"ถ้าคิดจะมาหาเรื่องถึงเรือนเพาะชำของฉัน ก็ช่วยเตรียมคำแก้ตัวตอนที่สามีฉันหยิบปืนขึ้นมาด้วยนะคะ"
เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ไม่ได้มีความสั่นเครือแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังเสียจนคนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ถึงกับชะงักกึก
พิมพ์มาดาวางช้อนสแตนเลสในมือลงบนเคาน์เตอร์ไม้สำรองอย่างใจเย็น รอยยิ้มการค้าที่เคยประดับบนใบหน้าจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาคมกริบราวกับแม่เสือสาวที่กำลังมองฝูงสุนัขจิ้งจอกที่บังอาจก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของตน นางไม่ได้รีบร้อนเดินออกไป แต่เลือกที่จะใช้ผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ซับมือช้าๆ สายตากวาดมองกลุ่มคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีในหมู่บ้านชายแดนแห่งนี้
นำทัพโดย 'ป้าสำรวย' แม่ค้าปากตลาดผู้ผูกขาดการขายพืชผักในชุมชนมานานนับปี ด้านข้างคือ 'นายก้าน' ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเกียจคร้านแต่ชอบฉวยโอกาส และชาวบ้านอีกสามสี่คนที่ถูกจูงจมูกมาด้วยความอิจฉาริษยา
ตั้งแต่พิมพ์มาดาเริ่มนำผักอินทรีย์กลิ่นหอมกรุ่นและรสชาติหวานฉ่ำจาก "มิติลับ" ออกมาวางขาย แผงผักเหี่ยวๆ ของป้าสำรวยก็ขายแทบไม่ออก ลูกค้าในตลาดต่างหันมาซื้อมผักของนางกันหมดจนเกิดเป็นความหมั่นไส้และริษยาตาร้อน
"แหม... แม่พิมพ์มาดา ทำเป็นพูดจาใหญ่โตไปได้นะยะ!" ป้าสำรวยเชิดหน้าขึ้น เสียงแหลมปรี๊ดบาดแก้วหูพยายามกลบเกลื่อนความประหม่า เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกศิลาที่ก้าวออกมาบังภรรยาไว้ มารายการความน่าเกรงขามของนายทหารพรานผู้เงียบขรึมคนนี้ทำให้ป้าสำรวยต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แต่ความโลภและความอับอายที่ขายของไม่ได้ก็ทำให้ทิฐิยังค้ำคอ "พวกเราก็แค่มารubขvด... มาทวงถามความยุติธรรมต่างหากล่ะ! อยู่ๆ หล่อนเอาผักหน้าตาประหลาดพวกนี้มาจากไหน ขายดิบขายดีจนคนอื่นเขาทำมาหากินกันไม่ได้ แบบนี้มันเรียกว่าตัดหน้าชาวบ้านชัดๆ!"
ศิลายังคงยืนนิ่งเงียบ แผ่นหลังกว้างดั่งภูผาบังร่างระหงของภรรยาไว้มิดชิด มือหนาข้างหนึ่งวางกุมอยู่ที่ด้ามปืนพกข้างเอวโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่ใดๆ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวนายทหารพรานหนุ่มทำให้คนที่คิดจะก้าวเข้ามาต้องถอยหลังไปคนละก้าวสองก้าว
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเท้าพ้นจากกรอบประตูเรือนครัวเดินเคียงข้างสามี ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่คิดจะไว้หน้า
"ตัดหน้าหรือคะป้าสำรวย?" พิมพ์มาดาทวนคำ น้ำเสียงเจือแววขบขันแต่นัยน์ตากลับคมกริบ "ผักของป้า เหี่ยวแห้ง รดด้วยน้ำคลอง มีแต่สารเคมี ลูกค้าเขาเมินหน้าหนีเพราะคุณภาพมันแย่เอง ไม่ใช่เพราะฉันไปแย่งลูกค้าของป้าสักหน่อย หรือถ้าป้าอยากขายดีเหมือนฉันบ้าง ทำไมไม่ลองปรับปรุงคุณภาพผักดูเล่าคะ? มัวแต่มาร้องแรกแหกระเชิงอยู่หน้าบ้านคนอื่นแบบนี้ ไม่ทำให้ผักเน่าๆ ของป้าสดขึ้นมาได้หรอกนะคะ"
"อี... อีสะใภ้ตัวแสบ!" นายก้านทนไม่ไหว ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธเกรี้ยว หน้าตาแดงก่ำ "อย่ามาปากดีนะมึง! มึงมันแค่คนแปลกหน้าที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ มึงทำของเสน่ห์อะไรใส่ผักพวกนี้หรือเปล่า ทำไมมันถึงโตวันโตคืนแถมรสชาติดีผิดมนุษย์มนา! ถ้ามึงไม่ยอมเปิดเผยความลับนี้ออกซะดีๆ พวกกูจะแจ้งผู้ใหญ่บ้านมาตรวจสอบว่าพวกมึงทำของผิดกฎหมายหรือเปล่า!"
บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดขึ้นในทันที ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มส่งเสียงซุบซิบบางเบา ความโลภเรื่อง "ความลับของพืชผัก" เริ่มเข้าครอบงำจิตใจของคนบางกลุ่มที่อยากรู้ว่าเหตุใดพิมพ์มาดาถึงปลูกพืชได้งามในยามแล้งเช่นนี้
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างสูงขยับตัวเตรียมจะก้าวไปสั่งสอนไอ้ปากพล่อยสักทีสองที แต่พิมพ์มาดากลับเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้าม นางส่งยิ้มให้สามีหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับนายก้านตรงๆ โดยไม่มีความเกรงกลัว
"อยากรู้ความลับของฉันนักใช่ไหมคะ?" พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน ชัดถ้อยชัดคำจนทุกคนเงียบกริบ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ท่าทีสง่างามราวกับคุณหญิงในห้องหอ "ความลับของฉันก็คือ... ความขยัน ความใส่ใจ และการไม่เอาเปรียบผู้บริโภคอย่างพวกคุณไงล่ะคะ! ถ้าพวกคุณมีเวลามานั่งอิจฉาชาวบ้าน เอาเวลาไปพรวนดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง ไม่ใช่รอคอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่น ป่านนี้คงขายดีไปนานแล้วค่ะ!"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและจี้ใจดำ ทำเอาป้าสำรวยหน้าชาดิก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ
"ม... ไม่จริง! มึงต้องมีคาถาอาคมอะไรแน่ๆ!" ป้าสำรวยกรีดร้องเสียงหลง "ถ้ามึงไม่ยอมแบ่งเมล็ดพันธุ์และวิธีปลูกให้พวกเราวันนี้ อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขในหมู่บ้านนี้อีกเลย!"
พิมพ์มาดายิ้มหวานหยด แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ นางกำลังจะอ้าปากตอกกลับให้หงายเงิบไปอีกรอบ ทันใดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเอะอะก็ดังแหวกฝูงชนเข้ามาจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน
"หลบไป! หลบทางให้ท่านปลัดหน่อยโว้ย!"
ร่างของชายวัยกลางคนในชุดกากีรีบเร่งเดินแหวกกลุ่มชาวบ้านเข้ามา ใบหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยเหงื่อไคล ด้านข้างมีสารวัตรกำนันเดินประกบมาด้วย ทันทีที่ป้าสำรวยเห็นว่าเป็นใคร ก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จทันที
"ท่านปลัดเจ้าarคะ! ช่วยด้วยค่ะ! นังนี่กับผัวมันทำตัวน่าสงสัย ปลูกพืชประหลาดขาย หลอกลวงชาวบ้าน แถมยังขู่จะทำร้ายพวกเราด้วยค่ะ!"
พิมพ์มาดากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา นางหันไปสบตากับร้อยเอกศิลาที่ยังคงนิ่งสงบ ดرวตากลมโตฉายแววครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ท่านปลัดอำเภอมาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้? และดูเหมือนว่าการมาครั้งนี้ จะไม่ได้มาแค่เรื่องร้องเรียนเรื่องผักแน่นอน
ท่านปลัดกวาดสายตามองพิมพ์มาดาและร้อยเอกศิลาก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุดั่งพญาเสือของนายทหารพรานหนุ่ม ชายวัยกลางคนกระแอมไอเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทางการ
"เอ่อ... คือว่า... ทางอำเภอได้รับเรื่องร้องเรียนด่วน... ว่ามีคนลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรต้องห้ามจากชายแดน... และบ้านของพวกคุณ... ถูกระบุว่าเป็นเป้าหมายในการตรวจค้นคืนนี้!"
สิ้นคำพูดของท่านปลัด ป้าสำรวยและนายก้านก็ยิ้มเยาะออกมาอย่างสะใจทันที พิมพ์มาดาวางช้อนสแตนเลสในจินตนาการลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... สินค้าต้องห้ามอย่างนั้นหรือ? ช่างบังเอิญเสียจริง ที่ผักในมิติลับของนาง... เพิ่งจะเก็บเกี่ยวเสร็จและวางกองอยู่เต็มห้องครัวหลังบ้านพอดี!
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ!
กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 8
ผู้บุกรุกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!