กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 4

มิติลับหลังห้องครัว

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้ากล้าเหยียบเข้ามาในเขตบ้านฉันอีกครั้ง ข้าวทุกจานที่พวกคุณกินหลังจากนี้ จะไม่ใช่แค่อาหารรสชาติห่วยแตก แต่มันจะเป็นยาถ่ายชั้นดีที่ต่อให้วิ่งสี่คูณร้อยเมตรก็ไปไม่ถึงห้องน้ำแน่ค่ะ" เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยกระแสความเฉียบขาดราวกับคมมีดกรีดลงบนความเงียบงัน น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังตะโกน แต่มันกลับก้องกังวานบาดลึกจนแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนั้นหน้าถอดสี ถอยร่นกรูดออกจากประตูรั้วไม้ไผ่แทบไม่ทัน เมื่อครู่ร้อยเอกศิลาเพียงแค่วางช้อนไม้ลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบกระเบื้องหนักๆ หน่วงๆ เพียงครั้งเดียวประกอบกับแววตาดุดั่งพญาเสือโคร่งที่จ้องเขม็ง ก็มากพอจะทำให้พวกญาติจอมปลอมที่หวังมาโกويกตักตวงผลประโยชน์ถึงกับขาสั่นพับ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องวิ่งหางจุกตูดจริงๆ คือรอยยิ้มเย็นเยียบของพิมพ์มาดา นางเอกผู้เป็นภรรยาที่ขึ้นชื่อว่าอ่อนหวานคนนี้ต่างหาก ร่างสูงใหญ่ของนายทหารพรานขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายที่ผ่านการกร้านแดดกร้านลมมาโชกโชนบึ้งตึง เขามองตามหลังกลุ่มคนที่วิ่งหนีหายไปลับตาด้วยสายตานิ่งสนิท ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาตัวน้อยที่ยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวใคร พิมพ์มาดาในยามนี้ช่างมีเสน่ห์เย้ายวนใจและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน จนศิลาต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คุณภรรยา... มือหนักไปหน่อยไหมครับ... เอ๊ย... ไหมคะ?" ศิลาเผลอหลุดปากคำชายออกมาตามความเคยชิน ก่อนจะรีบเบรกตัวเองเมื่อเห็นหางตาคมกริบของภรรยาตวัดมองมา ดุเสียยิ่งกว่าตอนไล่ตะردแขกเสียอีก "พูดผิดหู เดี๋ยวก็อดกินข้าวเย็นฝีมือฉันหรอกค่ะผู้กองศิลา" พิมพ์มาดาปรายตามองสามีหนุ่มที่ตัวโตราวกับหมีควายแต่กลับทำหน้าหงอเป็นลูกแมว หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ความกรุ่นโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยหน่ายใจกับพวกเหลือบไรในสังคมชนบทแห่งนี้ ทว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีซ่อนอยู่ เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอนึกถึงเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้ เรื่องของ ‘มิติลับ’ ที่ซ่อนอยู่หลังห้องครัวบ้านไม้หลังเก่าหลังนี้อย่างไรล่ะคะ พิมพ์มาดาสูดกลิ่นไอความชื้นหลังฝนตกเข้าปอดลึกๆ เธอหันหลังให้สามีแล้วก้าวเดินฉับๆ ไปยังห้องเก็บของหลังห้องครัวทันที ห้องนี้แต่เดิมเต็มไปด้วยหยากไย่ ถังไม้เก่าๆ และกลิ่นอับของกาลเวลา ทว่าตั้งแต่ที่เธอทะลุมิติเข้ามาพร้อมกับวิญญาณเชفมือหนึ่งและระบบเกษตรกรในความทรงจำ พื้นที่แห่งนี้ก็เริ่มเปลี่ยนสภาพไปทีละน้อย "ตามมาค่ะผู้กอง อย่ามัวแต่ยืนทื่อเป็นตอไม้" เสียงหวานเอليสั่งพร้อมกับผลักประตูไม้เก่าคร่ำครึให้เปิดออก ศิลาไม่รอช้า เขารีบก้าวเท้ายาวๆ ตามแผ่นหลังบางเข้าไปติดๆ ในฐานะสามีคนเดียวที่รู้ความลับสุดยอดนี้ เขารู้ดีว่าหลังประพบานนี้ไม่ใช่แค่ห้องเก็บของธรรมดา แต่เป็นประตูเชื่อมต่อกับมิติพิเศษที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ พิมพ์มาดาหยิบตะเกียงน้ำมันขึ้นมาจุดแสงสว่างสีส้มอุ่นขับไล่ความมืดมิดออกไป เผยให้เห็นผนังไม้ด้านในที่บิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับอากาศตรงนั้นกำลังสั่นไหวระริกเหมือนผิวน้ำยามต้องลม หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก มือเรียวบางเอื้อมออกไปแตะสัมผัสเบาๆ ที่กลางอากาศว่างเปล่า ทันใดนั้น ประตูมิติก็เปิดกว้างออก เสียงลมหายใจของธรรมชาติ เสียงน้ำไหลริน และกลิ่นหอมหวลของดินชื้นก็โชยปะทะเข้าจมูกทันที วูบ! กลิ่นหอมของดินร่วนซุยผสมผสานกับกลิ่นออร์แกนิกบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจนศิลาต้องเบิกตากว้าง แม้จะเคยเห็นมาแล้วหลายครั้ง แต่เขาก็ยังอดทึ่งไม่ได้ ภาพเบื้องหน้าคือแปลงผักสวนครัวขนาดกะทัดรัดที่ถูกจัดสรรไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคืออัตราการเจริญเติบโตของพืชผักเหล่านี้ เมื่อวานตอนเย็น พิมพ์มาดาเพิ่งจะหย่อนเมล็ดพันธุ์คะน้าและกวางตุ้งลงไปในดินด้วยมือตนเอง แต่ทว่าในยามนี้... ผักคะน้าก้านอวบอ้วนสีเขียวสด ใบหนาราวกับผ่านการบำรุงด้วยปุ๋ยชั้นดี กลับเติบโตขึ้นจนสูงท่วมหัวเข่า ลำต้นอวบอิ่มสมบูรณ์ไร้รอยแมลงกัดแทะ แม้กระทั่งต้นพริกขี้สวนที่เพิ่งปักชำ ก็ออกดอกออกผลแดงสะพรั่งเต็มต้น ส่งกลิ่นฉุนเผ็ดร้อนชวนน้ำลายสอ "พระเจ้าช่วย..." ศิลาพึมพำเบาๆ อย่างคนหมดคำจะพูด "นี่มัน... โตเร็วกว่าปกติเป็นสิบเท่าเลยไม่ใช่หรือครับ... เอ๊ย... คะ?" นายทหารหนุ่มเกือบพลาดท่าใช้คำผิดอีกรอบจนต้องรีบแก้คำลงท้ายแทบไม่ทัน พิมพ์มาดาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสดินร่วนซุยอย่างทะนุถนอม ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับด้วยความตื่นเต้นและพึงพอใจ เธอยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง "ไม่ใช่แค่สิบเท่าหค่ะผู้กอง ผักในมิตินี้ใช้เวลาเติบโตแค่ชั่วข้ามคืนเดียวเท่านั้น แถมสารอาหารและรสชาติยังเข้มข้นกว่าผักทั่วไปตามท้องตลาดถึงห้าเท่าตัวเลยนะคะ" หญิงสาวเด็ดใบโหระพาขึ้นมาใบนหนึ่ง ขยี้เบาๆ ให้กลิ่นหอมสมุนไพรฟุ้งกระจาย กลิ่นหอมของใบโหระพาที่ผสมผสานกับกลิ่นอายดินบริสุทธิ์นั้นช่างหอมหวลจนน่าเหลือเชื่อ มันไม่ใช่แค่กลิ่นผักธรรมดา แต่เป็นกลิ่นที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานชีวิตที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง "ถ้าเราเอาผักเหล่านี้ออกไปขายในตลาดอำเภอ รับรองว่าแผงผักของชาวบ้านทั่วไปคงต้องเจ๊งระเนระนาดแน่ค่ะ" พิมพ์มาดาหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์นิดๆ ตามประสาแม่ค้ามือฉมัง "และที่สำคัญ... ฉันตั้งใจจะทำเมนูเด็ดเพื่อต้อนรับการกลับมาของพวกตัวแสบเมื่อครู่ด้วยค่ะ" "เมนูอะไรหรือครับ... เอ๊ย... คะ?" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย สายตาคมกวาดมองผักคะน้าต้นอวบและพริกขี้หนูสวนสีแดงสด ก่อนจะเริ่มคาดเดาในใจ พิมพ์มาดายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เธอหันมาสบตากับสามี รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันกลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้เบื้องหลังอย่างแนบเนียน "ผัดคะน้าหมูกรอบราดข้าวร้อนๆ แต่... ฉันจะใส่พริกขี้หนูสวนในมิตินี้ลงไปสักสามกำมือ เน้นๆ เผ็ดสะใจจนน้ำตาเล็ด และฉันจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนนี้ให้ลอยไปถึงหน้าบ้านของพวกป้าสะใภ้ใจร้ายคนนั้น ชนิดที่ว่าต่อให้พวกเขากินข้าวต้มเกลือ ก็ต้องน้ำลายสอจนนอนไม่หลับไปสามวันสามคืนเลยล่ะค่ะ!" ศิลามองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความเอ็นดู และความระอาใจในคราวเดียวกัน เมียของเขานอกจากจะฉลาดเป็นกรด สู้คน และทำอาหารเก่งเป็นเลิศแล้ว เรื่องการเอาคืนนี่ต้องยกให้เป็นที่หนึ่งจริงๆ นายทหารพรานหนุ่มส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปช่วยภรรยาเก็บผักคะน้าแปลงสวยอย่างขยันขันแข็ง บรรยากาศในมิติลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างคนทั้งสอง ทว่า... ในขณะที่พิมพ์มาดากำลังก้มหน้าก้มตาเลือกเก็บยอดคะน้าที่อวบออ่นที่สุดอยู่นั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นกะทันหันที่หน้าบ้านไม้ด้านนอก! ตึง! ตึง! ตึง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับตั้งใจจะพังมันให้พังคามือ ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ที่ตะโกนแหกปากลั่นหมู่บ้านด้วยความโกรธเกรี้ยว "อีพิมพ์! นังสะใภ้อกตัญญู! แกกล้าดียังไงมาขู่พวกฉัน! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันจะเผาบ้านแกให้ราบ!" พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังเด็ดใบผัก เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ใบหน้างามนิ่งสงบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น ดวงตากลมโตคู่สวยหันไปสบตากับศิลาที่ยืนอยู่ข้างกาย นายทหารพรานหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันที เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปจัดการปัญหาด้านนอก แต่พิมพ์มาดากลับยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งไว้เบาๆ "ใจเย็นก่อนค่ะผู้กอง..." พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "ในเมื่อพวกเขารนหาที่มาเสิร์ฟความบันเทิงให้เราถึงที่... เราก็ควรจะต้อนรับพวกเขาด้วยอาหารรสเลิศสักจานดีไหมคะ?" หญิงสาวหันกลับไปหยิบตะกร้าไม้สานที่เต็มไปด้วยผักสดจากมิติลับ กลิ่นหอมของผักออร์แกนิกพุ่งทะลักออกมาผสมกับกลิ่นเครื่องเทศที่เตรียมไว้บนเตาไฟด้านนอก กลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นเริ่มลอยฟุ้งกระจายผ่านรอยแตกของฝาผนังไม้ ลอยข้ามรั้วบ้านออกไปเตะจมูกชาวบ้านและแขกไม่ได้รับเชิญที่กำลังยืนโวยวายอยู่หน้าบ้านอย่างรวดเร็ว! จู่ๆ เสียงโวยวายหน้าบ้านก็เงียบกริบลงในพริบตาเดียว เสียงกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่เล็ดลอดเข้ามาในความเงียบงัน... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและเรื่องราวแซ่บๆ ของบ้านนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%