กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 14

ค่ำคืนที่ฝนตกหนัก

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
“เปรี้ยง!” เสียงฟ้าผ่าฟาดลงมาใกล้ผืนป่าหลังบ้านจนหน้าต่างไม้สักสั่นสะเทือน พิมพ์มาดาสสะดุ้งสุดตัว มือเรียวที่กำลังถือกระปุกเกลือเกือบหลุดร่วง สายฝนฤดูมรสุมกระหน่ำซัดสาดเข้ามาตามร่องหน้าต่างจนพื้นเรือนเปียกชุ่ม บรรยากาศยามค่ำคืนภายนอกมืดสนิทราวกับถูกกลืนกินด้วยความเวิ้งว้างของผืนป่าชายแดน มีเพียงแสงตะเกียงเจ้าพายุสีส้มอมเหลืองที่สั่นไหวตามแรงลม และเสียงคำรามของฟ้าฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลย “พายุเข้าหนักแบบนี้ ทางหลวงสายหลักคงถูกน้ำป่าตัดขาดไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะคุณพิมพ์” เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง ร้อยเอกศิลาในชุดลำลองสบายๆ กำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับหยาดน้ำฝนออกจากเรือนผมสีดำสนิท หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนลาดไหล่กว้างและแผงอกกำยำภายใต้เสื้อกล้ามสีเข้ม ภาพชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเรือนไม้หลังเล็ก ทำให้พื้นที่แคบๆ ดูอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด พิมพ์มาดาถอนหายใจเบาๆ นางเพิ่งกลับมาจากแปลงเกษตรอินทรีย์ในมิติลับเมื่อครู่ โชคดีที่ขนพริกขี้หนูสวน ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดสดๆ ออกมาทันก่อนที่ฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่อย่างนั้นผลผลิตเกรดพรีเมียมที่นางทะนุถนอมคงเสียหายหมดแน่ๆ “รู้ค่ะ ถึงได้รีบเก็บกวาดแปลงผักเมื่อเย็นไงคะ แต่ไม่คิดเลยว่าจะตกหนักขนาดนี้… แล้วนี่คุณพี่จะกลับค่ายทันได้ยังไงคะเนี่ย ฝนฟ้าคะนองมองทางไม่เห็นแม้แต่เมตรเดียว” นางเอ่ยถามพลางปรายตามองสามีหนุ่มที่เดินเข้ามาใกล้ ศิลาไม่ได้ตอบคำถามทันที ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน เขาสบตากับภรรยาคนสวยที่ฉลาดเป็นกรดแต่ก็ขยันขันแข็งจนเขาอดนึกเอ็นดูไม่ได้ “ค่ายอยู่แค่นี้เองค่ะ แต่ต่อให้ไกลกว่านี้ พี่ก็คงขับรถฝ่าพายุกลับมาไม่ได้หรอกในเมื่อถนนยุบตัวลงไปครึ่งแถบแล้ว… คืนนี้ เกรงว่าเราคงต้องติดอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยกันตามลำพังแล้วล่ะค่ะ” คำว่า ‘ตามลำพัง’ ลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดหลังคาราวกับกลองศึก พิมพ์มาดาใจกระตุกวูบโดยไม่รู้ตัว แม้ทั้งคู่จะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันมาพักใหญ่แล้ว แต่การติดอยู่ในบ้านไม้หลังน้อยกลางป่าลึกในค่ำคืนที่เปลี่ยวเหงาและหนาวเหน็บเช่นนี้ กลับสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ที่ชวนให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ นางรีบเบนสายตาหนีเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า แล้วหันไปจัดการกับวัตถุดิบตรงหน้าแทน “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเสียเวลามาพูดจาอ้อร้อเลยค่ะคุณพี่ ท้องฟ้ามืดครึ้มอากาศเย็นยะเยือกแบบนี้ มีหวังได้เป็นไข้หัวลมกันพอดี… มาช่วยฉันเตรียมของทำมื้อค่ำแก้หนาวดีกว่าค่ะ” นางเอ่ยเปลี่ยนเรื่องอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะจัดการหยิบหม้อดินเผาใบเก่งขึ้นมาตั้งเตาถ่าน ไฟสีแดงฉานจากถ่านไม้เนื้อแข็งให้ความอบอุ่นทันทีที่สัมผัสผิวกาย กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศเริ่มลอยฟุ้งเมื่อนางทุบตะไคร้ ข่า และหอมแดงลงไปในหม้อน้ำเดือดพล่าน ศิลาอมยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างรู้ทัน เขารู้ว่าเวลาที่ภรรยาของเขามีอาการเขินอายหรือประหม่า นางมักจะหาเรื่องเข้าครัวทำนู่นทำนี่เพื่อกลบเกลื่อนเสมอ และเขาก็ยินดีที่จะเป็นลูกมือชั้นดีให้ภรรยาคนเก่งเสมอเช่นกัน ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่ต้องรอให้สั่ง มือหนาจัดการช่วยพัดเตาไฟให้ลุกโชนอย่างรู้ใจ “คืนนี้อากาศชื้นและเย็นจัดแบบนี้ เมนูที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘ต้มยำปลาช่อนนาเนื้อแน่นๆ ใส่ใบมะขามอ่อน’ ซดน้ำซุปร้อนๆ ให้คล่องคอใช่ไหมล่ะคะคุณแม่ครัว” ศิลาเอ่ยทายอย่างรู้ใจ พลางยื่นมือไปหยิบมีดอีโตมาช่วยหั่นขิงและข่าให้อย่างคล่องแคล่ว พิมพ์มาดาปรายตามองสามีด้วยความทึ่ง แม้เขาจะเป็นนายทหารพรานผู้ผ่านศึกสงครามและงานหนักมาโชกโชน แต่เวลากลับมาอยู่บ้าน เขากลับเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนและใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของนางเสมอ มือเรียวหยิบเนื้อปลาช่อนนาตัวโตที่เพิ่งตกได้จากบ่อข้างบ้านเมื่อวาน—ซึ่งนางแอบเอาไปเลี้ยงไว้ในมิติลับชั่วครู่จนเนื้อปลาหวานฉ่ำไร้คาว—มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ “ฉลาดนักนะคะเรื่องกินเนี่ย… แต่พูดถึงเรื่องปลาตัวนี้แล้ว ฉันเกือบจะเอาไปทำปลาแดดเดียวตากแห้งไว้ขายตลาดมืดพรุ่งนี้แล้วเชียว โชคดีนะคะที่เก็บไว้ทำเมนูซดน้ำร้อนๆ คืนนี้ ไม่อย่างนั้นคุณพี่คงอดกินของอร่อยแน่ๆ” นางเอ่ยหยอกเย้าพลางหั่นใบมะขามอ่อนสีเขียวสดที่ส่งกลิ่นหอมเปรี้ยวอ่อนๆ ออกมา บรรยากาศในครัวเล็กๆ อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ตัดกับความมืดมนและพายุฝนโหมกระหน่ำภายนอกอย่างสิ้นเชิง กลิ่นหอมของสมุนไพรไทย ทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกขี้หนูสวนบุบแตก ลอยฟุ้งผสมผสานกับกลิ่นไอดินและควันไฟจางๆ พิมพ์มาดาปรุงรสด้วยน้ำปลาดี น้ำมะนาวคั้นสดจากต้น และเกลือสมุทรชั้นดีจากมิติลับของนาง ก่อนจะโรยท้ายด้วยใบมะขามอ่อนและใบผักชีฝรั่งซอยละเอียด “ฟู่… หอมฉุยเลยค่ะ” ศิลาสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ สายตาดุจพญาเสือโคร่งยามอยู่ในป่า บัดนี้กลับอ่อนโยนลงเหลือเพียงความรักและความห่วงใยที่สะท้อนอยู่ในแววตา “ฝีมือคุณพิมพ์นี่ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ อยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ แต่ได้กินอาหารรสเลิศราวกับภัตตาคารหรู สวรรค์ชัดๆ เลยค่ะ” “ปากหวานนะคะช่วงนี้ ระวังเถอะค่ะ… ถ้าทำตัวน่ารักแบบนี้บ่อยๆ ฉันอาจจะยอมใจอ่อนเปิดมิติลับให้คุณเข้าไปนอนเล่นในนั้นถาวรเลยดีไหมคะ” นางหันมาค้อนขวับใส่ด้วยความหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มหวานหยาดเยิ้ม “ถ้าเข้าไปอยู่ในนั้นกับคุณพิมพ์ด้วย พี่ก็ไม่เกี่ยงหรอกค่ะ” ศิลาตอบหน้าตาเฉย ทำเอาคนฟังถึงกับหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ต้องรีบตักต้มยำร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบส่งให้สามีเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินออ ทั้งสองคนนั่งลงรับประทานมื้อค่ำด้วยกันบนเสื่อจันทบุรีผืนเก่า ท่ามกลางแสงไฟสีส้มจากตะเกียงและเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดหลังคาอย่างต่อเนื่อง น้ำซุปต้มยำรสจัดจ้าน เปรี้ยวเค็มเผ็ดกลมกล่อมด้วยใบมะขามอ่อนและเนื้อปลาหวานนุ่มละลายในปาก ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้ให้มลายหายไปจนสิ้น ความเงียบสงบยามวิกาลและความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่าง ทำให้หัวใจของคนทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างเงียบเชียบ แต่แล้ว ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารและบทสนทนารื่นหูอยู่นั้นเอง... “ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!” เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันท่ามกลางเสียงพายุฝนโหมกระหน่ำ เป็นเสียงที่ดุดัน ร้อนรน และผิดเวลาอย่างสิ้นเชิง! พิมพ์มาดาสะดุ้งเฮือก ช้อนในมือเกือบหลุดร่วง นางหันไปสบตากับร้อยเอกศิลาทันที ในเสี้ยววินาทีนั้น แววตาอ่อนโยนของสามีหนุ่มก็แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันของนายทหารพรานผู้ผ่านสมรภูมิรบ ศิลายกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้นางเงียบเสียงลง ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างเงียบเชียบ มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกประจำกายที่วางพาดไว้บนตู้ไม้อย่างรวดเร็ว ดึกดื่นป่านนี้ พายุเข้าหนักหนarขนาดนี้ ใครกันที่บุกรุกมาเคาะประตูบ้านกลางป่าลึก? ศิลาเดินไปที่ประตูช้าๆ มือหนึ่งปลดกลอนออกอย่างระมัดระวัง ขณะที่พิมพ์มาดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง นางแอบหยิบมีดปอกผลไม้คมกริบซ่อนไว้ใต้ชายพับผ้าซิ่นเพื่อความไม่ประมาท แอดดด... ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝนของใครบางคนยืนทรุดกายอยู่หน้าธรณีประตู พร้อมกับเสียงหอบหายใจรวยรินที่เอ่ยประโยคทำลายความสงบสุขของค่ำคืนนี้ลงทันที... “ผู้กอง... ช่วยด้วยครับ! ทางใต้หมู่บ้าน... เกิดเหตุระเบิด คนของเราโดนซุ่มโจมตี!” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและเรื่องราวอบอุ่นหัวใจไปพร้อมกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%