เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนของห้องโถงจัดแสดงชั้น 14 ดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่จงใจบีบเค้นหัวใจของคนฟังให้จมดิ่งลงไปทุกที
"คุณกำลังใช้ตรรกะที่ไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้วนะคะ ธาม!"
รินรดาตวัดพู่กันในมือที่เปื้อนสีอะคริลิกสีแดงเข้มลงบนสมุดสเก็ตช์ด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าขยับกรอบแว่นสายตาด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นเกินความจำเป็น ในขณะที่หน้าจอโฮโลแกรมลอยตัวตรงหน้าเขากำลังแสดงกราฟพยากรณ์ความเสี่ยงสีแดงฉาน
ธามถอนหายใจเบาๆ สีหน้าของนักวิเคราะห์ข้อมูลหนุ่มเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายต่อความไร้ระเบียบของศิลปินสาว "ผมไม่ได้ไร้มนุษยธรรมครับ... อ๊ะ ขออภัย ผมหมายถึง *ค่ะ* ในโลกความเป็นจริง ข้อมูลดิบไม่เคยโกหกใครเหมือนกับอารมณ์ชั่ววูบของคุณนะคะ รินรดา การที่เราจะรอดพ้นจากผู้มาเยือนปริศนาที่กำลังก้าวเข้ามาในพื้นที่ควบคุมตอนนี้ เราต้องคำนวณความน่าจะเป็นของเส้นทางหลบหนี ไม่ใช่มานั่งวาดภาพระบายอารมณ์แบบนี้"
"ศิลปะไม่ใช่แค่ตัวเลขสถิตินะคะ!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น เธอขยับตัวไปยืนบังผืนผ้าใบชิ้นเอกที่กำลังจัดแสดงอยู่ "มันคือลมหายใจ คือจิตวิญญาณ และถ้าคุณกล้าแตะต้องผลงานพวกนี้เพื่อเอาไปประเมินมูลค่าเชิงพาณิชย์เหมือนที่ยัยวีร่าต้องการ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนใช้พู่กันนี้ไล่ฟาดคุณก่อนที่ไอ้คนปริศนานั่นจะมาถึงซะอีก!"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะจุดประกายไฟได้ ทว่าก่อนที่การปะทะคารมจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินมืดทึบเบื้องล่าง ตามด้วยเสียงโลหะเสียดสีกันชวนขนหัวลุก
*[ระบบประเมินความเสี่ยง: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับภัยคุกคาม 4 รายการ กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันภายใน 30 วินาที]*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบอัลกอริทึมส่วนตัวของธามดังขึ้นพร้อมกันกับหน้าจอสีแดงฉานที่กะพริบถี่ๆ ธามขมวดคิ้วมุ่น ความลังเลฉายชัดบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจคว้าข้อแขนเรียวของหญิงสาวให้หลบหลังเสาหินขนาดใหญ่ด้วยความรวดเร็ว
"ปล่อยนะ!" รินรดาอุทานเบาๆ พร้อมกับสะบัดข้อมือออกด้วยความตกใจ แต่ธามกลับใช้มืออีกข้างปิดปากเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบส่งสัญญาณเตือนให้เงียบเสียงลง พร้อมกับที่ร่างสูงโน้มตัวลงแนบชิดเพื่อซ่อนเร้นกายภายใต้เงาของประติมากรรมชิ้นใหญ่
กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์จากตัวของธามลอยเข้าจมูกของรินรดาอย่างกะทันหัน หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นระรัวด้วยความโกรธ กลับเริ่มสั่นไหวด้วยจังหวะที่แปลกประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ และความตึงเครียดที่แฝงอยู่ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นของนักวิเคราะห์หนุ่ม
ที่เบื้องหน้า เงาร่างสูงใหญ่สามร่างก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาในห้องโถง แสงไฟฉายสาดส่องกวาดไปทั่วบริเวณอย่างไร้ทิศทาง เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นดัง *ก๊อกแก๊ก* สะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดแสดงศิลปะอันเงียบสงบ
วีร่า... ภัณฑารักษ์สาวผู้ทะเยอทะยาน ปรากฏตัวขึ้นตามมาติดๆ จากอีกมุมหนึ่งของห้อง เธอไม่ได้ซ่อนตัวเหมือนคนทั้งสอง ทว่ากลับยืนกอดอกด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ ดวงตาคมปลาบกวาดมองผู้มาเยือนปริศนาด้วยความสนใจใคร่รู้ ราวกับกำลังประเมินว่าผลงานศิลปะชิ้นไหนจะทำกำไรให้เธอได้มากที่สุดในสถานการณ์วิกฤตนี้
