"ราชยโ소ธรแห่งวังหลวง... ช่างกล้าส่งมือไม้เข้ามาแทรกแซงถึงชายแดนแคว้นพยัคฆ์เช่นนี้ ดูถูกตระกูลหานและสามีของดิฉันจนเกินไปแล้วกระมังเพคะใต้เท้า"
เสียงกังวานใสแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองเรือนหลัง หลินฟางเซียน ในชุดอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีสีครามเข้ม ปักลายเถาไม้เลื้อยด้วยดิ้นเงินประณีต นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างาม ปลายเรียวนิ้วขาวผ่องกำลังหมุนถ้วยชาเคลือบหยกขาวเล่นอย่างเชื่องช้า สายตาดุดั่งพญานาคราชจ้องมองบุรุษวัยกลางคนสวมชุดขุนนางชั้นผู้น้อยจากเมืองหลวง ที่ตอนนี้เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง แม้รอบตัวเขาจะมีองครักษ์เงาฝีมือดีคุ้มกันอยู่ถึงสี่นาย แต่บรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมาจากสตรีตรงหน้ากลับทำให้พวกเขารู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนปากเหวลึก
ขุนนางส่งสารหน้าซีดเผือก เขาไม่คิดเลยว่าข่าวกรองที่บอกว่าภรรยาของร้อยเอกหานจวินเป็นเพียงอดีตคุณหนูตกยากที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลใหญ่ จะบิดเบือนไปไกลลิบลับ สตรีผู้นี้ไม่มีความหวาดกลัวต่ออำนาจจากส่วนกลางเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังอ่านเกมการเมืองขององค์ชายรองและฝ่ายอัครเสนาบดีทะลุปรุโปร่งภายในเวลาไม่ถึงก้านธูป
"คุณ... คุณนายหาน โปรดระวังคำพูดด้วย นี่คือราชโองการลับจาก..."
"ราชโองการลับหรือคะ?" ฟางเซียนหัวسาะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจน นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กริ๊ง' จนทุกคนสะดุ้ง "ราชโองการที่ไร้ตราประทับจากสำนักกิจการภายใน มีเพียงลายเซ็นปลอมๆ ของขันทีเฒ่าจาง... ท่านคิดว่าดิฉันหลับตาข้างหนึ่งทำการค้าอยู่แถบชายแดนจนโง่เขลาเบาปัญญา ถึงขนาดแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือพระราชอาญา อันไหนคือจดหมายขู่กรรโชกของสุนัขรับใช้ที่อยากสร้างผลงานก่อนสิ้นปีกันแน่เพคะ"
เพล้ง!
ประตูกระดาษสาด้านนอกถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารสนามของ ร้อยเอกหานจวิน ที่ก้าวเข้ามาด้วยก้าวเท้าหนักแน่น ไอสังหารจากการรบพุ่งนับร้อยสนามรบแผ่ซายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกจากเมืองหลวงด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนที่เขาจะเดินตรงไปยืนเคียงข้างภรรยาพร้อมกับวางมือหนาลงบนพนักเก้าอี้ของนางอย่างปกป้อง
"ภรรยาของข้าบอกชัดเจนแล้ว ไสหัวออกไปจากเขตทหารของตระกูลหานซะ" หานจวินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง "ถ้าไม่อยากให้หัวหลุดจากบ่าอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกับสายลับที่พวกเจ้าส่งมาเมื่อเดือนก่อน"
ขุนนางจากเมืองหลวงกัดฟันกรอด ขาแข็งเกร็งจนแทบก้าวไม่ออก เขาถอยร่นไปด้านหลังอย่างเสียไม่ได้ "พวกเจ้า... ถือดีนัก! ระวังตัวไว้เถอะ อำนาจในเมืองหลวงกำลังจะเปลี่ยนมือ ตระกูลหานและพวกเจ้าจะต้องไม่ตายดี!"
