"ถ้าข้ายังไม่ตาย ก็อย่าหวังว่าวันพรุ่งนี้เจ้าจะมีข้าวตกถึงท้องแม้แต่เมล็ดเดียว!"
เสียงแผดกร้าวที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังดังทะลุผ่านความมึนงงที่เกาะกินโสตประสาท หลินฟางเซียนพยายามลืมตาขึ้น แต่กลับพบเพียงความเจ็บปวดแปลบปลาบที่แล่นพล่านไปทั่วขมับ ความเย็นเยียบของพื้นดินแข็งๆ กดทับแผ่นหลังจนร่างทั้งร่างชาหนึบ ภาพตรงหน้าเลือนราง... นางเห็นเงาร่างสตรีวัยกลางคนในชุดผ้าเนื้อหยาบกำลังยืนเท้าสะเอว พ่นคำด่าทอออกมาไม่หยุดหย่อนราวกับน้ำป่าไหลหลาก
"ไอ้ตัวกาลกิณี! ผลาญเงินผัวจนหมดตัวไม่พอ ยังจะมานอนสำออยเรียกร้องความสงสารรึ? ลุกขึ้นมา! วันนี้พวกเจ้าต้องออกไปหาฟืนบนเขาให้ได้สามมัด ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย!"
ฟางเซียนพยายามประคองสติ อดีตวิญญาณราชนิกุลผู้เคยถือครองอำนาจสั่งการในราชสำนักมานับทศวรรษอย่างนาง... กำลังถูกสตรีปากร้ายผู้นี้ด่าทอเยี่ยงทาส? ในจังหวะที่สติเริ่มแจ่มชัด นางสัมผัสได้ถึงความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามาประดุจเขื่อนแตก... ร่างนี้ชื่อหลินฟางเซียนเช่นเดียวกัน เป็นภรรยาของหานจวิน นายทหารหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ที่กำลังออกไปปฏิบัติภารกิจที่ชายแดน ส่วนนางที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาคือหญิงสาวผู้ถูกโชคชะตาเล่นตลก ส่งให้มาอยู่ในร่างของสตรีอ่อนแอที่ถูกแม่สามีและพี่สะใภ้โขกสับจนตายตกตามกัน
ฟางเซียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น แววตาคมกริบที่เคยใช้กดดันขุนนางในท้องพระโรงวาวโรจน์ขึ้นชั่วขณะ นางไม่ได้หวาดกลัวหรือร้องไห้ฟูมฟายเหมือนที่เจ้าของร่างเดิมเคยเป็น แต่นางกำลัง ‘ประเมิน’ สถานการณ์อย่างเยือกเย็น
"ท่านแม่..." เสียงของนางแหบแห้ง ทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันที่ทำให้สตรีตรงหน้าชะงักไปชั่วครู่ "ท่านบอกว่าข้าผลาญเงินสามีไปจนหมดสิ้น แต่ไฉนในกระท่อมแห่งนี้ถึงไม่มีแม้แต่เมล็ดข้าวในยุ้งฉาง มีเพียงหยากไย่กับความยากจนเข็ญใจ นี่คือวิธีที่ท่านดูแล 'ลูกสะใภ้' ของท่านอย่างนั้นหรือ?"
หญิงวัยกลางคนเบิกตากว้าง ถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างลืมตัว "นังเด็กนี่! แกกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับข้า!"
"ข้าแค่ถามตามความจริง" ฟางเซียนขยับกายยืนตรง แม้เสื้อผ้าจะซอมซ่อ แต่กิริยาที่ติดตัวมาตั้งแต่ชาติปางก่อนกลับดูสูงส่งจนผิดปกติ นางกวาดสายตามองไปรอบกระท่อมโทรมๆ ที่มีเพียงโต๊ะไม้ขาสั่นกับเตาไฟที่ดับสนิท นี่น่ะหรือชีวิตใหม่ที่นางต้องเผชิญ? ความแค้นในใจอดีตราชนิกุลที่เคยถูกหักหลังในชาติก่อนแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนอันมหาศาล ในเมื่อสวรรค์ส่งนางมาที่นี่เพื่อเริ่มต้นใหม่ นางจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางอีกเป็นอันขาด
นางเดินตรงไปที่มุมมืดของห้อง กลิ่นอับชื้นโชยเตะจมูก ฟางเซียนรู้ดีว่า ‘มิติลับ’ ที่นางเคยครอบครองติดตัวมาด้วย เพียงแต่มันยังปิดตายอยู่ นางต้องหาทางกระตุ้นมัน... ความหิวโหยเริ่มประท้วงในช่องท้อง แต่นั่นกลับทำให้นางนึกถึง ‘ตำรับอาหารราชสำนัก’ ที่อยู่ในหัวสมองอันจดจำได้อย่างแม่นยำ
"เย็นนี้..." ฟางเซียนหันไปมองสตรีวัยกลางคนที่ยังอ้าปากค้าง "ถ้าท่านอยากเห็นข้าวสารในครัว ข้าแนะนำให้ท่านถอยออกไปจากกระท่อมของข้า แล้วปล่อยให้ข้าจัดการชีวิตของข้าเอง หากท่านยังจะโวยวาย ข้าจะถือว่าท่านไม่มีเจตนาจะให้ตระกูลหานได้ลืมตาอ้าปาก แล้วหลังจากนี้... อย่าหวังว่าจะมีสักแดงเดียวตกถึงมือท่าน"
หญิงแก่กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น แต่นางกลับรู้สึกว่านัยน์ตาคู่นั้นของลูกสะใภ้เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของคนโง่เขลาขี้ขลาดอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของนักล่า
เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมหลังสตรีคนนั้นเดินกระทืบเท้าจากไป ฟางเซียนทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ไม้เก่าๆ ทันที นางหลับตาลง ใช้สมาธิสื่อจิตไปยังห้วงมิติที่อยู่ลึกในจิตวิญญาณ
*จงเปิดออก*
ในชั่วพริบตา แสงสีทองจางๆ แผ่ซ่านออกมาจากกลางอก กลิ่นหอมฟุ้งของข้าวหอมมะลิใหม่และเครื่องเทศหายากอบอวลไปทั่วกระท่อมที่เคยเหม็นอับ ฟางเซียนมองเห็นตะกร้าใส่เมล็ดพันธุ์พืชแปลกตาและตำราการค้าที่นางเคยสะสมไว้ในมิติ มันยังอยู่! ทุกอย่างยังอยู่!
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะคว้าถุงแป้งออกมาจากมิติ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตู กระท่อมสั่นสะเทือนตามจังหวะก้าวย่างของคนที่เพิ่งกลับมาจากการรบ กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นไอของผืนป่าโชยมาก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเกราะทหารที่ขาดวิ่นจะก้าวเข้ามา
หานจวิน... สามีที่ซื่อสัตย์และเคร่งขรึมคนนั้นยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองภรรยาที่นั่งอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ดูไม่น่าจะมีในบ้านจนๆ หลังนี้
"เจ้า... กำลังทำอะไร?" เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะถอดหมวกเหล็กออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ข้างขมับ และนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่เมื่อเขามองเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของฟางเซียน มือหนาที่ถือดาบอยู่ก็หล่นวูบลงกับพื้น
"เจ้าไม่ใช่ภรรยาของข้า..." เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพร้อมก้าวเข้ามาใกล้ "เจ้าเป็นใครกันแน่?"
ดัชเชสโพดำขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับนางเอกของเราในบทเปิดตัวนี้นะคะ
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมโทรม
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!