กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 16

เปิดร้านอาหารเล็กๆ ของฉัน

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าพี่ศิลายังทำหน้าเครียดเป็นยักษ์วัดแจ้งแบบนี้ เกรงว่าลูกค้าที่ไหนก็คงไม่กล้าเดินเข้าร้านเราเป็นแน่ค่ะ" เสียงใสๆ ที่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมเรือนไม้ริมน้ำ ศิลาสะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งดึงสติกลับมาจากห้วงความคิดอันดำมืด ดวงตาคมกริบที่เคยทอประกายดุดันเมื่อครู่ ค่อยๆ อ่อนแสงลงเมื่อทอดมองร่างบางของภรรยาที่กำลังงละม่อมจัดแจงผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีหวานเข้ากับเอวคอดกิ่ว เหตุการณ์เมื่อครู่... ตอนที่ข่าวกรองลับจากหน่วยลาดตระเวนชายแดนส่งสัญญาณเตือนถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นที่จ้องจะฮุบที่ดินแปลงริมน้ำนี้ ยังคงสร้างความขุ่นเคืองให้แก่ร้อยเอกหนุ่มไม่หาย ศิลาเป็นคนพูดน้อยและเกลียดการใช้กำลังอย่างไร้เหตุผล แต่หากใครหน้าไหนกล้าแตะต้องพิมพ์มาดา หรือพยายามทำลายความฝันเล็กๆ ที่หญิงสาวทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมากับมือ มันผู้นั้นคงต้องก้าวผ่านศพเขาไปก่อน "พี่แค่... เป็นห่วงพิมพ์ค่ะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปช่วยจัดปีกหมวกสานใบกว้างให้เข้าที่อย่างทะนุถนอม แม้ใบหน้าคมเข้มจะยังคงบึ้งตึงอยู่บ้างก็ตาม "ที่ดินตรงนี้ติดริมน้ำก็จริง แต่มันอยู่ห่างจากชุมชนใหญ่พอสมควร ถ้าพวกมันกล้าส่งคนมารังควานอีก พี่คงต้อง..." "พี่ศิลาคะ..." พิมพ์มาดายกมือขึ้นแตะริมฝีปากหนาเบาๆ เพื่อหยุดคำพูดดุดันที่กำลังจะหลุดออกมา ดวงตากลมโตฉายแววระยิบระยับด้วยความมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม "พิมพ์ไม่ใช่เด็กสาวชาวกรุงที่พึ่งพาตัวเองไม่ได้นะคะ อีกอย่าง... ลืมไปแล้วหรือคะว่าหลังร้านของเรามีอะไร" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว พิมพ์มาดากล่าวถึง 'มิติลับ' พื้นเพาะปลูกในฝันที่เธอใช้ซ่อนสมุนไพรหายากและพืชผักออร์แกนิกโตไว ผักที่นี่ไม่เพียงแต่สดกรอบไร้สารเคมี แต่ยังมีรสชาติหวานล้ำเป็นเอกลักษณ์ ชนิดที่ต่อให้พ่อค้าคนกลางหน้าเลือดจากในเมืองพยายามหาซื้อจากที่อื่น ก็ไม่มีทางเทียบเคียงความอร่อยระดับพรีเมียมนี้ได้ การเปิดร้านอาหารริมน้ำแห่งนี้ จึงไม่ใช่แค่การทำมาหากินธรรมดา แต่เป็นการประกาศศักดาให้คนตระกูลเดิมที่เคยเหยียดหยามเธอได้เห็นว่า มือคู่นี้สามารถสร้างอาณาจักรอาหารขึ้นมาจากดินแห้งแล้งได้อย่างไร ศิลาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อประกายความมุ่งมั่นในดวงตาคู่นั้นทุกครั้งไป ชายหนุ่มพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปจัดการยกกระถางสมุนไพรไทย ทั้งโหระพา กะเพราป่า และพริกขี้สวนเม็ดจิ๋วสีแดงสดมาวางเรียงรายหน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสถึงความสดใหม่ได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา กลิ่นอายของสายน้ำยามสายพัดพาไอเย็นเข้ามาปะทะผิวกาย เรือนไม้สักทองหลังเล็กถูกตกแต่งด้วยฝีมือของศิลาและพิมพ์มาดาอย่างเรียบง่ายแต่มีรสนิยม โต๊ะไม้เนื้อแข็งขัดมันเงาวาววางเรียงรายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ป้ายชื่อร้านแกะสลักด้วยลายมือตวัดสวยงามว่า *"ครัวริมน้ำ พิมพ์ศิลา"* แขวนโดดเด่นตระหง่านท้าทายสายลม และแล้ว... เสียงระฆังทองเหลืองที่แขวนไว้ตรงประตูก็ส่งเสียงกริ๊งกังวานขึ้น ลูกค้ากลุ่มแรกก้าวเข้ามาด้วยความลังเล เป็นคุณตาผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านอีกสองคนที่มักจะแวะเวียนมาทักทายอยู่เสมอ แต่ทว่า... วินาทีต่อมา กลิ่นหอมกรุ่นอันลึกล้ำก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จนทำให้ทุกคนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว พิมพ์มาดารem วางทัพพีลงในหม้อดินเผา ควันสีขาวนวลพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องแกงโขลกมือใหม่ๆ ที่ผสมผสานเข้ากับกะทิคั้นสดและเนื้อปลาแม่น้ำเนื้อแน่นหวานฉ่ำ วันนี้เธอยกเมนูเด็ดประจำตระกูลมาประเดิมสนามเป็นจานแรก นั่นคือ **"แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลาเหนียวนุ่มสูตรโบราณ และไข่เจียวฟูสมุนไพรป่า"** เสียงน้ำมันเดือดฉ่าในกระทะเหล็กเคลือบน้ำมันมะพร้าวตามด้วยเสียงสับตะไคร้และใบมะกรูดซอยละเอียด เสียงทำครัวที่คุ้นเคยเคล้าคลอไปกับเสียงกระซิบกระซาบของลูกค้าที่เริ่มกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวโหย ความอร่อยที่ส่งกลิ่นเย้ายวนนี้รุนแรงเสียจนทำให้คนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นต้องชะลอฝีเท้า และเริ่มเบนสายตามามองร้านเล็กๆ ริมน้ำแห่งนี้เป็นตาเดียว ศิลายืนกอดอกพิงเสาเรือน มองภรรยาคนสวยที่กำลังคล่องแคล่วว่องไวในการตักอาหารใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีฟ้าคราม รอยยิ้มภาคภูมิใจระบายอยู่บนใบหน้าของนายทหารพรานผู้เงียบขรึมคนนี้ แม้ภายนอกเขาจะดูดุร้ายน่าเกรงขามเพียงใด แต่ยามที่ได้เห็นพิมพ์มาดามีความสุขกับการปรุงอาหาร เขากลับรู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างสงบสุขและงดงามเหลือเกิน "หอมเหลือเกินแม่พิมพ์เอ๊ย กลิ่นนี่มันเตะจมูกตั้งแต่หัวสะพานโน่นแน่ะ" เสียงคุณตาผู้ใหญ่บ้านเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง "เปิดร้านวันแรกแบบนี้ ข้าขอประเดิมชามใหญ่ที่สุดเลยนะ!" "ยินดีเลยค่ะคุณตา พิมพ์แถมไข่เจียวฟูสมุนไพรสูตรพิเศษให้เป็นกรณีพิเศษเลยนะคะ" พิมพ์มาดาหันมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ พร้อมกับยื่นถาดอาหารรสเลิศส่งให้สามีช่วยยกไปเสิร์ฟที่โต๊ะ การค้าขายเริ่มต้นขึ้นอย่างราบรื่นและคึกคักเกินคาด ลูกค้าทยอยเดินเข้ามาจับจองโต๊ะจนเต็มทุกที่นั่ง เสียงหัวเราะเคล้าเสียงพูดคุยสนุกสนานดังประสานไปกับเสียงกระทะกระทบตะหลิว พิมพ์มาดายิ้มรับและต้อนรับขับสู้ด้วยความสุภาพและฉลาดเฉลียว สมกับที่เป็นอดีตเชฟฝีมือฉกาจ เมนูแต่ละจานที่เธอรังสรรค์ออกไปสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชิมจนแทบจะวางช้อนไม่ลง ชื่อเสียงของ "ครัวริมน้ำ พิมพ์ศิลา" เริ่มขจรขจายไปทั่วทั้งตำบลในเวลาอันรวดเร็ว ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่น ท่ามกลางความสำเร็จก้าวแรกที่หอมหวาน ร่างเงาสะท้อนเงาสูงโปร่งของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นที่ทางเข้าร้าน ชายแปลกหน้าสวมหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้าครึ่งซีก ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม และตรงดิ่งไปยังโต๊ะริมน้ำตัวที่ว่างเปล่าที่สุดทันที ศิลาที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง หรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างกำยำขยับตัวเตรียมพุ่งเข้าไปขวาง แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากทักทาย ชายคนนั้นก็ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วกระแทกมันลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก "เปิดร้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก 'เจ้าของพื้นที่ตัวจริง' ระวังจะไม่มีปัญญาแม้แต่จะเก็บกวาดซากร้านของตัวเองนะแม่สาวน้อย..." พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังตักแกงเขียวหวาน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความระแวกระวัง ขณะที่ศิลาขยับหมัดแน่นจนข้อต่อนิ้วลั่นกรอบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมร้านในเสี้ยววินาทีเมื่อชายแปลกหน้าคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดที่พาดผ่านดวงตาข้างซ้าย พร้อมกับกระซิบคำพูดที่ทำให้บรรยากาศชื่นมื่นเมื่อครู่เย็นเฉียบลงจนน่าขนลุก... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%