"หากตระกูลซ่งกล้าส่งคนมาก่อกวนหน้าร้านข้าอีกแม้แต่คนเดียว ข้าจะไม่ได้แค่สาดน้ำล้างผักไล่ส่งเช่นวันนี้... แต่อาหารจานต่อไปที่พวกเขาจะได้ลิ้มลอง จะเป็นต้มยำสมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่ทำให้อวัยวะภายในบิดเร้าจนเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต!"
เสียงประกาศกร้าวที่เจือด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นและทรงอำนาจของหลินฟางเซียน ดังสะท้อนก้องไปทั่วลานหน้า "ภัตตาคารฟางหลิน" สาขาแรกในอำเภอชายแดนแห่งนี้ ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายปักลายประณีตแต่ทะมัดทะแมงยืนสงบนิ่งอยู่บนบันไดหินอ่อน ดวงตาคู่คมกวาดมองฝูงชนที่ยืนออกันแน่นขนัดด้วยแววตาดุดั่งพญาเหยี่ยว ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงรัศมีของสตรีผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองไว้ในกำมืออย่างเบ็ดเสร็จ
รอบกายของนางเวลานี้ เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ที่หลอมรวมระหว่างวิถีการค้าอันเคี่ยวกรำ และอำนาจมืดในมิติลับที่นางซ่อนไว้
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วยามก่อน หน้าภัตตาคารที่เพิ่งรีโนเวทใหม่จากโรงเตี๊ยมเก่าคร่ำครึแห่งนี้เกือบจะกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม แม่สามีใจร้ายและบรรดาญาติห่างๆ ของตระกูลซ่งที่คอยอิจฉาริษยา พาคนมาป่วนประโคมข่าวใส่ร้ายป้ายสีว่าอาหารของนางใช้เนื้อสัตว์เน่าเสียและใส่ยาพิษเพื่อกอบโกยเงินทอง หวังจะทำลายชื่อเสียงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เปิดม่านเปิดกิจการ
ทว่า มีหรือที่อดีตราชนิกุลผู้เคยผ่านเกมการเมืองในราชสำนักมาอย่างโชกโชนจะสะท้าน?
ฟางเซียนไม่เพียงแต่ตอกกลับด้วยหลักฐานบัญชีการซื้อขายวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มทหารทุกเช้า แต่นางยังใช้ "วิชาแพทย์แผนโบราณ" ผสมผสานกับทักษะการปรุงอาหารระดับปรมาจารย์ ควักเอาสมุนไพรวิเศษจากมิติมาบดผสมในน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนสี่สิบแปดชั่วโมง จนเกิดเป็นกลิ่นหอมตลบอบอวลที่สะกดให้ฝูงชนที่ตั้งท่าจะรุมด่า กลับต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวโหยแทน
และในวินาทีนั้นเอง บุรุษผู้เป็นสามีอย่างร้อยเอกหานจวิน ก็ก้าวออกมาจากด้านหลังร้านในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ ไหล่กว้างหนาทะมัดทะแมง รัศมีแผ่ออกมาดั่งภูเขาผาที่พร้อมปกป้องภรรยา เขาไม่ได้พูดคำข่มขู่ใดๆ ให้มากความ เพียงแค่ปรายตามองกลุ่มคนตระกูลซ่งด้วยแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายล่าเหยื่อ พร้อมกับวางกระบี่ประจำกายลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ปัง!* จนพื้นสะเทือน
เพียงเท่านี้... ฝูงชนที่เคยส่งเสียงฮือฮาก็เงียบกริบลงทันตาเห็น บรรดาญาติผู้สร้างเรื่องต่างหน้าซีดเผือด ถอยกรูดจนล้มลุกคลุกคลานหนีหายไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี
"ภรรยาเหนื่อยแล้ว เข้าไปพักข้างในเถอะ ที่เหลือให้พี่จัดการเอง" หานจวินหันมาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่อบอุ่นและอ่อนโยนจนน่าประหลาด ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และเทิดทูนบูชาภรรยาอย่างสุดหัวใจ
ฟางเซียนปรายตามองสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และขยันขันแข็งคนนี้ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ นางเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกว่านางยังไหว ก่อนจะหันไปประกาศกร้าวต่อหน้าผู้คนนับร้อยที่กำลังยืนรอพิสูจน์ฝีมือ
"เอาล่ะเจ้าค่ะ! เมื่อเรื่องวุ่น1วายผ่านพ้นไปแล้ว ภัตตาคารฟางหลินขอเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้! และเพื่อเป็นการขออภัยในความวุ่นวายเมื่อครู่ เมนูพิเศษ 'ซุปไก่ตุ๋นโสมพันปีสูตรลับเฉพาะ' และ 'หมูสามชั้นผัดซอสสวรรค์' ถาดแรก ขอมอบให้ผู้กล้าที่ยืนอยู่แถวหน้าได้ชิมฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเจ้าค่ะ!"
