นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 27

ความจงรักภักดีของหานจวิน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงเคาะกระทะเหล็กกระทบตะหลิวทองแดงดังเซ็งแซ่แข่งกับเสียงลมหายใจที่ขาดห่นของคนตระกูลสวี บรรยากาศบริเวณลานกลางหมู่บ้านในยามนี้คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความพินาศ กองทหารในเครื่องแบบเต็มยศภายใต้สังกัดของกองพลร้อยเอกหานจวินยืนเรียงแถวตระหง่านราวกับกำแพงเหล็ก กลางวงล้อมนั้นคือ หลิวอี้หลัน สตรีผู้เพิ่งมาเยาะเย้ยถากถางหลินฟางเซียนไปเมื่อไม่ถึงชั่วยามก่อน บัดนี้ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความลำพองกลับซีดเผือดราวกับกระดาษสา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า นางกำลังพยายามยื้อยุดฉุดกระชากแขนเสื้อของสามีใหม่—ทายาทตระกูลสวีผู้มั่งคั่ง—ที่กำลังถูกมัดมือไพล่หลังด้วยเชือกป่านเส้นหนา "ท่านพี่! ท่านอธิบายพวกเขาสิเจ้าคะ! ตระกูลเราทำมาค้าขายสุจริต เหตุใดจึงกลายเป็นผู้สมคบคิดกับกลุ่มค้าเกลือเถื่อนไปได้!" เสียงกรีดร้องของหลิวอี้หลันบาดแก้วหูเสียจนผู้คนรอบข้างต้องเบือนหน้าหนี หลินฟางเซียนยืนกอดอกพิงเสวียนไม้ของร้านค้าตระกูลหานอย่างสบายอารมณ์ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยรอยยิ้มลึกล้ำ นางปรายตามองภาพความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช ใครจะคาดคิดเล่าว่า... ตระกูลสวีที่อวดอ้างนักหนาว่ามีเส้นสายกว้างขวาง จะซุกซ่อนบัญชีลับการลักลอบค้าเกลือเถื่อนและหลบเลี่ยงภาษีไว้ใต้พื้นเรือนไม้สักทอง ซึ่งบังเอิญเหลือเกิน... ว่าเบาะแสชิ้นสำคัญนี้ถูก "บังเอิญ" ส่งมอบให้ทางการโดยสายสืบไร้เงาคนหนึ่งในมิติลับของนางเอง "หยุดโวยวายได้แล้วคุณหนูหลิว" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นแหวกอากาศ ร้อยเอกหานจวินก้าวออกมาจากแถวทหาร ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสนามดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนผู้คนในรัศมีสิบเมตรต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากการประเมินสถานการณ์อย่างเฉียบคม ดวงตาคมกริบกวาดมองหลักฐานบัญชีหนังควายเล่มหนาที่ลูกน้องเพิ่งค้นพบ หลิวอี้หลันหันขวับมามองนายทหารหนุ่มผู้เป็นอดีตคู่หมั้นของหลินฟางเซียน นางจำได้แม่นยำว่าบุรุษผู้นี้เคยถูกตระกูลหลิวดูแคลนมาตลอดว่าเป็นแค่ทหารชั้นผู้น้อยไร้อนาคต แต่วันนี้... เขากลับกุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายตระกูลสวีไว้ในกำมือ "ร้อยเอกหาน..." หลิวอี้หลันกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางส่งสายตาเว้าวอนระคนตัดพ้อ เผื่อว่าความหลังครั้งเก่าจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ "ท่าน... ท่านโปรดเห็นแก่ที่เราเคยมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน... ปล่อยพวกเราไปสักครั้งเถอะนะเจ้าคะ เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดแน่ๆ!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หานจวินเพื่อรอดูว่านายทหารหนุ่มจะตัดสินใจเช่นไรต่อคำขอร้องออดอ้อนของหญิงงาม แม้แต่ชาวบ้านรอบข้างยังแอบซุบซิบกันว่า บุรุษย่อมแพ้ไมตรีและน้ำตาของสตรี ยิ่งเป็นอดีตคู่หมั้นที่เคยเกี่ยวข้องกันด้วยแล้ว ย่อมต้องมีใจอ่อนข้อกันบ้าง ทว่า... หานจวินกลับแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับสายน้ำแข็งจากยอดเขา "ความรู้สึกดีๆ?" หานจวินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนคนฟังหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้าไปใกล้กลุ่มคนตระกูลสวีช้าๆ ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาของตนเองแวบหนึ่ง—สายตาที่แข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกล้ำและอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับของหลินฟางเซียน จากนั้น หานจวินจึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงชนและประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน ก้องกังวานไปทั่วทั้งลานกว้างชนิดที่ไม่มีใครกล้าขัดจังหวะ "ตัวข้า หานจวิน เกิดเป็นทหาร ถือสัตย์ปฏิญาณต่อแผ่นดินและกฎหมายยิ่งชีพ กฎย่อมเป็นกฎ ความผิดฐานสมคบคิดกับกลุ่มโจรค้าเกลือเถื่อน ทำลายเศรษฐกิจของบ้านเมืองและเอารัดเอาเปรียบราษฎรตาดำๆ มีโทษหนักหนาเกินกว่าจะใช้ 'ความรู้สึกส่วนตัว' มาอลุ่มอล่วย!" เขากวาดสายตาดุจพญาอินทรีมองสตรีตระกูลหลิวและตระกูลสวีทีละคนด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดปิดบัง "ต่อให้วันนี้ใครจะเอาบุญคุณมาอ้าง หรือเอาคราบน้ำตามาหลอกล่อให้ข้าใจอ่อน... อย่าว่าแต่ปล่อยตัวเลย แม้แต่เศษเสี้ยวความเห็นใจจากข้า... พวกเจ้าก็ไม่มีวันได้รับ!" เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้าน หลิวอี้หลันถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นดิน นางไม่คาดคิดเลยว่าบุรุษผู้นี้จะใจหินและไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ ประกาศจุดยืนชัดเจนต่อหน้าคนหมู่มากโดยไม่ไว้หน้าตระกูลหลิวและตระกูลสวีแม้แต่น้อย การกระทำเช่นนี้เท่ากับตัดขาดเส้นทางถอยหลังของตระกูลสวีอย่างสิ้นเชิง! หลินฟางเซียนยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของนางงดงามหยาดเยิ้มแต่ซ่อนความร้ายกาจไว้อย่างแนบเนียน นางเดินน่องเข้ามาใกล้สามี พร้อมกับยื่นถุงผ้าแพรปักลายประณีตที่บรรจุขนมเปี๊ยะไส้หมูหยองไข่เค็มสูตรลับจากมิติลับส่งให้เขา หานจวินรับมาถือไว้ทันทีโดยไม่ต้องมอง ราวกับว่าการปรนนิบัติภรรยาคือหน้าที่สำคัญที่สุดในชีวิต แม้ในยามที่เขากำลังปฏิบัติราชIการสำคัญอยู่ก็ตามที "ท่านพี่พูดจาได้ใจน้องหญิงยิ่งนักเจ้าค่ะ..." ฟางเซียนกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา ขณะที่สายตายังคงจ้องมองสภาพยับเยินของหลิวอี้หลันไม่วางตา "แบบนี้สค่อยสมกับเป็นสามีของข้าหน่อย" หานจวินเอื้อมมือหนาโอบไหล่บางของภรรยาเข้ามาใกล้เบาๆ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยท่ามกลางสายตาผู้คนนับร้อย "เพื่อเจ้าแล้ว... ต่อให้ต้องประกาศศึกกับใต้หล้า ข้าก็ไม่ลังเลหรอกฟางเซียน" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่นด้วยความหวานชื่นของคู่สามีภรรยา และความพินาศของตระกูลศัตรู จู่ๆ ลมพายุหมุนลูกเล็กๆ ก็พัดกรรโชกเข้ามากลางลานกว้างอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของตรอกแคบ ชายชราสวมชุดคลุมสีเทาเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดด้วยหมวกสานปีกกว้าง เขาก้าวเท้าเข้ามาด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด ก่อนจะหยุดยืนอยู่ห่างจากหลินฟางเซียนเพียงไม่ก้าว และเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาเลือดในกายของนางเย็นเฉียบ "คุณหนูหลิน... หรือควรจะเรียกว่า 'ผู้ถือครองกุญแจสวรรค์' ดีล่ะ? ของเล่นชิ้นใหม่ที่เจ้าเพิ่งส่งให้ทางการ... สนุกดีนี่นา แต่เกรงว่า... มันจะดึงดูดปลาตัวใหญ่กว่าที่เจ้าคิดไว้นะ" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%