กลิ่นของน้ำมันสนและอะคริลิกแห้งกรังคละคลุ้งอยู่ในห้องใต้หลังคาแคบๆ ที่แสงไฟนีออนกระพริบถี่ราวกับจะประชดชีวิต รินรดาตวัดเกรียงปาดสีลงบนผ้าใบผืนใหญ่ แรงเหวี่ยงของข้อมือไม่ได้ระบายความโกรธออกมาเป็นลวดลาย แต่ความรุนแรงนั้นสะท้อนถึงความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาแรมเดือน ผืนผ้าใบคอนเซปต์ Abstract สีแดงเลือดหมูตัดกับสีดำสนิทตรงหน้าคือคำตอบเดียวที่เธอยังเหลืออยู่
คำตอบที่วีร่า ภัณฑารักษ์สาวมือฉกาจ ตราหน้าไว้ในรายงานการประเมินสัปดาห์ก่อนว่า "ไร้ทิศทาง ไร้กลุ่มเป้าหมาย และตายสนิทในเชิงพาณิชย์"
"ถ้าศิลปะมันต้องวัดผลด้วยอัลกอริทึมการคลิกและการใช้เวลาจ้องมองไม่ถึงสิบวินาที..." รินรดาพึมพำกับตัวเอง เสียงหอบหายใจเจือสะอื้นเล็กน้อย ปลายพู่กันในมือสั่นระริก "ฉันนี่แหละ จะพิสูจน์ให้เห็นว่าความรู้สึกของมนุษย์มันคำนวณเป็นตัวเลขไม่ได้!"
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยจังหวะการก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาท ธามยืนอยู่ตรงกรอบประตู มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตคู่ใจ หน้าจอแสดงผลกราฟแท่งและสถิติการเข้าชมงานนิทรรศการศิลปะดิจิทัลที่พุ่งสูงลิ่วของวีร่า ดวงตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมกวาดมองความรกเรื้อของห้องทำงานด้วยแววตาตำหนิแบบที่เขามักจะทำเสมอโดยไม่รู้ตัว
"คุณกำลังเสียเวลา, รินรดา" ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้คลื่นอารมณ์ แต่แฝงความจริงจังจนน่าหมั่นไส้ "ข้อมูลดิบจากสัปดาห์ที่แล้วบอกชัดเจนว่างานเพ้นต์มือแบบดั้งเดิมของตึกนี้ มีอัตราการมีส่วนร่วมลดลงถึงสี่สิบสองจุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ การดื้อรั้นทำผลงานแนวเดิมโดยไม่ปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล คือความล้มเหลวที่ถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้ว"
รินรดาวางพู่กันลงในกระป๋องล้างพู่กันจนน้ำสีขุ่นกระเซ็น เธอหันขวับมาเผชิญหน้ากับนักวิเคราะห์หนุ่มผู้ยึดติดกับตัวเลข ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยประกายแห่งความดื้อรั้นและท้าทาย
"คุณเคยมองงานศิลปะด้วยหัวใจจริงๆ สักครั้งไหมคะ, คุณธาม?" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ ชี้ปลายเกรียงปาดสีที่ยังมีคราบสีสดๆ ไปยังหน้าอกของเขา "ทุกอย่างในชีวิตของคุณมันถูกเซ็ตค่าไว้หมดแล้วใช่ไหม ว่าอันไหนคุ้มทุน อันไหนขาดทุน... แล้วความรู้สึกของคนที่ยืนอยู่หน้าภาพวาดเป็นชั่วโมงเพื่อหาทางเยียวยาจิตใจล่ะ? อัลกอริทึมของคุณมันประเมินความเจ็บปวดออกมาเป็นหน่วยอะไรได้บ้าง!"
ธามชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์แว่นกะพริบช้าๆ เขาไม่ได้ถอยหนีแม้ปลายเกรียงจะจ่ออยู่ห่างจากเสื้อเชิร์ตสีอ่อนของเขาเพียงคืบเดียว นิ้วเรียวเคาะหน้าจอแท็บเล็ตเบาๆ สองทีเพื่อเรียกหน้าต่างข้อมูลขึ้นมา
"ความเจ็บปวดประเมินเป็นตัวเลขไม่ได้... แต่พฤติกรรมมนุษย์คาดเดาได้" ธามตอบเสียงนุ่มแต่หนักแน่น "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อดูคุณระบายอารมณ์ใส่ผ้าใบ แต่ผมมาเพื่อบอกว่า... วีร่ากำลังจะนำเสนอโปรเจกต์ 'ศิลปะสังเคราะห์ด้วย AI' ในงานประมูลสัปดาห์หน้า ถ้าคุณยังไม่มีผลงานที่ทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนระบบการตัดสินใจของคณะกรรมการสายพาณิชย์ได้ งานของคุณจะถูกคัดชื่อออกจากการจัดแสดงถาวรทันที"
คำพูดนั้นราวกับค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจ รินรดานิ่งงัน ความโกรธเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหน,เหน็บชาในอก
งานประมูลสัปดาห์หน้าคือโอกาสสุดท้าย... ถ้าเธอแพ้ หมายความว่าเส้นทางจิตรกรที่เธอทุ่มเทมาทั้งชีวิตจะต้องจบลงด้วยการถูกระบบคัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
"ฉันจะทำ" รินรดากล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว "ฉันจะสร้างงานศิลปะที่ไม่มีระบบไหนในโลกของเธอจะคำนวณความหมายของมันได้หมด"
ธามมองจิตรกรสาวตรงหน้า แววตาคมกริบของนักวิเคราะห์ไตร่ตรองบางอย่างอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจเบาๆ แล้วยื่นแท็บเล็ตในมือมาตรงหน้ารินรดา หน้าจอไม่ได้แสดงกราฟสถิติที่น่าเบื่ออีกต่อไป แต่เป็นชุดข้อมูลดิบเกี่ยวกับรสนิยมลับๆ และประวัติการซื้อผลงานย้อนหลังสิบปีของประธานคณะกรรมการประมูล
"ถ้าคุณจะดื้อรั้น... อย่างน้อยก็ควรดื้อรั้นอย่างมีกลยุทธ์" ธามเอ่ยเสียงเรียบ "ข้อมูลชุดนี้คือจุดอ่อนของคณะกรรมการสายอนุรักษ์นิยม พวกเขาเกลียด AI แต่โหยหาความดิบเถื่อนที่จับต้องได้... คุณมีเวลาเจ็ดวันในการทำมันให้เสร็จ และผมจะเป็นคนจัดการเส้นทางการนำเสนอให้งานของคุณรอดพ้นจากการคัดกรองของวีร่าเอง"
รินรดามองหน้าชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบ ประหลาดใจที่เห็นประกายความช่วยเหลือบางอย่างซ่อนอยู่หลังท่าทีเย็นชา เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ
ตลอดเจ็ดวันต่อมา ห้องใต้หลังคาถูกแปรสภาพเป็นห้องทดลองทางศิลปะที่ผสานความบ้าคลั่งของนามธรรมเข้ากับการคำนวณสัดส่วนสีและแสงเงาอย่างแม่นยำ ธามคอยป้อนข้อมูลความถี่ของเฉดสีที่กระตุ้นฮอร์โมนความสุขของมนุษย์ ขณะที่รินรดาใช้สัญชาตญาณและความเจ็บปวดรังสรรค์มันออกมาเป็นลวดลายบนผืนผ้าใบขนาดมหึมา งานชิ้นนี้ไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่เป็นสงครามระหว่างอัลกอริทึมและจิตวิญญาณ
จนกระทั่งคืนก่อนวันประมูลชี้ชะตา...
ทั้งคู่นั่งพักเหนื่อยอยู่บนพื้นห้อง ท่ามกลางกลิ่นสีและคราบเปื้อนเต็มเนื้อตัว ธามกำลังตรวจสอบไฟล์นำเสนอครั้งสุดท้ายบนแท็บเล็ต ส่วนรินรดานั่งมองผืนผ้าใบชิ้นเอกที่เพิ่งแห้งสนิท ภาพของห้วงอารมณ์อันซับซ้อนที่สะท้อนเงาของพวกเขาเองลงไปในนั้น
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเปลี่ยนไป ความเงียบงันไม่ได้อึดอัดอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ รินรดากำลังจะเอ่ยปากขอบคุณนักวิเคราะห์หนุ่มสำหรับความช่วยเหลือทั้งหมด แต่อยู่ๆ หน้าจอแท็บเล็ตในมือของธามก็เกิดอาการรวนอย่างหนัก หน้าจอสีดำสนิทกะพริบถี่รัว ก่อนที่ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานจะเด้งขึ้นมาพร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้อง
*[WARNING: SYSTEM OVERRIDE DETECTED]*
*[CRITICAL ERROR: ข้อมูลลับชุดสุดท้ายถูกเข้าถึงจากภายนอก - แหล่งกำเนิด: สำนักงานของวีร่า]*
*[หมายเหตุ: ผลงานของคุณถูกขึ้นบัญชีดำ 'ส่อเค้าละเมิดลิขสิทธิ์อัลกอริทึม' และถูกยกเลิกสิทธิ์การจัดแสดงอย่างเป็นทางการแล้วในขณะนี้]*
ธามผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าถอดสีเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อตระหนักว่าพวกเขากำลังถูกตลบหลังอย่างเจ็บแสบที่สุด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ดาริกาส่องแสง" ในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมรักฉบับนักวิเคราะห์กับยัยศิลปินนอกกรอบ•ตอนที่ 4
งานศิลปะที่ไม่มีใครมองเห็น
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับนักวิเคราะห์กับยัยศิลปินนอกกรอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!