พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 46

อิทธิพลที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงกระดาษปึกหนาที่ถูกทุ่มลงบนโต๊ะไม้โอ๊กโบราณดังทึบจนน่าตกใจ มันไม่ใช่เสียงของการทำงานเอกสารทั่วไป แต่เป็นเสียงที่ประกาศชัดถึงความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามาในอาณาจักรที่เคยคิดว่าไร้เทียมทาน "พวกมันเริ่มขยับแล้วค่ะ ท่านชาย" เซบาสเตียนยืนนิ่งอยู่เบื้องแสงสลัวของโคมไฟระย้าคริสตัล ท่าทางของพ่อบ้านใหญ่ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกให้เห็น แต่นิ้วมือที่ประสานกันไว้เบื้องหน้ากลับเกร็งจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แฟ้มเอกสารสีดำสนิทประทับตราสัญลักษณ์กางเขนคู่แห่งสภาสูง วางหราอยู่ตรงหน้าเอเลียส—ภาพสะท้อนในดวงตาคมกริบของบุรุษผู้ทรงอำนาจกำลังไหวระริกด้วยเปลวเพลิงแห่งความกรุ่นโกรธที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เอเลียสไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองเอกสารฉบับนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวของเขากำแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันเข้มแน่นจนนิ้วแทบไร้สีเลือด ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวโอ่อ่าหนาทึบไปด้วยกลิ่นอายของความกดดัน มันคือความเงียบก่อนที่พายุใหญ่จะซัดถล่มคฤหาสน์ตระกูลเก่าแก่หลังนี้ให้ราบคาบ "สำนักตรวจสอบพิเศษของกระทรวงมหาดไทย... ช่างกล้าหาญเสียจริง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มันไม่ได้ดัง แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงฮวบฮอบ "คิดจะขุดคุ้ยสุสานที่ฉันฝังกลบไว้อย่างดีอย่างนั้นหรือ" "ไม่ใช่แค่สำนักตรวจสอบธรรมดาหรอกนะคะ" เสียงหวานเยียบเย็นดังแทรกขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง เลดี้คามิลล่าก้าวออกมาจากเงาไม้แกะสลักอย่างเชื่องช้า ชุดกระโปรงยาวสีชาโคลเข้มทำให้เธอดูลึกลับและอันตรายดั่งพญางูพิษ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ "ข่าวลือเรื่องการทุจริตงบประมาณกองทุนฟื้นฟูเขตเหนือ และเส้นทางการเงินที่ถูกส่งต่อไปยังบัญชีลับในต่างประเทศ... กำลังเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในหมู่ชนชั้นสูงแล้วค่ะ เอเลียส ดูเหมือนว่าบัลลังก์ใต้เงาจันทร์ของคุณกำลังจะถูกลากออกไปประจานกลางแสงแดดแล้วล่ะค่ะ" ลินินซึ่งยืนหลบอยู่หลังเสาหินอ่อนอีกด้านหนึ่งโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นในคราแรก หัวใจกระตุกวูบ ภาพจูบอันเร่าร้อนและคำสัญญาที่เอเลียสเคยกระซิบข้างหูเธอเมื่อคืนวานยังอุ่นวาบอยู่บนเรียวปาก แต่วินาทีนี้ โลกที่หรูหราและปลอดภัยของเธอกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา หญิงสาวก้าวเท้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ปลายรองเท้าส้นสูงเฉียดไปโดนแจกันดอกไม้เซรามิกจนเกิดเสียงกระทบกันเบาหวิว ฉับพลัน สายตาสามคู่ก็หันขวับมามองจุดที่เธอยืนอยู่ เอเลียสไม่ได้ตกใจ เขามีเพียงแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าเป็นลินิน สตรีผู้หญิงที่เขาพยายามปกป้องให้อยู่ห่างจากความโสมมของตระกูลมาโดยตลอด แต่กลับต้องมาติดอยู่ในวังวนแห่งเกมอำนาจนี้ด้วย "ออกไปก่อน, เซบาสเตียน... แล้วก็เธอด้วย คามิลล่า" เอเลียสสั่งเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นเด็ดขาดราวกับประกาศิต "อย่าโง่ไปหน่อยเลยค่ะ เอเลียส!" คามิลล่าแค่นหัวเราะเสียงแหลมสูงอย่างเหลืออด เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณคิดจะปกป้องผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้จากกองไฟ แล้วปล่อยให้ตระกูลของเรามอดไหม้เป็นจุลอย่างนั้นหรือคะ? เอกสารชุดนั้นระบุชื่อคุณชัดเจน! ถ้าคุณไม่ยอมจำนนต่อข้อเสนอของสภาสูงในสัปดาห์นี้ เราทุกคนจะถูกริบทรัพย์และเนรเทศ!" ลินินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดก้าวออกจากเงื้อมเงาของเสา เดินตรงเข้ามาเผชิญหน้ากับความตึงเครียดนั้นด้วยท่าทีที่สง่างามเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้ภายในอกจะปั่นป่วนราวกับมีพายุ "ฉันไม่ได้ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างที่เลดี้คามิลล่ากล่าวหาหรอกนะคะ" ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บาดลึกจนคามิลล่าต้องหันขวับมามองด้วยสายตารังเกียจ "และถ้าตระกูลของคุณยิ่งใหญ่จริง... เหตุใดจึงต้องหวาดกลัวกระดาษเพียงไม่กี่แผ่นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบจากเบื้องบนล่ะคะ?" "นังเด็กสามหาว!" คามิลล่าเงื้อมือขึ้น หมายจะตวัดฝ่ามือลงบนใบหน้าเนียนนุ่มของลินินด้วยความบันดาลโทสะ แต่ทว่า— ข้อมือของคามิลล่าถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศด้วยมือหนาของเอเลียส แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนคามิลล่าต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมปลาบของเอเลียสที่มองเธอนั้นว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น "อย่าแตะต้องเธอ" เอเลียสเค้นเสียงคำรามต่ำในลำคอ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต "จำใส่สมองเอาไว้ว่า ต่อให้ตระกูลนี้จะต้องพังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี ฉันก็ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ข้อเสนอสกปรกของพวกมัน และไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน" คามิลล่าสะบัดแขนออกทันทีเมื่อเอเลียสปล่อยมือ เธอถอยหลังไปสองก้าวด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงริษยา "ได้... อยากจะอวดดีนักก็เชิญ! เตรียมตัวรับมือกับผู้ตรวจการพิเศษที่จะมาถึงคฤหาสน์นี้ในอีกสามชั่วโมงข้างหน้าก็แล้วกัน พวกเขาไม่ได้มาแค่ตรวจเอกสารหายนะของคุณหريكอกนะคะ... แต่พวกเขาพก 'หมายจับ' มาด้วย!" สิ้นคำประกาศนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งลึกลงสู่ความหนתเหน็บที่แท้จริง เซบาสเตียนก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลขั้นสุด ขณะที่เอเลียสหันกลับมามองลินิน ชายหนุ่มยกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนของเธอเบาๆ ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ แต่สัมผัสนั้นกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและความรู้สึกผิดที่ซ่อนเร้น "ลินิน... คุณกลัวไหม?" เขาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่เธอมองเห็นรอยร้าวภายใต้หน้ากากบุรุษผู้ทรงอำนาจ ลินินส่ายหัวช้าๆ แม้ขอบตาจะร้อนผ่าว เธอวางมือทับลงบนมือหนਾของเขา ถ่ายทอดความอบอุ่นที่เธอมีทั้งหมดไปสู่หัวใจที่กำลังโดนบีบคั้นของเขา "ฉันไม่กลัวค่ะ... ถ้าเรายังอยู่เคียงข้างกัน" เธอยิ้มให้เขา แม้จะเป็นรอยยิ้มที่ขื่นขมที่สุดในชีวิต ทันใดนั้นเอง เสียงระฆังเตือนภัยโบราณหน้าคฤหาสน์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว กังวานก้องไปทั่วทั้งหุบเขาและผืนป่ารอบด้าน เสียงเครื่องยนต์รถยนต์สีดำสนิทหลายคันพุ่งทะยานผ่านประตูเหล็กดัดเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบันไดหลัก เสียงฝเท้าหนักแน่นนับสิบคู่กรูเข้ามาในตัวคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงทุบประตูห้องทำงานที่ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่เกรงใจ "เปิดประตู! สำนักตรวจสอบพิเศษแห่งราชสำนัก! ขอให้ท่านชายเอเลียสเปิดประตูให้ความร่วมมือ ณ บัดนี้!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเส้นทางอันมืดมนและงดงามนี้ด้วยกันนะคะ พบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%