เสียงสับปังตอลงบนเขียงไม้เนื้อหนาดังกระชั้นชิด เป็นจังหวะจะโคนราวกับจะประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านชายแดนได้ยินว่า "ครัวคุณยาย" ผู้นี้ไม่ได้มาเล่นๆ นะคะ
พิมพ์มาดายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวกลางแจ้งที่ต่อเติมขึ้นใหม่อย่างแข็งแรง แสงไฟจากหลอดนีออนดวงโตสะท้อนกับเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดพรายบนหน้าผากเนียน ทว่าแววตาของเธอกลับเป็นประกายมุ่งมั่น มือเรียวบางที่เคยจับมีดทำครัวราคาแพงลิบลิ่วในภัตตาคารหรู บัดนี้กำลังบรรจงหั่นตะไคร้ ข่า และใบมะกรูดด้วยความรวดเร็ว กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรไทยพวยพุ่งตีขึ้นจมูกจนคนที่เดินย่างสามขุมเข้ามาถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่ตรงนั้น เกรงว่าตะไคร้ในมือฉันคงแหลละเอียดคามือไปเสียก่อนนะคะผู้กอง"
พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันไปมอง ร้อยเอกศิลาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันนิดๆ ก่อนที่เขาจะวางกระสอบข้าวสารน้ำหนักห้าสิบกิโลกลงบนพื้นอย่างเบามือที่สุด เกียรติและศักดิ์ศรีของนายทหารพรานผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและเงียบขรึม มักจะละลายหาย W อากาศทุกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยาตัวเล็กคนนี้เสมอ
"ผมแค่กลัวว่าคุณจะเหนื่อยเกินไป" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำตามแบบฉบับ พร้อมกับยื่นมือหนาเข้ามาช่วยหยิบตะกร้าพริกแห้งไปวางให้ใกล้ขึ้น "ยายบัวกับผู้ใหญ่บ้านใกล้จะมาถึงแล้วนะ... คุณแน่ใจเหรอว่าจะทำเมนูนี้รับแขก?"
"ทำไมล่ะคะ? กลัวว่าฝีมืออดีตเชฟตกอับคนนี้จะทำให้ชาวบ้านเขาอาหารเป็นพิษหรือไง" พิมพ์มาดาหันขวับมาค้อนให้วงใหญ่ รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นที่มุมปาก "จำไว้นะคะผู้กอง การผูกมิตรกับเพื่อนบ้านในถิ่นทุรกันดารแบบนี้ อาหารรสจัดจ้านและกลิ่นหอมของเครื่องเทศคืออาวุธที่ดีที่สุด ยิ่งพวกป้าๆ ปากหอยปากปูที่ชอบเอาเราไปนินทาลับหลังนะ... พอได้กลิ่น 'แกงส้มชะอมทอดกุ้งสด' ฝีมือฉันเข้าไป รับรองว่าต่อให้มีเข็มพิษอยู่ในปาก ก็ต้องกลืนน้ำลายจนพูดไม่ออกแน่นอนค่ะ!"
ศิลามองภรรยาที่กำลังฮึกเหิมด้วยแววตาอ่อนโยนแกแกมเอ็นดู ในโลกใบนี้ มีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ว่าผักสวนครัวสดๆ และกุ้งแม่น้ำตัวโตเนื้อแน่นที่วางอยู่ในกะละมังนั้น ไม่ได้มาจากตลาดสดในอำเภอที่ต้องขับรถฝ่าทางลูกรังนับชั่วโมง แต่ทุกอย่างถูกดึงออกมาจาก 'มิติลับ' ที่ซ่อนอยู่ในแหวนหยกโบราณของพิมพ์มาดา พืชผลที่เติบโตด้วยพลังงานพิเศษนั้นให้รสชาติหวานกรอบและกลิ่นหอมเข้มข้นกว่าปกติหลายเท่าตัว ต่อให้เป็นเซียนอาหารมาจากไหน ก็ไม่มีทางหาวัตถุดิบระดับนี้ได้จากโลกภายนอก
ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่ก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทักทายเอะอะโวยวายตามประสาชาวบ้าน
"แม่พิมพ์จ๋า! อยู่กันหรือเปล่าจ๊ะ กลิ่นอะไรหอมตลบอบอวลมาตั้งแต่ปากซอยแน่ะ แม่ยายฉันถึงกับบ่นว่าหิวข้าวตั้งแต่อยู่บนเรือนโน่น!" เสียงของ 'ยายบัว' หญิงร่างท้วมปากตลาดประจำหมู่บ้านดังนำมาก่อนตัว ตามด้วยผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนท่าทางใจดี
พิมพ์มาดาถอดผ้ากันเปื้อนออกอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มแจ่มใส เดินออกไปต้อนรับด้วยท่าทีนอบน้อมแต่สง่างาม "เชิญเลยค่ะยายบัว ผู้ใหญ่ด้วยนะคะ พอดีเลยค่ะ ฉันเพิ่งตั้งหม้อแกงเสร็จเมื่อครู่ เชิญนั่งที่โต๊ะใต้ต้นมะม่วงได้เลยค่ะผู้กอง จัดเก้าอี้ให้แขกหน่อยสคะ"
ศิลาพยักหน้ารับอย่างไร้คำ
พูด แต่จัดการลากเก้าอี้ไม้ไผ่ขัดผิวเรียบร้อยมาให้นั่งอย่างรวดเร็ว ยายบัวกวาดสายตามองรอบบ้านด้วยความประหลาดใจระคนริษยาเล็กๆ นางจำได้ว่าเมื่อสองอาทิตย์ก่อน บ้านหลังนี้ยังดูทรุดโทรม รกร้าง และเต็มไปด้วยวัชพืช แต่ตอนนี้กลับสะอาดสะอ้าน แปลงผักสวนครัวเขียวขจีราวกับมีเวทมนตร์ แถมกลิ่นอายความสุขยังลอยฟุ้งจนน่าหมั่นไส้
"แหม... แม่พิมพ์นี่มือขึ้นจริงๆ นะจ๊ะ ย้ายมาอยู่ไม่ทันไร บ้านช่องน่าอยู่ขึ้นเป็นกอง แถมยังมี... อุ๊ย! กลิ่นอะไรเนี่ย หอมฉุนขึ้นจมูกเชียว!"
