"ถอยไป! ถ้าไม่อยากให้กระบองเพชรในกระถางนี้ไปงอกอยู่ในกะโหลกพวกแกทีละต้น!"
เสียงตวาดห้วนสั้นแต่ทรงพลังดังขึ้น ทำเอาบรรยากาศหน้าบ้านที่เคยระอุด้วยความฮึกเหิมของกลุ่มอันธพาลประจำหมู่บ้านถึงกับแข็งค้าง ร่างหนาของร้อยเอกศิลายืนตระหง่านอยู่ตรงธรณีประตู มือข้างหนึ่งถือกระถางต้นไม้ประดับที่พิมพ์มาดาเพิ่งเพาะเสร็จ แต่วินาทีนี้มันกลับดูคล้ายอาวุธสังหารกลายพันธุ์ที่พร้อมฟาดฟันได้ทุกเมื่อ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกทีละคนราวกับเสือพรานกำลังประเมินเหยื่อ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่จะเล็ดลอดออกมาจากชายร่างท้วมหัวหน้าแก๊ง ที่จำต้องถอยกรูดลงจากบันไดบ้านไปสามขั้น พร้อมกับโบกมือลนลานให้พรรคพพวกถอยร่นตาม
"เอ่อ... พวกข้าแค่มารabแวะทักทายตามประสาเพื่อนบ้านน่ะผู้กอง! ไม่มีอะไร... ไม่มีอะไรจริงๆ!"
พิมพ์มาดาที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังสามี แอบอมยิ้มมุมปากอย่างสะใจ เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิดตั้งแต่แรก กลับกัน... เธอกำลังคิดคำนวณในใจว่า ผักกาดขาวกรอบๆ จากมิติพิเศษของเธอในวันนี้ จะเอาไปวางขายตัดราคาแม่ค้าปากตลาดคนไหนในตลาดเช้าดี เพื่อเป็นการต้อนรับเช้าวันใหม่ที่มีแต่ความวุ่นวายนี้
ร้อยเอกศิลาเหลียวกลับมามองภรรยา ดวงตาที่เคยดุดันอ่อนแสงลงทันทีจนแทบจะเป็นคนละคน เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ไหวไหมยาย? ไปตลาดเช้าวันนี้... พี่ไปด้วยดีกว่า"
"ไม่ต้องเลยค่ะพี่ศิลา" พิมพ์มาดาส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน มือเรียวปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างไม่ใส่ใจ "แค่ตลาดสดในชุมชนแค่นี้ ยายจัดการเองได้ค่ะ ขืนพี่เดินตามตูดไปด้วย แม่ค้าแถวนั้นคงไม่กล้าแม้แต่จะต่อราคาผักหนูสinคะ แบบนั้นหนูจะไปฟันกำไรจากพวกปากมากได้ยังไงล่ะคะ"
พูดจบ หญิงสาวก็จัดการแบกตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยผักคะน้าต้นอวบอ้วนใบเขียวขจี พริกชี้ฟ้าแดงสด และมะนาวแป้นผิวเต่งตึงขึ้นหลังรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเก่าๆ กลิ่นหอมจางๆ ของพืชผักที่อุดมด้วยพลังงานจากมิติพิเศษโชยฟุ้งออกมาแตะจมูกทันที แม้จะยังไม่ทันปรุงเป็นอาหาร แต่ความสดใหม่และออร่าความสมบูรณ์ของมันก็เตะตาผู้คนตั้งแต่ยังไม่ออกจากบ้าน
ตลาดเช้าของชุมชนชายแดนคราคร่ำไปด้วยผู้คน เสียงจอแจ เสียงแม่ค้าตะโกนแข่งกันเรียกลูกค้า และกลิ่นอายของวิถีชีวิตชาวบ้านตีปะทะเข้ามาทันทีที่พิมพ์มาดาก้าวเข้ามาในเขตตลาด เธอเลือกมุมร่มใต้ต้นมะขามใหญ่ วางแผงผ้าใบพลาสติกสีฟ้าลงกับพื้น แล้วจัดเรียงผักสดลงในกระบุงให้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ทว่า การมาเยือนของแม่ค้าหน้าใหม่และผักที่สวยผิดมนุษย์มนา ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของเจ้าถิ่นอย่างรวดเร็ว
"นี่แม่หนู! มาจากไหนกันถึงกล้ามาแย่งทำMALEทำมาหากินแถวนี้ หน้าตาไม่คุ้นเลยนะ" เสียงแหลมสูงของป้าสำเนียง แม่ค้าผักเจ้าประจำผู้ผูกขาดตลาดนี้มานานนับสิบปีดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมที่เดินสะบัดสะดิ้งเข้ามาหยุดยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าแผงของพิมพ์มาดา สายตาจ้องมองผักคะน้าและมะนาวด้วยความริษยาแกมดูถูก "แล้วดูผักพวกนี้สิ ใช้สารเคมีอะไรเร่งล่ะเนี่ย ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ ระวังจะโดนเทศบาลปรับฐานขายของไม่มีคุณภาพนะยะ!"
