อัลกอริทึมรักฉบับนักวิเคราะห์กับยัยศิลปินนอกกรอบ•ตอนที่ 3

กฎเหล็กของคนคุมข้อมูล

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
"ศิลปะไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์นะคะคุณธาม ถึงคุณจะเอาตัวเลขสถิติมาเรียงแถวหน้ากระดานเป็นร้อยหน้า มันก็ไม่มีทางบอกได้หรอกค่ะว่าทำไมรอยแปรงสีน้ำมันตรงมุมซ้ายถึงได้สั่นไหวขนาดนั้น" รินรดาพ่นลมหายใจเบา ๆ ออกมา พร้อมกับวางปากกาเพนแท็บเล็ตกระแทกกับโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น ห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัดที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสีอะคริลิกและอิสรเสรี ตอนนี้กลับถูกบีบอัดด้วยบรรยากาศตึงเครียดจากเอกสารแผนงานโครงการแสดงศิลปะร่วมสมัยที่หนาเตอะจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคัมภีร์ราชการ บนหน้าจอแท็บเล็ตของธาม ชายหนุ่มสวมแว่นกรอบบางผู้ดำรงตำแหน่ง Data Analyst ประจำโครงการกำลังกวาดสายตามองกราฟแท่งและพายชาร์ตสีสันฉูดฉาดที่เขาเป็นคนเนรมิตขึ้นมาเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาหลังเลนส์แว่นคู่นั้นสะท้อนความมั่นอกมั่นใจในตรรกะของตนเองอย่างเต็มเปี่ยม "มันอาจจะไม่มีจิตวิญญาณในแบบที่คุณว่าหรอกครับ... เอ่อ หมายถึง ในแบบที่คุณรินพูดค่ะ" ธามแก้คำสรรพนามอย่างรวดเร็วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขากำลังเจรจากับศิลปินสาวจอมพาร์ทิชันนิสต์ผู้เคร่งครัดเรื่องความรู้สึก "แต่ตัวเลขพวกนี้ต่างหากล่ะครับที่จะบอกเราได้ว่า กลุ่มเป้าหมายช่วงอายุยี่สิบถึงสามสิบปีมีความสนใจในโทนสีแบบไหน เวลาไหนที่พวกเขาจะใช้เวลาหน้าผลงานนานที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือ งบประมาณแปดหลักที่เราได้รับมา จะต้องไม่สูญเปล่าไปกับอารมณ์ชั่ววูบของการสะบัดพู่กัน" ธามเลื่อนไอแพดส่งข้ามโต๊ะมาให้เธอ รินรดาก้มมองตารางคำนวณที่ถูกแบ่งย่อยออกเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกตารางนิ้วถูกตีเส้นกั้นด้วยระเบียบวินัยอันเข้มงวด ไม่มีพื้นที่ว่างหลงเหลือให้จินตนาการได้หายใจหายคอ แม้กระทั่งขนาดของผืนผ้าใบและพาเลตสีก็ยังถูกจำกัดด้วยผลวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคย้อนหลังสามปีที่วีร่าคู่ปรับคนสำคัญของเธอเป็นคนจัดเตรียมมาให้ นี่มันไม่ใช่การสร้างสรรค์งานศิลปะเลยสักนิด... แต่มันคือการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในโรงงานขนาดย่อมที่มีมนุษย์เป็นฟันเฟือง รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความทรงจำสมัยเรียนที่เคยถูกอาจารย์วิจารณ์ว่า "งานของคุณมีความเป็นส่วนตัวเกินกว่าจะเข้าถึงตลาด" แวบกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก เธอพยายามพิสูจน์ตัวเองด้วยการก้าวเข้ามาสู่โลกศิลปะเชิงพาณิชย์ร่วมกับอัลกอริทึม แต่สิ่งที่ธามนำเสนอในวันนี้กลับทำลายความภาคภูมิใจในความเป็นศิลปินของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี "คุณกำลังจะบอกว่า... ฉันควรจะวาดภาพตามใจตลาดสั่งงั้นเหรอคะ?" น้ำเสียงของเธоสั่นเครือเล็กน้อยแต่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้น ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าฉันต้องวาดรูปโดยมีสถิติมาคอยคุมปลายพู่กันทุก ๆ เซนติเมตร งั้นก็ให้ AI วาดแทนฉันไปเลยดีกว่าไหมคะ จะจ้างคนมีความรู้สึกอย่างฉันมาทำไมตั้งแต่แรก!" ธามไม่ได้หลบสายตาคมกริบนั้น เขานั่งไขว่ห้างประสานมือไว้บนตักด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ซึ่งสำหรับรินรดานั่นมันช่างน่าหงุดหงิดเสียเหลือเกิน "อัลกอริทึมไม่ได้เข้ามาเพื่อทำลายศิลปะของคุณหรอกครับคุณรินรดา แต่มันคือการสร้างเกราะป้องกันความล้มเหลวให้คุณต่างหาก" ธามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เปี่ยมไปด้วยเหตุผล "คุณเคยล้มเหลวกับนิทรรศการเดี่ยวครั้งก่อนมาแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ภาพวาดแนว