สิ้นเสียง ขุนนางผู้นั้นก็สะบัดชายเสื้อวิ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมกับเหล่าองครักษ์ที่รีบเร้นกายหายลับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป บรรยากาศตึงเครียดในห้องก็คลี่คลายลง หานจวินถอนหายใจยาว รีบทรุดตัวลงนั่งยองๆ หน้าเก้าอี้ของภรรยา มือหนายกขึ้นกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของนางไว้ทันที ดวงตาคมดุเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยระคนกังวล
"ฟางเซียน... เจ้าไม่น่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงปะทะกับพวกมันตรงๆ เลย หากพวกมันมีอาวุธลับ หรือทำอันตรายเจ้าขึ้นมา พี่จะทำอย่างไร" น้ำเสียงของสามีเต็มไปด้วยความอาทรและตัดพ้อเล็กน้อย
ฟางเซียนแย้มยิ้มอ่อนโยน มืออีกข้างยกขึ้นลูบแก้วสากระคายของสามีเบาๆ นางรู้ดีว่าสามีผู้นี้ซื่อตรงและรักนางยิ่งกว่าชีวิต แต่วิถีการเมืองในยามนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของดาบและโล่ หากแต่เป็นสงครามข่าวกรองและการเงินที่นางถนัดที่สุด
"ท่านพี่วางใจเถอะเพคะ คนพวกนั้นเป็นแค่เบี้ยตัวเล็กๆ ที่ถูกส่งมาหยั่งเชิงเท่านั้น สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ ไม่ใช่ราชสำนักในเมืองหลวง..." ฟางเซียนหันไปมองออกนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายามราตรีมืดสนิท แต่มิติพิเศษในห้วงจิตสำนึกของนางกลับสว่างวาบด้วยแสงเรืองรองของสินค้าเกษตรแปรรูปและคลังสมบัติที่นางสะสมไว้จากการค้าขาย "แต่คือ 'เสบียง' และ 'เส้นทางคมนาคม' ต่างหากล่ะเพคะ"
นางหันกลับมาสบตากับสามี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างซุกซน "อีกอย่าง... วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ท่านพี่ไม่คิดหรือเพคะว่า เราควรหาอะไรอร่อยๆ ทานเพื่อฉลองที่เราไล่หมาจิ้งจอกกลับไปได้สำเร็จ"
หานจวินเลิกคิ้วสูง ความตึงเครียดก่อนหน้ามลายหายไปสิ้นเมื่อได้ยินภรรยาเอ่ยถึงเรื่องอาหารการกิน "หืม? วันนี้เจ้าเตรียมเมนูอะไรไว้ล่ะ คนเก่งของพี่"
"เนื้อกวางตุ๋นสมุนไพรจีนในหม้อดินเผาเพคะ!" ฟางเซียนกล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย "ดิฉันแอบเอาเนื้อกวางป่าชั้นดีที่ท่านพี่ล่ามาได้เมื่อวาน หมักกับโสมภูเขาและเกสรดอกไม้ป่าในมิติลับจนเนื้อนุ่มละลายในปาก แล้วเคี่ยวกับน้ำซุปกระดูกเคี่ยวไฟอ่อนๆ ข้ามคืน ตอนนี้กลิ่นหอมคงลอยอบอวลไปทั่วทั้งเรือนแล้วกระมังเพคะ"
พูดไม่ทันขาดคำ กลิ่นหอมเย้ายวนใจของเครื่องเทศจีน นานาชนิดผสมผสานกับความหวานละมุนของเนื้อกวางตุ๋นร้อนๆ ก็โชยทะลุประตูห้องเข้ามาเตะจมูก ทั้งสองสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปเต็มปอด หานจวินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้ ท่าทีแข็งกร้าวของนายทหารผู้เกรียงไกรหายวับไป เหลือเพียงสามีผู้พ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ปลายจวักของภรรยาเท่านั้น
"ถ้าอย่างนั้น... รีบไปกินกันเถอะ ก่อนที่เจ้าตัวเล็กในท้องจะหิวจนงอแง" หานจวินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะประคองภรรยาลุกขึ้นยืนอย่างทะนุถนอม
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเดินออกจากห้องรับรองเพื่อไปยिसโต๊ะอาหาร เสียงฝีเท้าเร่งรีบของ อาหลิน สาวใช้คนสนิทก็ดังขึ้นหน้าประตู พร้อมกับร่างที่หอบหายใจสะท้าน ใบหน้าซีดเผือกยิ่งกว่ากระดาษ
"คุณนาย! นายท่านเจ้าคะ!แย่แล้วเจ้าค่ะ!" อาหลินร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงหลง "คะ... คลังสินค้าหลักของเราที่ท่าเรือ... ถูกคนลอบวางเพลิง! สินค้าล็อตใหญ่ที่จะส่งให้ลูกค้ากลุ่มใหญ่คืนนี้... เสียหายจนหมดเกลี้ยงแล้วเจ้าค่ะ!"
รอยยิ้มบนใบของฟางเซียนแข็งค้างในทันที ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงอย่างอันตราย ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงอีกครั้ง ในขณะที่หานจวินชักกระบี่ข้างกายออกจากฝักด้วยความรวดเร็ว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ!
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 20
แผนซ้อนแผนชิงบัลลังก์
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!