นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 26

รอยร้าวในความสัมพันธ์เก่า

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ตระกูลหานตกต่ำถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้ส่งสตรีบ้านนอกคอกนาอย่างเจ้า มาเดินป้วนเปี้ยนเลือกซื้อผ้าดิบราคาถูกในตลาดสดเช่นนี้... ช่างน่าสมเพชเวทนาเสียนี่กระไร" น้ำเสียงเย้ยหยันที่จงใจดัดให้กังวานราดรดลงกลางบรรยากาศอึมครึมของร้านขายผ้าประจำอำเภอ หลินฟางเซียนชะงักมือที่กำลังพลิกดูเนื้อผ้าฝ้ายหยาบสำหรับตัดชุดทำงานให้หานจวิน รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกขัน นางไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมองด้วยซ้ำ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฉุนกึกจนแสบจมูกเช่นนี้ มีเพียงสตรีผู้หลงใหลในเปลือกนอกและโง่เขลาเบาปัญญาผู้เดียวเท่านั้น—คุณหนูใหญ่หลิวอี้หลัน บุตรีอดีตนายอำเภอผู้เคยหมายมั่นปั้นมือจะเกี่ยวดองกับตระกูลขุนนางเก่าของนางในชาติก่อน ฟางเซียนค่อยๆ วางพับผ้าลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ท่วงท่ากิริยาเชื่องช้าแต่มั่นคงเปี่ยมด้วยสง่าราศีที่ต่อให้สวมใส่ชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ก็ไม่อาจลดทอนออร่าของอดีตราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ลงได้แม้แต่น้อย นางหันกลับไปสบตาคู่ปรับเก่าด้วยแววตาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดซ่อนในแพรไหม "ลมพัดหวนอันใดกัน ถึงได้พัดพา 'สุนัขรับใช้' ที่เคยวิ่งตามก้นข้าต้อยๆ ในเมืองหลวง มาติดอยู่ก้นหลุมโคลนในอำเภอชนบทแห่งนี้ได้ล่ะเพคะ?" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทิ่มแทงถึงกระดูกดำ "หรือว่า... ถูกขับไล่ออกจากตระกูลเดิมจนต้องมาหาเศษสิมטไยแถวนี้ ถึงได้มีปากไว้เห่าหอนใส่คนอื่นเขาไปทั่ว" "หลินฟางเซียน! นังสารเลว ปากคอเราะร้ายขึ้นนะเจ้าคะ!" หลิวอี้หลันหน้าถอดสี กรีดเสียงแหลมสูงด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างในชุดผ้าไหมสีชมพูสดสั่นเทิ้มด้วยความแค้น สองปีที่ผ่านมานางเฝ้ารอคอยวันที่ตระกูลหลินล่มสลาย และวันที่ฟางเซียนต้องตกต่ำแต่งงานกับนายทหารบ้านนอกไร้อนาคต แต่วันนี้เมื่อได้พบกันอีกฝ่ายกลับดูงดงามเปล่งปลั่ง ผิวพรรณผุดผ่องมีน้ำมีนวลราวกับสตรีผู้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ต่างจากนางที่ต้องแต่งให้กับพ่อค้าทึนทึกเพื่อกอบกู้กิจการครอบครัว "ข้าพูดความจริง เหตุใดต้องร้อนรนเล่าเพคะ" ฟางเซียนก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ กดดันอีกฝ่ายด้วยรัศมีอำนาจที่สั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน "อีกอย่าง... ผ้าดิบในร้านนี้ แม้จะราคาถูก แต่ก็นำมาตัดเย็บเป็นชุดให้สามีผู้ซื่อสัตย์และรักเดียวใจเดียวของข้าสวมใส่ยามออกกำลังกาย ซักล้างทำความสะอาดง่าย ไม่เหมือนกับผ้าไหมอาบยาพิษที่ท่านสวมอยู่หรอกนะเจ้าคะ... ใส่แล้วดูหรูหรา แต่เนื้อผ้าหยาบกระด้างจนกัดผิวให้เน่าเฟะจากภายใน น่าสงสารสามีของท่านเสียจริงที่ต้องทนดมกลิ่นเครื่องสำอางกลบเกลื่อนความเน่าเฟะพวกนั้นทุกค่ำคืน" "เจ้า! เจ้ากล้าดูถูกข้า!" หลิวอี้หลันเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าอีกฝ่ายด้วยความบันดาลโทสะ ทว่า ไวกว่าความคิด นิ้วเรียวยาวของฟางเซียนคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบที่อัดแน่นด้วยทักษะการป้องกันตัวที่หานจวินแอบฝึกให้ยามค่ำคืน ทำให้อี้หลันต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยว "จำไว้... ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวง และข้าก็ไม่ใช่คุณหนูตระกูลหลินผู้ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว" ฟางเซียนโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "หากท่านยังไม่อยากให้อดีตสามีเก่าที่ท่านแอบไปลักLอบได้เสียด้วย ถูกข้าแฉเอกสารลับทางบัญชีการค้าที่โกงภาษี... ก็จไสหัวไปให้พ้นสายตาข้าเสีย ก่อนที่ข้าจะทำให้ตระกูลหลิวของท่านกลายเป็นขอทานสมบูรณ์แบบจริงๆ" ดวงตาของหลิวอี้หลันเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว นางรู้ดีว่าสตรีตรงหน้านี้ไม่ใช่คนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้ขี้ขลาดอีกต่อไป รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวฟางเซียนทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความหวาดผวา อี้หลันสะบัดมือออกจากการจับกุมอย่างแรงด้วยความอับอาย ถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดชายผ้าตัวเอง "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! อย่าคิดว่ามีนายทหารชั้นผู้น้อยหนุนหลังแล้วจะผยองได้นาน!" อี้หลันกรีดร้องขู่ตะคอกด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีออกจากร้านขายผ้าไปท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านที่ยืนมุงดู ฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ ปัดฝุ่นบนมือตนเองราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรก นางหันกลับมาส่งยิ้มให้เถ้าแก่ร้านผ้าที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง ก่อนจะหยิบม้วนผ้าฝ้ายสีครามเข้มที่ดีที่สุดในร้านขึ้นมาจ่ายเงิน เมื่อกลับมาถึงบ้านพักนายทหารยามบ่าย กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นก็ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณครัวหลังบ้าน หานจวินที่เพิ่งกลับจากการฝึกภาคสนามในชุดเครื่องแบบเปื้อนฝุ่น กำลังยืนง่วนอยู่กับการก่อไฟเสริมเตาถ่านให้ภรรยาด้วยความใส่ใจ "เจ้ากลับมาแล้ว... เมื่อครู่พี่ได้ยินเสียงคนเอะอะโวยวายที่ตลาด มีใครกล้าหาเรื่องเจ้าอีกแล้วหรือ?" นายทหารหนุ่มละมือจากฟืน หันมามองภรรยาด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการฝึกหายไปสิ้นเมื่อเห็นหน้าภรรยาคนสวย ฟางเซียนวางห่อผ้าลงบนโต๊ะไม้ เดินเข้าไปใกล้สามี หยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดมาซับเหงื่อตามกรอบหน้าคมคายให้ด้วยความอ่อนโยน "ไม่มีอะไรน่ากังวลหรอกค่ะ แค่แมวขโมยตัวเก่าที่หลงยุคหลงสมัยมาเห่าหอนนิดหน่อยเท่านั้นเอง... สู้สามีของเราไม่ได้หรอก ขยันขันแข็งแถมยังทำอาหารเก่งอีกต่างหาก" หานจวินยิ้มกว้าง คว้ามือเรียวมาจุมพิตเบาๆ ที่หลังมือ "ไม่ว่าใครหน้าไหนที่กล้าหาเรื่องเจ้า พี่ไม่มีวันยอมปล่อยมันไว้แน่... จริงสิ เย็นนี้พี่ต้ม 'ซุปเนื้อตุ๋นยาจีนใส่หัวไชเท้ารสจัดจ้าน' สูตรพิเศษที่เจ้าชอบ ให้ซดร้อนๆ แก้หนาวแล้วนะ" กลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอของเนื้อตุ๋นเปื่อยนุ่มที่เคี่ยวด้วยสมุนไพรจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วรั้วบ้าน ทำให้ฟางเซียนแย้มยิ้มกว้างด้วยความสุข นางกำลังจะเดินไปตักซุปมาชิม ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของทหารเวรยามหน้าค่ายที่ดังแทรกเข้ามา "ผู้กองหาน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! มีคำสั่งด่วนที่สุดจากกองบัญชาการใหญ่ ส่งกำลังพลชุดพิเศษบุกเข้าตรวจค้นคลังสินค้าตระกูลสวีในอำเภอ... และพบหลักฐานว่าพัวพันกับขบวนการค้าขายสินค้าหนีภาษีข้ามชาติ!" หานจวินชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที เขากำลังจะก้าวออกไปรับคำสั่ง แต่ฟางเซียนกลับเอื้อมมือไปรั้งแขนเสื้อเขาไว้เสียก่อน ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยรอยยิ้มลึกล้ำที่แม้แต่สามียังต้องแปลกใจ—เพราะตระกูลสวีที่กำลังถูกตรวจค้น... คือตระกูลสามีใหม่ของหลิวอี้หลัน ศัตรูหัวใจที่เพิ่งมาหาเรื่องนางเมื่อครู่นี้เอง ดัชเชสโพดำขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บของฟางเซียนในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%