Abstract ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกข้างในของคุณ ขายไม่ออกเลยแม้แต่ชิ้นเดียว จนคุณต้องแบกหนี้สินก้อนโต... ถ้าคุณยังใช้ชีวิตด้วยอารมณ์นำทางโดยไม่สนองตอบต่อความเป็นจริงของโลกทุนนิยม คุณก็จะวนกลับไปจุดเดิมอีก" เพล้ง! ราวกับมีกระจกใสบาง ๆ แตกสลายลงในใจของรินรดา คำพูดของธามพุ่งตรงเข้าจุดเปราะบางที่สุดอย่างไร้ความปรานี เขารู้ประวัติของเธอดีเกินไป... รู้ลึกซึ้งเกินกว่าที่เพื่อนร่วมงานทั่วไปควรจะรู้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดที่สุด เพราะเขากำลังใช้ความผิดพลาดในอดีตมาเป็นไม้บรรทัดวัดคุณค่าในปัจจุบันของเธอ "คุณไม่มีทางเข้าใจหรอกค่ะ..." รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเรียวบางกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "สำหรับคุณ ทุกอย่างบนโลกนี้มันมีค่าความน่าจะเป็น มีกำไร มีขาดทุน มีสมการที่ต้องไขให้ได้... แต่คุณไม่เคยรู้เลยว่าความงามที่แท้จริงมันเกิดจากการที่เรายอมเสี่ยงที่จะเจ็บปวดต่างหากล่ะค่ะ" เธอสะบัดหน้าหนี หันไปมองออกนอกหน้าต่างกระจกใสของสำนักงานที่สะท้อนภาพท้องยามเย็นสีส้มอมเทา ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกทำให้เธอแทบอยากจะวิ่งหนีออกไปให้พ้นจากห้องนี้ พ้นจากตัวเลขบ้า ๆ และพ้นจากสายตาที่วิเคราะห์เธอราวกับเธอเป็นแค่ข้อมูลชุดหนึ่งในระบบ ธามถอนหายใจเบา ๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ แนว woody ที่สะอาดสะอ้านลอยมาแตะจมูกท่ามกลางความเงียบงันที่โรยตัวลงมาคั่นกลางระหว่างเขากับเธอ "ผมอาจจะไม่มีหัวใจศิลปินแบบที่คุณรินมี..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบa แต่มันกลับดังก้องกังวานอยู่ในความเงียบ "แต่ผมก็ไม่อยากเห็นคุณต้องร้องไห้เพราะภาพวาดของตัวเองถูกขนกลับมาเก็บไว้ในห้องเก็บของอีกเป็นครั้งที่สองเหมือนกัน" รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ เธอหันกลับมามองใบหน้าด้านข้างของเขาที่ดูจริงจังและไร้ซึ่งร่องรอยของการเยาะเย้ยถากถางใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงความห่วงใยในแบบฉบับของมนุษย์ตรรกะที่แสดงออกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เท่านั้น ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะทันได้คลี่คลายไปในทิศทางที่อ่อนโยนขึ้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดบนโต๊ะของธามก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ท่วงทำนองอันแหลมคมนั้นทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง ธามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แววตาที่เคยนิ่งสงบตลอดเวลาของนักวิเคราะห์หนุ่มกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รูม่านตาหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอเพียงไม่กี่วินาที "มีอะไรเหรอคะ?" รินรดาถามด้วยความสงสัยระคนหวาดระแวง เมื่อเห็นสีหน้าของธามเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ ธามเงยหน้าขึ้นมองเธอ ชำเลืองมองหน้าจอไอแพดที่ยังคงเปิดแผนงานของพวกเขาค้างไว้ ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "วีร่าส่งอีเมลแจ้งเตือนเข้ามา... ระบบประเมินความเสี่ยงของเธอบังคับให้เราต้องยกเลิกผลงานชิ้นเอกของคุณในนิทรรศการนี้ทันที เนื่องจากผลวิเคราะห์ล่าสุดระบุว่า 'มีโอกาสสร้างความขัดแย้งทางสังคมสูงเกินกว่าจะรับได้' ครับ" ดวงตาของรินรดาวับวาวด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว ความขัดแย้งระหว่างเธอกับธามยังไม่ทันได้ข้อสรุป แต่ตอนนี้ศัตรูภายนอกกำลังจะชิงตัดหน้าทำลายผลงานชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอไปเสียแล้ว --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ดาริกาส่องแสง" ในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับนักวิเคราะห์กับยัยศิลปินนอกกรอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%