กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 15

ความสัมพันธ์ที่ข้ามเส้น

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
“บอกแล้วไงคะว่าอย่าฝืนตัวเองให้มันมากนัก... แผลเก่าที่ไหล่ซ้ายยังไม่ทันตกสะเก็ดดีเลยแท้ๆ” น้ำเสียงของพิมพ์มาดาทั้งดุทั้งสั่นระริก มือเรียวบางที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืนและกลิ่นสาบป่ากำลังบรรจงใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดรอบปากแผลฉีกขาดบริเวณต้นแขนของนายทหารพรานร่างสูงใหญ่ ภายในห้องครัวเล็กๆ ของบ้านไม้ปลายนาที่ตอนนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องพยาบาลฉุกเฉินเฉพาะกิจ แสงสว่างจากตะเกียงเจ้าพายุส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและร่องรอยความเหนื่อยล้า ร้อยเอกศิลา กรามขบเข้าหากันแน่น ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ได้รับจากการปะทะกับกลุ่มโจรตามแนวชายแดนเมื่อช่วงบ่าย หากแต่เป็นเพราะดวงตาคู่สวยที่กำลังเอ่อคลอไปด้วยหน่วยน้ำตาแห่งความห่วงใยของหญิงสาวตรงหน้าต่างหาก ที่ทำให้หัวใจแกร่งดั่งหินผาของนายทหารหนุ่มเกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรง “ผมไม่เป็นไรจริงๆ ครับ... อ่า หมายถึง... ผมไม่เป็นไรครับ พิมพ์” ศิลาเกือบเผลอหลุดคำพูดเคยชินออกมา แต่เมื่อเห็นสายตาคาดคั้นที่เต็มไปด้วยความดุของภรรยาจำเป็น เขาก็รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทัน “ปากบอกว่าไม่เป็นไร แต่ตอนที่ฉันวิ่งไปช่วยทำแผลแล้วเห็นเสื้อเครื่องแบบขาดวิ่น เลือดไหลซึมออกมาจนชุ่ม... คุณรู้ไหมคะว่าคนทางนี้เขาใจหายวาบไปถึงตาตุ่มแค่ไหน!” พิมพ์มาดาวางขวดน้ำยาลงบนโต๊ะไม้ด้วยความแรงที่แสดงถึงอารมณ์กรุ่นโกรธปนน้อยใจ เธอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อสองชั่วโมงก่อน ตอนที่ลูกน้องของศิลาวิ่งหน้าตาตื่นมาตะโกนขอความช่วยเหลือ ขาทั้งสองข้างของเธอมันแทบจะก้าวไม่ออก หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม กลัวเหลือเกินว่ารอยยิ้มอบอุ่นและอ้อมกอดอุ่นๆ ยามค่ำคืนจะหายลับไปจากชีวิต ศิลาเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสบตาคู่สวยนั้นอย่างลึกซึ้ง แววตาคมกริบที่เคยใช้มองข้าศึกและดงกระสุน บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนและยอมจำนนต่อหญิงสาวตรงหน้าอย่างราบคาบ มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนค่อยๆ เอื้อมออกไปกุมมือเรียวบางที่กำลังสั่นเทาของพิมพ์มาดาไว้แน่น “เป็นห่วงผมเหรอครับ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเสียงดังจะทำให้บรรยากาศเปราะบางนี้แตกสลาย พิมพ์มาดาชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่นั้นที่ทรงพลังเกินกว่าจะต้านทาน แต่ความร้อนผ่าวที่พวงแก้มก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังเขินอายแค่ไหน “ใคร... ใครเขาจะไปห่วงคุณกันเล่าคะ ฉันก็แค่กลัวว่าถ้าคุณเป็นอะไรไปแล้วใครจะช่วยฉันแบกถุงปุ๋ย ถากถางแปลงผักอินทรีย์กันล่ะคะ” คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ นั้นไม่ได้ช่วยให้เนียนขึ้นเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกของนายทหารพรานผู้เงียบขรึม ศิลาขยับตัวเข้าใกล้เธออีกนิดจนกลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นอายดินปืนจางๆ ลอยเข้าจมูก ความใกล้ชิดที่แนบ ชิดเกินกว่าเส้นกั้นของคำว่า "เพื่อนบ้าน" หรือ "ผู้เช่าบ้านกับเจ้าของบ้าน" ทำให้บรรยากาศในห้องครัวรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงความอบอุ่นที่โอบกอดคนทั้งสองไว้ “ถ้าอย่างนั้น... อยู่ดูแลผมแบบนี้ไปนานๆ ได้ไหมครับ?” ศิลาเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ไม่ใช่แค่ในฐานะคนช่วยแบกปุ๋ย... แต่ในฐานะคนข้างกาย” คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาพิมพ์มาดาถึงกับพูดไม่ออก สมองที่เคยฉลาดเฉลียวและทันคนในทุกสถานการณ์ กลับประมวลผลชั่วคราวราวกับระบบรวน ความรู้สึกที่สั่งสมมาจากการใช้ชีวิตร่วมกัน การแบ่งปันมื้ออาหาร การช่วยเหลือกันยามยากลำบาก และความจริงใจที่ศิลามอบให้เสมอมา บัดนี้มันได้พังทลายกำแพงในใจของเธอลงจนหมดสิ้นแล้ว