โลหิตสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากมุมปากของเยี่ยอู๋เฉิน ย้อมแผ่นศิลาโบราณเบื้องล่างให้กลายเป็นสีชาดอันน่าสะพรึงกลัว พิษโลหิตโลกันตร์ที่ฝังรากลึกอยู่ในเส้นชีพจรมานานปีบีบคั้นให้ลมปราณทั่วร่างแปรปรวนราวกับคลื่นพายุคลั่งกลางมหาสมุทร เหล่ามือสังหารจากสำนักเงาอสูรนับสิบชีวิตรายล้อมเขาไว้ในรัศมีสิบก้าว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น
ดวงตาของเยี่ยอู๋เฉินเบิกกว้างขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น!
ความตายมิใช่สิ่งน่าสะพรึงสำหรับมือสังหารเช่นเขา ทว่าการต้องดับสูญโดยที่วิถีกระบี่ยังไม่บรรลุถึงจุดสูงสุดต่างหากคือความอยุติธรรมที่ฟ้าดินมอบให้ ในมือขวาของเขา กระบี่เหล็กนิลกาฬยังคงส่งเสียงสั่นพานคำรามเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงวาระสุดท้าย กระบี่เล่มนี้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้กระทั่งยามที่เจ้าของมันกำลังจะถูกความมกลืนกินจนหมดสิ้น
"เยี่ยอู๋เฉิน... วันนี้คือวันตายของเจ้า ต่อให้มีวิชากระบี่เทวะอันใด ก็มิอาจช่วยเจ้าพ้นจากเงื้อมมือของสำนักเราได้!" ผู้นำกลุ่มมือสังหารแผדเสียงคำรามก้อง แววตาดุดันเต็มไปด้วยความกระหายเลือด มันตวัดดาบยาวในมือเข้าจู่โจมโดยไม่เปิดโอกาสให้เป้าหมายได้ตั้งตัว
รัศมีดาบพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เป้าหมายคือจุดตายบริเวณหัวใจ!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง มวลอากาศเหนือยอดเขาสูงกลับเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างฉับพลันราวกับฤดูเหมันต์มาเยือนในชั่วพริบตา เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก กลิ่นอายความหนาวเหน็บระดับวิญญาณแช่แข็งแผ่ขยายออกไปจนทำให้การเคลื่อนไหวของเหล่ามือสังหารชะงักงันลงทันที
ปัง!
เสียงระเบิดของพลังปราณดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของผู้นำมือสังหารที่พุ่งเข้ามาเมื่อครู่ถูกแรงกดดันไร้รูปกระแทกจนกระเด็นถอยหลังไปนับสิบก้าว เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของมันทันที แววตาที่เคยลำพองใจแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นพรั่นพรึงอย่างถึงที่สุด
ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่น ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาเหมันต์ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชเชียบ นางยืนอยู่บนยอดศิลาสูงตระหง่านราวกับเซียนผู้สูงส่งที่หลุดพ้นจากโลกีย์วิสัย ใบหน้าเรียวรูปไข่เย็นชาราวกับแกะสลักจากหยกน้ำแข็ง เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายเคลียไหล่บาง ดวงตาดุจหงส์คู่นั้นกวาดมองผู้คนเบื้องล่างด้วยความว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนแม้แต่มือสังหารระดับยอดฝีมือยังไม่กล้าหายใจแรง
นางคือ ไป๋หลาน... นางเซียนแห่งหุบเขาเมฆาเหมันต์ ผู้ที่ชาวยุทธภพต่างหวาดกลัวและเคารพยำเกรง
"สำนักเงาอสูร... กล้าดียังไงถึงมารังแกคนของข้าบนดินแดนแห่งนี้" น้ำเสียงหวานใสแต่นุ่มลึกดั่งน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้น เบาหวิวแต่กลับก้องกังวานเสียดแทงลึกลงไปถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง
เยี่ยอู๋เฉินเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังบอบบางนั้น ความรู้สึกประหลาดแล่นพล่านขึ้นในอก แม้เขาจะเป็นบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ และไม่เคยยอมรับความช่วยเหลือจากผู้ใด ทว่าในยามนี้ยามที่ลมปราณย้อนกลับจนร่างกายแทบแหลกสลาย การปรากฏตัวของนางกลับเปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวในความมืดมิด
"ไป๋หลาน... เจ้าจะยุ่งเรื่องนี้ไม่ได้ นี่คือความแค้นระหว่างสำนักเงาอสูรกับมัน!" ผู้นำมือสังหารกัดฟันกรอด ฝืนระดมพลังปราณกดข่มอาการบาดเจ็บ แม้จะหวาดกลัวอภินิหารของนางเซียนผู้นี้เพียงใด แต่คำสั่งของสำนักย่อมเหนือกว่าสิ่งอื่นใด
ไป๋หลานมิได้เอวาจาโต้ตอบ นางเพียงปรายตามองมันเล็กน้อย ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง นิ้วเรียวยาวดุจลำหยกสะบัดเบาๆ กลางอากาศ
เปรี้ยง!