พิมพ์มาดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงก้มหน้าจัดเรียงมะนาวแป้นลูกโตใส่กระจาดอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่กรณีด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่แฝงแววตาท้าทาย
"อ๋อ... ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะป้าสำเนียง" พิมพ์มาเดากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่น้ำคำเชือดเฉือน "แต่ผักของหนูไร้สารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ ปลูกด้วยหยาดเหงื่อแรงงานและความรักล้วนๆ ไม่เหมือนผักเหี่ยวๆ ค้างคืนของป้าหรอกค่ะ ที่ต่อให้ลดราคาครึ่งหนึ่ง คนเขาก็ยังต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะเอาไปต้มให้หมูกินหรือเอาไปทิ้งถังขยะดี"
"อี... อีเด็กนี่! ปากคอเราะร้ายนักนะ!" ป้าสำเนียงหน้าดำคร่ำเครียด นิ้วอวบชี้หน้าพิมพ์มาดาด้วยความโกรธเกรี้ยว "แกกล้าดียังไงมาว่าผักฉัน! ของฉันขายมาตั้งนาน..."
"ถ้าของป้าดีจริง ลูกค้าคงไม่เดินหนีมามุงแผงหนูตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งร้านเสร็จหรอกค่ะจริงไหมคะทุกคน?" พิมพ์มาดาหันไปยิ้มหวานให้กับชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่ยืนล้อมวงดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ และเริ่มส่งเสียงฮือฮากระซิบกระซาบกันด้วยความสนใจ เมื่อกลิ่นหอมสดชื่นของผักในตะกร้าเริ่มส่งกลิ่นเตะจมูก
กฎเกณฑ์ของชุมชนแห่งนี้มีข้อหนึ่งที่ทุกคนรู้กันดี นั่นคือ "ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด และคนหน้าด้านมักจะได้ส่วนแบ่งมากกว่า" แต่พิมพ์มาดากำลังจะพิสูจน์ให้เห็นว่า นอกจากความแข็งแกร่งแล้ว ฝีปากและความอร่อยเหนือชั้นก็คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด
ไม่นานนัก ลูกค้าคนแรกก็ก้าวเข้ามาหยิบจับคะน้าต้นอวบขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยความทึ่ง "โอโห... แม่หนู ผักนี่สดชื่นเหมือนเพิ่งเด็ดจากต้นเมื่อกี้นี้เลย มะนาวก็ลูกโตน้ำท่าจะเยอะ ขายยังไงเนี่ย?"
พิมพ์มาดายิ้มรับการค้าแรกด้วยความกระตือรือร้น "กำละสิบบาทค่ะคุณอา! พิเศษสำหรับลูกค้าประเดิมร้าน รับรองว่าเอาไปผัดไฟแดงกรอบอร่อยจนลืมกลืนเลยค่ะ!"
พริบตาเดียว แผงผักเล็กๆ ของพิมพ์มาดาก็ถูกรุมล้อมด้วยลูกค้าที่แย่งกันหยิบแย่งกันซื้อจนมือแทบเป็นระวิง เสียงทอนเงินและเสียงชื่นชมดังระงม ป้าสำเนียงได้แต่ยืนอ้าปากค้าง มองดูยอดเงินในตะกร้าของเด็กสาวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าหมั่นไส้ ความพยายามที่จะกลั่นแกล้งในตอนเช้ากลับกลายเป็นการโปรโมทร้านให้พิมพ์มาดาโดยไม่รู้ตัว
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของการค้าขายที่กำลังไปได้สวย สายตาคมของพิมพ์มาดากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่เดินแหวกฝูงชนเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแผง...
ชายหนุ่มในชุดนอกเครื่องแบบรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่แววตาที่มองตรงมาที่เธอกลับมีความกังวลเจืออยู่จางๆ
"พี่ศิลา? บอกให้อยู่บ้านไงคะ ทำไมถึงตามมาล่ะ?" พิมพ์มาดาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
ร้อยเอกศิลาไม่ตอบคำถามในทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ฝูงชนที่แน่นขนัด ก่อนจะโน้มตัวกระซิบข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
"ยาย... เลิกขายแค่นี้ก่อนเถอะ ทางเข้าหมู่บ้านด้านเหนือ... มีคนกลุ่มใหญ่กำลังยกพวกมาพร้อมอาวุธหนัก และคนนำทางคือคนจากตระกูลเดิมของเธอ..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" มาโดยตลอดนะคะ
กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 5
ตลาดนัดเช้ากับความวุ่นวาย
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!