สิ้นเสียงประกาศ บรรยากาศรอบด้านก็ระเบิดเสียงเฮลั่นออกมาทันที ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้น กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นเปื่อยนุ่มที่ลอยโชยออกมาจากเตาหลังร้าน เริ่มทำหน้าที่สะกดจิตทุกคนในรัศมีร้อยเมตรอย่างทรงพลัง
ภายในห้องครัวอันกว้างขวางและสะอาดเอี่ยม ฟางเซียนลงมือปรุงอาหารด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่ว นางใช้มีดสั้นเล่มบางเฉียบแล่เนื้อปลาสดๆ ที่เพิ่งดึงออกมาจากมิติลับ เนื้อปลาเนื้อแน่นสีขาวมุกถูกจัดเรียงบนจานกระเบื้องเคลือบอย่างงดงามราวกับงานศิลปะ เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดังฉ่า ตามด้วยกลิ่นหอมของพริกเสฉวนและน้ำมันงาที่ผัดคลุกเคล้าจนได้ที่
นี่ไม่ใช่แค่การเปิดร้านอาหารเพื่อหาเงินมายกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวเท่านั้น แต่นี่คือ "สงครามทางเศรษฐกิจ" ที่นางเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ตระกูลใหญ่ในเมืองนี้ที่เคยผูกขาดการค้าและรังแกชาวบ้าน จะต้องสั่นสะเทือนภายใต้อาณาจักรอาหารที่นางกำลังสร้างขึ้น
เวลาผ่านไปเพียงชั่วยามเดียว โต๊ะทุกตัวในภัตตาคารฟางหลินก็ถูกจับจองจนเต็มแน่น เสียงชะอมตะเกียบกระทบชาม เสียงคำชมรสชาติอาหารที่อร่อยจนแทบกลืนลิ้นดังระงมไปทั่ว ลูกค้าต่างแย่งกันสั่งอาหารล็อตแรกจนวัตถุดิบในครัวแทบไม่พอรองรับ หานจวินต้องสวมบทบาทเป็นผู้ช่วยจำเป็นคอยยกอาหารเสิร์ฟและรักษาความเรียบร้อยด้วยท่าทีขึงขังแต่ขันแข็ง สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าผู้มีอันจะกินและพ่อค้าวานิชที่แวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย
ยอดเงินในบัญชีและกำไรก้อนโตที่หลั่งไหลเข้ามาในมิติลับของนางทำให้ฟางเซียนแย้มยิ้มอย่างมีความสุข แผนการล้างแค้นตระกูลหลurและตระกูลซ่งก้าวสู่เฟสต่อไปอย่างงดงาม อำนาจและเงินตรากำลังอยู่ในกำมือของนางทีละน้อย
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศภายในร้านกำลังครึกครื้นถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นระเบียบของกองกำลังทหารเฉพาะกิจก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้การเชื้อเชิญ
กลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวพัดผ่านเข้ามาพร้อมกับสายลมเย็นเยียบ
ฟางเซียนที่กำลังยืนปรุงเมนูเด็ดอยู่หน้าเตาชะงักมือลงทันที นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ผ่านกลุ่มควันสีขาวที่ลอยกรุ่นจากหม้อซุป
และในวินาทีนั้นเอง หัวใจของนางก็กระตุกวูบเมื่อตระหนักว่า... แขกไม่速เชิญผู้นี้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นศัตรูเก่าจากชาติภพก่อน—องค์ชายสามผู้ล่วงรู้ความลับเรื่องมิติลับของนาง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ!
นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า•ตอนที่ 18
อาหารเลิศรสสร้างชื่อ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายแกร่งขอพลิกบัญชีแค้นด้วยวิถีพ่อค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!