นางร้ายสวนกระแส กับนายพรานป่าผู้เย็นชา•ตอนที่ 2

มื้อแรกบนแผ่นดินใหม่

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ถอยไปค่ะ ท่านพี่... ยืนขวางทางลมแบบนั้น หม้อแกงของฉันจะเดือดช้าเอานะคะ" น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้เจือความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับพริ้วไหวราวกับสายน้ำที่กัดเซาะหินผา ขุนพลธรณ์ชะงักฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งยามมองร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายดิบเก่าคร่ำคร่า ทว่ายามนี้เรือนร่างที่เขาเคยเห็นว่าผอมแห้งไร้ราคา กลับแผ่กลิ่นอายความมั่นใจบางอย่างออกมาอย่างประหลาด เขากวาดสายตามองสำรวจรอบห้องครัวรกเรื้อที่บัดนี้ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนเป็นระเบียบอย่างน่าอัศจรรย์ กลิ่นหอมฉุยของเครื่องเทศป่าและเนื้อย่างรมควันเมื่อครู่ยังคงลอยอวลอยู่ปลายจมูก กระตุ้นความหิวโหยในร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนและออกล่ามาทั้งวันให้ตื่นตัว แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของนายพรานหนุ่มยิ่งกว่าสิ่งใด คือรอยยิ้มที่มุมปากของภรรยา... รอยยิ้มที่ท้าทายและซ่อนเร้นแผนการบางอย่างไว้เบื้องหลัง "เจ้ากำลังเล่นสนุกอะไรอีก หลินเฟย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความระแวง เขารู้จักสตรีผู้นี้ดี นางคือคุณหนูตกอับผู้เอาแต่ใจและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขามาตลอดสามปี แล้วไฉนวันนี้แววตาคู่นั้นถึงเปล่งประกายราวกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เช่นนี้ "ไม่ได้เล่นค่ะ แต่กำลังทำมาหากิน" รินรดาหันกลับมาพร้อมกับทัพพีไม้ในมือ เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ผากเบาๆ เผยให้เห็นโครงหน้าเรียวได้รูปที่แม้จะมอมแมมไปด้วยเขม่าควัน แต่กลับดูมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างบอกไม่ถูก "ถ้าท่านพี่หิวแล้ว ก็ช่วยนั่งรอเงียบๆ ที่แคร่ไม้ไผ่โน่นเถอะค่ะ อาหารมื้อแรกบนแผ่นดินซอมซ่อแห่งนี้ รับรองว่าจะทำให้ท่านเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับภรรยาคนนี้ไปตลอดกาล" สิ้นคำพูด รินรดาก็หันไปสนใจหม้อดินเผาตรงหน้าต่อทันที เธอไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของสามี ร่างเพรียวบางเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไว มือเรียวตักน้ำซุปสมุนไพรป่าที่เคี่ยวจนงวดลงในชามกระเบื้องบิ่นๆ กลิ่นหอมหวานของรากผักชีป่าผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของขิงแก่และพริกไทยป่าโชยเข้าเตะจมูกจนขุนพลธรณ์เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว นี่ไม่ใช่แค่การต้มเนื้อประทังชีวิต... แต่มันคือศาสตร์แห่งการปรุงอาหารที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในดินแดนชายป่าทุรกันดารแห่งนี้ รินรดาลอบยิ้มในใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของสามีหนุ่ม เธอเป็นใครกัน? ในโลกเดิมเธอก็คือเชฟสาวมือทองและนักธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ การจะพลิกฟื้นชีวิตจากเศษดินให้กลายเป็นทองคำด้วยวัตถุดิบที่มีจำกัดในป่าใหญ่ ย่อมไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถ ดวงตากลมโตสอดส่องสำรวจ 'ทรัพยากร' ที่ซ่อนอยู่ในครัวและรอบบ้าน ข้าวสารหักครึ่งถุง แป้งสาลีขึ้นราเล็กน้อยที่เธอจัดการร่อนทิ้งไปครึ่งหนึ่ง เกลือหยาบที่ชื้นแฉะ และพืชผักป่าที่เธอเสี่ยงชีวิตออกไปเก็บมาเมื่อช่วงบ่าย ทุกอย่างจำต้องถูกนำมาแปรรูปและบริหารจัดการอย่างคุ้มค่าที่สุด ทันทีที่เธอใช้มิติพิเศษกวาดต้อนพลังงานหยางจากธรรมชาติรอบตัวมาฟื้นฟูวัตถุดิบ ผักป่าเหี่ยวเฉาพวกนั้นก็กลับมาสดกรอบราวกับเพิ่งเด็ดออกจากต้นใหม่ๆ "เอาล่ะค่ะ..." รินรดายกชามแกงร้อนๆ วางลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย