คราบน้ำตาลเคี่ยวสีอำพันที่ติดอยู่บนปลายนิ้วเรียว ไม่ได้ทำให้หลินฟางเซียนรู้สึกหงุดหงิดแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของนางกลับเด่นชัดขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวดินเผาเก่าๆ
เสียงโวยวายแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลหานที่ดังแว่วมาจากลานบ้านหน้าเรือน ไม่ได้เข้ามารบกวนสมาธิอันเยือกเย็นของอดีตราชนิกุลผู้เคยผ่านศึกชิงอำนาจในวังหลวงมาแล้วแม้แต่ปลายนิ้ว
"เก็บข้าวของให้เรียบร้อยแล้วไสก้นออกไปซะ! บ้านหลังนี้ไม่ใช่ที่สำหรับคนไร้ประโยชน์อย่างเจ้า!" เสียงนั้นแผดลั่นพร้อมเสียงทุบโต๊ะไม้ดังปัง
ฟางเซียนเพียงแค่ปรายตามองผ่านม่านหน้าต่างที่ผุพัง นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือน ยุคสมัยนี้... การจะเอาชนะคนไร้มารยาทพวกนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงที่ดังกว่า แต่ต้องใช้สมองและ 'ทุนรอน' ที่เหนือกว่าต่างหาก
ร้อยเอกหานจวินก้าวเข้ามาในห้องครัวด้วยฝีเท้าหนักแน่นแต่มั่นคง ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมทางทหาร แ고กตาคมกริบคู่นั้นฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นภรรยาวยืนอยู่หน้าเตาไฟโดยมีกองฟืนแห้งสุมอยู่ข้างกาย
"ฟางเซียน... เจ้าไม่จำเป็นต้องทนฟังคำถากถางพวกนั้นหรอก เดี๋ยวพี่จัดการเอง" น้ำเสียงทุบต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความอาทร มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธเอื้อมหมายจะแตะไหล่บางเบา เพื่อปลอบประโลม
ฟางเซียนหันกลับมาส่งยิ้มบางให้สามี รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาหงส์คู่นั้นพราวระยับราวกับซ่อนความลับนับพัน "พี่จวิน... ท่านคิดว่าคนอย่างข้า จะยอมให้ใครมาเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือคะ? รอก่อนเถอะเจ้าค่ะ อีกไม่นาน คนตระกูลหานที่คอยแต่จะสูบเลือดเนื้อเราจะต้องมาคุกเข่าขอร้องเราเอง"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจทำเอาหานจวินถึงกับชะงัก ชายหนุ่มมองภรรยาด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ผู้หญิงตรงหน้าในยามนี้ช่างสง่างามและน่าเกรงขามเสียจนเขาเผลอคิดไปว่า นางไม่ใช่แค่ภรรยาชาวไร่ชาวนาธรรมดา แต่เป็นพญาหงส์ที่ยอมหุบปีกชั่วคราวเพื่อรอเวลาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
"ข้าเชื่อใจเจ้าเสมอ ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร พี่จะคอยหนุนหลังให้ทุกทาง" หานจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาเป็นประกายความรักและศรัทธาในตัวภรรยาอย่างเต็มเปี่ยม
ฟางเซียนพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่สายตาของนางจะเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นบนข้อมือของตนเอง รอยแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุเมื่อชาติภพก่อน... ทันใดนั้น ความรู้สึกร้อนผ่าวก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง สัมผัสแปลกประหลาดราวกับกระแสไฟฟ้าพุ่งตรงเข้าสู่ห้วงจิตสำนึก
จิตวิญญาณของนางกำลังดึงดูดบางสิ่ง... บางสิ่งที่เคยเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว
*วูบ!*
พริบตาเดียว ทัศนียภาพรอบกายก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอับชื้นของห้องครัวดินเผาหายวับไปกับตา แทนที่ด้วยละอองหมอกสีขาวบริสุทธิ์และกลิ่นหอมหวานสดชื่นของสมุนไพรล้ำค่า