แต่ก่อนที่พิมพ์มาดาจะได้เอื้อMคำตอบใดๆ ออกไป เสียงท้องร้องโครกครากดังสนั่นก็ทำลายบรรยากาศโรแมนติกทิ้งเสียราบคาบ ใบหน้าสวยหวานหันขวับไปมองต้นตอทันทีด้วยความตกใจ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มแห้งๆ ของนายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น “นี่สินะคะ... ทหารกล้าผู้พิชิตโจรป่า แต่กลับแพ้ความหิวโหย” พิมพ์มาดาส่ายหัวด้วยความเอ็นดู พยายามซ่อนใบหน้าที่กำลังขึ้นสีแดงจัดของตัวเองไว้ใต้แสงไฟ “นั่งรออยู่ตรงนี้แหละค่ะ เดี๋ยวฉันไปดูครัวก่อน ขืนปล่อยให้คุณอดมื้อกินมื้อ มีหวังแผลได้หายช้ากว่าเดิมแน่ๆ” หญิงสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดชายเสื้อให้เข้าที่แล้วก้าวเดินเร็วๆ ออกไปยังส่วนครัวด้านหลังบ้าน เพื่อหลบหนีสายตาที่ร้อนแรงราวกับจะแผดเผาของชายหนุ่ม เมื่อลับร่างของพิมพ์มาดา ศิลาก็นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกโล่งอกและเปี่ยมสุข มือข้างที่ใช้งานได้ดีเอื้อมไปสัมผัสรอยแผลที่หัวไหล่เบาๆ ความเจ็บปวดก่อนหน้าหายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับได้รับยาดีชั้นเลิศ ในขณะเดียวกัน ที่ห้องครัวด้านหลัง กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศตำรับโบราณก็เริ่มโชยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ พิมพ์มาดาเปิดฝาหม้อดินเผาขนาดกลาง ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอของ “แกงป่าปลาช่อนนาใส่พริกไทยอ่อนและใบยี่หร่า” ฝีมือเธอเอง ปลาช่อนเนื้อแน่นๆ ที่ได้มาจากสระน้ำในมิติพิเศษ เนื้อขาวหวานไร้คาว ถูกเคี่ยวจนเข้าเนื้อกับพริกแกงเผ็ดตำเองที่โขลกจนละเอียด พริกไทยอ่อนเม็ดเต่งส่งกลิ่นฉุนเรียกน้ำย่อย และที่ขาดไม่ได้คือใบยี่หร่าสดๆ ที่เพิ่งเด็ดมาจากแปลงผักหลังบ้าน กลิ่นหอมร้อนแรงช่วยขับไล่ความหนาวเย็นและบรรเทาความตึงเครียดของเหตุการณ์เมื่อกลางวันให้มลายหายไป “ทำอะไรกินกันเหรอครับ กลิ่นหอมยั่วยวนไปถึงหน้าบ้านแบบนี้ ท้องผมร้องประท้วงใหญ่แล้วนะ” เสียงทุ้มดังขึ้นที่กรอบประตู พิมพ์มาดาหันไปมองก็พบว่าศิลาเดินตามมาติดๆ แม้จะยังเดินกะโผลกกะเพลกเล็กน้อยแต่ก็ดื้อดึงที่จะมา “คนเจ็บไม่มีสิทธิ์เลือกเมนูหรอกค่ะ นั่งลงไปเลย เดี๋ยวฉันตักข้าวให้” เธอดุเสียงเขียว แต่ริมฝีปากกลับอมยิ้มบางๆ ข้าวสวยร้อนๆ เมล็ดเรียงตัวสวยจากข้าวหอมมะลิในมิติพิเศษ ถูกตักใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ราดด้วยแกงป่าปลาช่อนน้ำขลุกขลิกสีสันจัดจ้าน พริกไทยอ่อนสีเขียวสดและใบยี่หร่าสีเขียวเข้มตัดกันอย่างลงตัว ส่งกลิ่นหอมเตะจมูกจนศิลาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้ พิมพ์มาดายื่นจานข้าวให้ชายหนุ่มพร้อมกับช้อนสลักลายไม้ ศิลารับมาด้วยรอยยิ้มกว้าง คำแรกที่ตักเข้าปาก รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม และหอมสมุนไพรพุ่งทะยานขึ้นสู่โสตประสาท ความเผ็ดร้อนของแกงป่าช่วยปลุกความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกายที่อ่อนล้าได้อย่างชะงักงัด “อร่อยมากครับ... ฝีมือคุณนี่ทำให้ผมรู้สึกว่า ต่อให้เหนื่อยยากแค่ไหน ก็อยากรีบกลับบ้านมาทานข้าวทุกวัน” ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมมองตรงมาที่เธอด้วยความหมายลึกซึ้ง พิมพ์มาดาเสมองไปทางอื่น แก้มเนียนแดงซ่านด้วยความเขินอาย เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยแซوเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า แต่ทว่า... *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากหน้าบ้าน ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลที่ทำให้บรรยากาศอันแสนอบอุ่นในห้องครัวพังทลายลงในพริบตา “ผู้กองศิลา! ผู้กองครับ! แย่แล้วครับ... ทางการส่งหน่วยสืบราชการลับมาลงพื้นที่กระทันหัน ตอนนี้พวกเขากำลังปิดล้อมหัวหมู่บ้าน และกำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านหลังนี้ครับ!” ศิลาผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงหันขวับมามองพิมพ์มาดาที่ใบถอดสีด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" มาโดยตลอดนะคะ แล้วมาลุ้นระทึกไปพร้อมๆ กันในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%