คลื่นพลังกระบี่เหมันต์พุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ มันไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ ร่างของมือสังหารนับสิบถูกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วพริบตา ก่อนจะแตกละเอียดเป็นผุยผงปลิวไปกับสายลมบนยอดเขา ความตายมาเยือนอย่างเงียบเชียบและเด็ดขาด สมกับฉายานางเซียนผู้ไร้ความปรานี
บรรยากาศรอบกายกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเยี่ยอู๋เฉินที่พยายามฝืนพยุงกายลุกขึ้นยืน กระบี่นิลกาฬปักค้ำยันพื้นดินไว้เพื่อไม่ให้เขาล้มลง
ไป๋หลานหมุนตัวกลับมาช้าๆ สายตาคู่นั้นทอดมองเยี่ยอู๋เฉินที่มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนทั่วร่าง ภายใต้ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง แววตาของนางกลับมีความไหววูบเจ็บปวดฉายประกายขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
"เจ้าโง่... ทำไมถึงปล่อยให้พิษกำเริบจนถึงขั้นนี้" นางเอ่ยตำหนิด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากลับแฝงความห่วงใยที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
เยี่ยอู๋เฉินแย้มยิ้มเยาะหยันตนเอง มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมาอีกครั้ง "วิถีกระบี่ของข้ายังไม่ทะลวงขีดจำกัด... ต่อให้พิษนี้จะกัดกินชีวิต ข้าก็ไม่มีวันก้มหัวให้มัน... อีกอย่าง ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมา..."
"ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาช่วยเจ้า" ไป๋หลานเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิม ทว่านางกลับก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือเรียวนุ่มแตะลงที่กลางแผ่นหลังของเยี่ยอู๋เฉินถ่าย
ทอดลมปราณเหมันต์บริสุทธิ์เข้ากดข่มพิษโลหิตโลกันตร์ที่กำลังคลุ้มคลั่งในกายเขาทันที
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดแสนสาหัสลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าในขณะที่ลมปราณของทั้งสองหลอมรวมกัน เยี่ยอู๋เฉินกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในชีพจรของนาง... ลมปราณของไป๋หลานกำลังปั่นป่วน นางเองก็ฝืนใช้พลังฝีมือระดับสูงเพื่อเร่งรุดมาช่วยเขาเช่นกัน!
ดวงตาคมกริบของเยี่ยอู๋เฉินหรี่ลงเล็กน้อย เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของนางที่มีประกายความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่
"เจ้า..." เยี่ยอู๋เฉินกำลังจะเอ่ยปากทักท้วง
ทว่าก่อนที่คำพูดใดจะหลุดออกจากปาก ท้องฟ้าเบื้องบนกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองที่ผ่าผ่าลงมาตรงยอดเขาอย่างรุนแรง
เปรี้ยงงงง!
แรงระเบิดจากสายฟ้าสวรรค์ทำให้พื้นศิลาสะเทือนเลื่อนลั่น และในเงาแสงสีทองนั้นเอง เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา
"ฮ่าๆๆ... ไป๋หลาน เยี่ยอู๋เฉิน พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าหนีพ้นจากเงื้อมมือของ 'มัน' ได้?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
- เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ -
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนเมฆา•ตอนที่ 2
เซียนขาวบนยอดเขา
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