หานจวินที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเมื่อครู่ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างของชายหนุ่มเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อพบว่าพวกเขามิได้อยู่ในห้องครัวหลังเดิมอีกต่อไปแล้ว พื้นดินที่เหยียบอยู่ไม่ใช่ดินโคลน แต่เป็นพื้นหยกขาวบริสุทธิ์ที่ทอประกายเรืองรอง ใต้ท้องฟ้าสีครามไร้เมฆหมอก แวดล้อมไปด้วยแปลงเกษตรขนาดใหญ่ที่มีพืชพันธุ์แปลกตาเติบโตอย่างงดงามราวกับสรวงสวรรค์
"ที่นี่... ที่ไหนกัน?" หานจวินอุทานออกมาอย่างลืมตัว มือแกร่งรีบดึงดาบพกข้างกายออกจากฝักโดยสัญชาตญาณ ป้องกันภรรยาไว้ข้างหลังทันที แม้รอบตัวจะดูงดงามไร้พิษภัย แต่สัญชาตญาณของนายทหารผู้ผ่านสนามรบย่อมระแวดระวังภัยเสมอ
"อย่าตกใจไปเลยค่ะพี่จวิน..." ฟางเซียนแตะแขนสามีเบาๆ แววตาของนางเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นระคนโล่งอก "นี่คือมิติลับประจำตัวของข้าค่ะ... สมบัติล้ำค่าที่ติดตามข้าข้ามภพข้ามชาติมา"
นางเดินนำสามีไปยังใจกลางมิติ ซึ่งมีเรือนไม้โบราณหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ด้านหน้าเรือนมีบ่อน้ำทิพย์พุขึ้นมาละมุนละไม สายน้ำใสสะอาดจนมองเห็นปลาสีทองแหวกว่ายอยู่เบื้องล่าง และที่น่าทึ่งที่สุดคือ ชั้นวางของและห้องคลังสมบัติที่อัดแน่นไปด้วยตำราโบราณ เมล็ดพันธุ์พืชหายาก อุปกรณ์การค้า และทองคำแท่งบริสุทธิ์ที่กองสูงจนพูน
"สวรรค์..." หานจวินอดยลโฉมความมั่งคั่งตรงหน้าไม่ได้ ชายหนุ่มผู้ซื่อตรงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "นี่มัน... สมบัติของแผ่นดินชัดๆ ฟางเซียน เจ้าซ่อนสิ่งนี้ไว้ที่ใดมาตลอด?"
"ซ่อนไว้ในดวงจิตของข้าอย่างไรล่ะคะ" ฟางเซียนยิ้มกริ่ม นางเดินไปหยิบตำราการค้าโบราณเล่มหนาขึ้นมาพลิกเปิดดูอย่างคล่องแคล่ว "ด้วยสิ่งนี้... เราจะไม่เพียงแค่หลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้น แต่ข้าจะใช้มันสร้างอาณาจักรทางการค้า เพื่อตบหน้าพวกที่ดูถูกเราให้กระอักเลือดเลยทีเดียว!"
บรรยากาศในมิติลับอบอวลไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง หานจวินมองภรรยาด้วยความรักและทึ่งระคนระทึกใจ เขารู้ดีว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของพวกเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังสำรวจคลังสมบัติอยู่นั้น เสียงฝีเท้าฝีหนาปริศนาก็ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องลึกของป่าสมุนไพรในมิติ ทั้งๆ ที่นี่ควรจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่มีใครเข้าถึงได้นอกจากเจ้าของร่าง!
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูลึกลับดังขึ้นสามครั้งจากเบื้องหลังบานประตูไม้แกะสลักโบราณของเรือนพักในมิติ ราวกับมีแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกำลังยืนรอคอยการต้อนรับอยู่หน้าบ้าน
ฟางเซียนชะงักกึก รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่แข็งค้าง ร่างเพรียวหันขวับไปมองประตูบานนั้นทันทีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงสงสัย
"ใคร... ใครอยู่ข้างนอก?" นางเอ่ยถามเสียงเข้ม ขณะที่หานจวินก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยาพร้อมกระชับดาบในมือแน่น เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดฝันที่กำลังจะก้าวข้ามผ่านเขตแดนลับนี้เข้ามา!
ดัชเชสโพดำขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 2
มิติลับที่หายไปนาน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!