"พวกคุณคิดว่าจะซ่อนตัวพ้นไปได้อีกนานแค่ไหนกันคะ?" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบของวีร่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทำให้ผู้มาเยือนปริศนาร่างมหึมาทั้งสามหันขวับไปมองเธอทันที
ธามหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด สมองของนักวิเคราะห์คำนวณความเสี่ยงใหม่อย่างรวดเร็วด้วยความเร็วสูง "เธอกำลังทำลายสมการความปลอดภัยทั้งหมด..." เขาพึมพำเบาๆ
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอมองหน้าธามสลับกับร่างของวีร่าที่กำลังเดินเข้าไปหาผู้มาเยือนอันตรายเหล่านั้นอย่างไร้ความกลัว ในมือของวีร่าถือแฟลชไดรฟ์ข้อมูลลับที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปตลอดกาล ทว่าความประมาทนั้นกำลังจะทำให้ทุกอย่างพังทลายลงในพริบตา
"เราต้องทำอะไรสักอย่าง..." รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบ ดวงตาคู่งามฉายแววเด็ดเดี่ยว เธอมองพู่กันในมือที่เปื้อนสี และมองไปที่ถังสีอะคริลิกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้เสาหินพอดี
ธามหันมามองเธอก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อย ราวกับอ่านความคิดซนๆ ของจิตรกรสาวออก "คุณกำลังจะ..."
"ใช่ค่ะ" รินรดาแย้มยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ธามรู้สึกว่าสมการตรรกะทั้งหมดในหัวของเขา กำลังจะถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี "เราจะมาสร้างศิลปะที่วุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์กันค่ะ!"
เธอยกถังสีขึ้นด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี ก่อนจะเทสาดสีน้ำเงินสดและสีแดงฉานลงบนพื้นหินอ่อนเบื้องหน้าอย่างไม่ลังเล แรงเสียดทานลดลงทัน
*โครม!*
ผู้มาเยือนปริศนาร่างมหึมาตัวแรกก้าวเข้ามาเหยียบลงบนกองสีเจิ่งนอง ร่างใหญ่โตเสียหลักล้มคะมำลงกับพื้นเสียงดังสนั่น ลากเอาเพื่อนร่วมทางอีกสองคนล้มระเนระนาดตามกันไปราวกับโดมิโน่ ความชุลมุนวุ่นวายบังเกิดขึ้นในพริบตา เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวประสานกับเสียงข้าวของตกแตกกระจาย
แต่วีร่าที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดกลับกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างมหึมาอีกร่างหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังเสาด้านหลัง เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาภายใต้แสงไฟสลัว มันไม่ใช่คน... และไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่มีดวงตาสสีแดงก่ำถึงหดคู่ และกำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสามคนด้วยความกระหายเลือด!
*[ระบบเตือนภัยฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบ "บอสแห่งเขตควบคุมชั้น 14" ตื่นจากการหลับใหล — โอกาสรอดชีวิตลดลงเหลือ 0.01%]*
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของธามเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทพร้อมกับข้อความเตือนภัยสีเลือดที่สว่างวาบขึ้นในความมืด และในวินาทีที่กรงเล็บอันแหลมคมกำลังจะตะปบลงมาที่ร่างของวีร่า ธามก็คว้าข้อมือของรินรดาแล้วพุ่งตัวออกไปจากที่ซ่อน ทว่า... พื้นห้องที่เต็มไปด้วยสีอะคริลิกเหลวกลับทำให้ร่างทั้งสองลื่นไถลพุ่งตรงดิ่งเข้าหาอันตรายเบื้องหน้าอย่างไร้การควบคุม!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมรักฉบับนักวิเคราะห์กับยัยศิลปินนอกกรอบ•ตอนที่ 2
สมการความวุ่นวาย
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับนักวิเคราะห์กับยัยศิลปินนอกกรอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!