ยายบัวสูดจมูกฟืดฟาดเมื่อพิมพ์มาดายกถาดอาหารจานแรกออกมาเสิร์ฟ ชามเซรามิกสีขาวลายครามบรรจุแกงส้มสีส้มเข้มตัดกับสีเขียวชอุ่มของชะอมทอดชิ้นหนา และกุ้งแม่น้ำตัวโตสีส้มสดที่ลอยเด่นอยู่บนผิวหน้า ควันร้อนๆ พวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของพริกแกงตำเองที่ผสานเข้ากับความเปรี้ยวของมะขามเปียกและกลิ่นหอมละมุนของเนื้อปลาช่อนย่างที่โขลกผสมลงในน้ำแกง
ตามด้วย "ปลาทอดกระเทียมพริกไทย" ที่หนังกรอบนอกนุ่มใน โรยกระเทียมเจียวสีเหลืองทองกรอบกรุบ และ "ผัดผักบุ้งไฟแดง" ที่ไฟยังคงลุกโชนอยู่ในความทรงจำเพราะความสดกรอบของยอดผัก
ผู้ใหญ่บ้านถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปหยิบช้อนสลัดทันที "กลิ่นเตะจมูกตั้งแต่ยังไม่ตักเข้าปากเลยแม่พิมพ์เอ้ย หน้าตาแบบนี้ท่าทางจะรสชาติจัดจ้านน่าดู"
"ลองชิมดูนะคะผู้ใหญ่ ยายบัวด้วยค่ะ" พิมพ์มาดายิ้มรับอย่างมั่นใจ นางแอบส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้ศิลานิดๆ เป็นเชิงบอกว่า *'คอยดูนะ ฉันจะมัดปากคนพวกนี้ด้วยปลายจวักนี่แหละ'*
ยายบัวรีบตักน้ำแกงส้มราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ที่หอมกรุ่นกลิ่นใบเตยทันที นางตักชะอมทอดอุ้มน้ำแกงเข้าปากคำโต... ทว่า ทันทีที่เคี้ยว รอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคยมีบนใบหน้าก็แข็งค้าง ดวงตาเบิกโพงขึ้นด้วยความตกตะลึง
รสชาติแรกที่สัมผัสคือความจัดจ้าน เผ็ดร้อนกำลังดีตามด้วยความเปรี้ยวกลมกล่อมจากมะขามแท้ๆ ไม่ใช่ความเปรี้ยวแหลมจากมะนาวปลอม ความหวานตามธรรมชาติของกุ้งสดเนื้อเด้งที่ละลายในปาก และความหอมมันของไข่ทอดชะอมที่ดูดซับน้ำแกงเข้าไปจนชุ่มฉ่ำ ทุกอย่างกลมกลืนกันอย่างไร้ที่ติจนแทบอยากจะร้องไห้ออกมา
"นี่มัน... อร่อย..." ยายบัวพึมพำออกมาโดยลืมตัว ลืมแม้กระทั่งบทสนทนาที่ตั้งใจจะมาจับผิดสะใภ้ใหม่คนนี้ไปเสียสนิท นางตักคำที่สองและสามตามเข้าไปอย่างหยุดไม่อยู่ ผู้ใหญ่บ้านเองก็ไม่ยอมแพ้ ซัดข้าวหมดจานไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของพิมพ์มาดา
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความครึกครื้น ความระแวงแคลงใจของผู้คนในหมู่บ้านเริ่มถูกละลายด้วยรสชาติอาหารอันยอดเยี่ยม ยายบัวถึงกับเอ่ยปากชมไม่ขาดสายจนลืมตัวไปเลยว่าเคยตั้งแง่ไว้ขนาดไหน
ทว่า... ในขณะที่ทุกคนกำลังเอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารและเสียงหัวเราะกำลังประสานกันอย่างมีความสุขนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับเสียงตะโกนหยาบคายที่ทำลายบรรยากาศอบอุ่นลงในพริบตา
"เฮ้ย! เจ้าของบ้านอยู่ออกมานี่ซิฟะ! ใครอนุญาตให้พวกแกเปิดร้านขายอาหารแข่งกับตลาดกลางหมู่บ้านวะ!"
พิมพ์มาดาวางช้อนในมือลงช้าๆ รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาเย็นเยียบ นางหันไปสบตากับร้อยเอกศิลาที่ลุกขึ้นยืนช้าๆ อย่างคุกคาม ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวบังหน้าภรรยาไว้ และผลักประตูรั้วเปิดออกเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่ไม่ได้รับเชิญ
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและเรื่องราววุ่นๆ ใน "ครัวคุณยาย" นะคะ
กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 7
กลิ่นหอมที่ปลายจมูก
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!