ตามด้วยจานเนื้อย่างหมักซอสสูตรลับที่เคลือบด้วยน้ำผึ้งป่าจนขึ้นเงา ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจจนแทบจะเรียกน้ำย่อยของคนทั้งหมู่บ้านให้ตื่นขึ้นมา "เชิญค่ะท่านพรานธรณ์ อาหารมื้อแรกบนแผ่นดินของเรา พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ" ขุนพลธรณ์นิ่งงันไปชั่วขณะ เขานั่งลงบนแคร่ไม้ช้าๆ สายตาคมปลาบมองจานอาหารตรงหน้าสลับกับใบหน้าของภรรยาที่นั่งเท้าคางรอคอยการพิสูจน์ ไม่มีพิษมีภัย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการวางยาพิษดังเช่นที่เขาเคยหวาดระแวงในอดีต มีเพียงกลิ่นหอมที่เย้ายวนจนเกินกว่าจะอดใจไหว ชายหนุ่มหยิบตะเกียบขึ้นมาคีชิ้นเนื้อย่างเข้าปาก ความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อสัตว์ป่าที่ผสานเข้ากับรสชาติเค็มหวานกลมกล่อมและเผ็ดร้อนปลายลิ้นระเบิดขึ้นในโพรงปาก รสสัมผัสที่เขาไม่เคยลิ้มลองตลอดชีวิตการเป็นทหารชายแดนทำให้ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "อร่อย... ไหมคะ?" รินรดากระซิบถาม ชtายตามองปฏิกิริยาของเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ขุนพลธรณ์วางตะเกียบลงช้าๆ กำลังจะเอաբสเอ่ยปากชมสักคำ ทว่าก่อนที่เสียงทุ้มจะได้หลุดรอดจากริมฝีปาก เสียงทุบประตูดังโครมครามพร้อมกับเสียงตะโกนโหว่เหวกโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดก็แผดดังขึ้นจากหน้าบ้าน "นังสะใภ้ตัวซวย! ธรณ์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! กลิ่นอะไรหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ พวกแกแอบซ่อนเนื้อดีๆ ไว้กินกันเองตามลำพังรึไง ชักจะกำแหงใหญ่แล้วนะ!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจอมเคี่ยวและเสียงทุบประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำให้บรรยากาศอันอบอุ่นเมื่อครู่วูบดับลงทันที รินรดายังคงนั่งนิ่ง รอยยิ้มบนมุมปากของเธอกลับยิ่งทวีความเยือกเย็นและอันตรายมากขึ้นไปอีก "มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะคะ..." รินรดาพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่บัดนี้ใบหน้าคมคายมืดมนลงด้วยความโกรธเกรี้ยว "ท่านพี่... อยู่เฉยๆ ก่อนนะคะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้ ที่จะต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' เองค่ะ" ทว่าในวินาทีที่รินรดากำลังจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูนั้นเอง ขุนพลธรณ์กลับคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "เจ้าแน่ใจหรือ... ว่ารับมือไหว" น้ำเสียงของเขาทุบลงกลางใจ นัยน์ตาเจือแววปกป้องที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก สะบัดข้อมือหลุดอย่างนิ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว ก่อนจะเดินไปปลดกลอนประตูไม้เก่าๆ ออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างอวบอ้วนของแม่สามีและบรรดาญาติสามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่ยืนหน้าตาถมึงทึงอยู่เบื้องหน้า... และในวินาทีที่บานประตูเปิดออกนั้นเอง แสงไฟจากคบเพลิงในมือของแม่สามีก็สาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของรินรดา พร้อมกับร่างเงาดำปริศนาอีกร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นพุ่มไม้มืดทึบด้านหลังเข้ามาอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับกระซิบถ้อยคำที่ทำให้รินรดาต้องหน้าถอดสี! "เฟยเฟย... ข้าบอกแล้วว่าเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก" -------------------------------------------------- ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ "กุหลาบหนามเงิน" นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสวนกระแส กับนายพรานป่าผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%