มหัวใจที่แห้งผากของนายทหารหนุ่มให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง "อร่อยมาก..." เขาเอ่ยสั้นๆ แต่แววตากลับประกายระยับด้วยความสุข ฟางเซียนยิ้มรับอย่างพึงพอใจ นางกำลังจะคีบหมั่นโถวแป้งนุ่มเข้าปากบ้าง ทว่าจู่ๆ หูอันไวต่อประสาทสัมผัสของนางก็จับเสียงบางอย่างได้... เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่กำลังย่างสามขุมเข้ามาล้อมรอบเรือนไม้หลังน้อยของพวกเขาอย่างเงียบเชียบ! เงาดำหลายสายทาบทับลงบนหน้าต่างกระดาษทาน้ำมัน พร้อมกับเสียงถีบประตูไม้ดัง "โครม!" สนั่นหวั่นไหว! ฟางเซียนวางตะเกียบลงในทันที ดวงตาทอประกายอำมหิตขึ้นวับวาม... ดูท่าว่าพวกสุนัขหิวโซตระกูลหานคงจะทนกลิ่นหอมของอาหารมื้อนี้ไม่ไหว จนต้องรีบมาเคาะประตูบ้านกลางดึกเพื่อขอส่วนบุญเสียแล้วกระมัง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ดัชเชสโพดำ" นะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%