เสียงทุบประตูไม้โอークเนื้อหนาหนักหน่วงรากับจะพังทลายลงมา พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจากสำนักตรวจสอบพิเศษแห่งราชสำนัก ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินปูพรมกำมะหยี่สีแดงเข้มของคฤหาสน์ตระกูลวาล็องแตร์
ลินินสะดุ้งสุดตัว มือเรียวบางที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบถ้วยชาพอร์ซเลนเคลือบทองถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ ไอระเหยสีขาวกรุ่นที่ลอยขึ้นมาจากชาเอิร์ลเกรย์พลันจางหายไปในความเย็นเยียบของบรรยากาศที่พลิกผันชั่วพริบตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา เธอก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งสงบตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดในสังคมชั้นสูงที่เต็มไปด้วยคมดาบซ่อนเร้น
"เปิดประตู! สำนักตรวจสอบพิเศษแห่งราชสำนัก! ขอให้ท่านชายเอเลียสเปิดประตูให้ความร่วมมือ ณ บัดนี้!"
เสียงนั้นยังคงคำรามก้องเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารกององครักษ์หลวงนับสิบชีวิตที่กรարเข้าล้อมรอบปีกตะวันออกของคฤหาสน์
ท่านชายเอเลียสผู้ประทับนั่งอยู่ ณ ปลายโต๊ะเสวยยาวเหยียด หาได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บประณีตสีชาดเข้มยังคงเอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเสียงอึกทึกครึกโครมภายนอกนั้นเป็นเพียงเสียงแมลงหวี่แมลงวันรบกวนการดื่มด่ำกับความเงียบสงบยามค่ำคืน นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองลินินช้าๆ แฝงไว้ด้วยความหมายล้ำลึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
"เซบาสเตียน..." เสียงทุบตอกนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบๆ "ไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญของเราเสียหน่อยสิ อย่าให้พวกเขาเสียมารยาททำลายข้าวของโบราณของตระกูลเราเป็นอันขาด"
"ขอรับ ท่านชาย" พ่อบ้านคนสนิทก้มศีรษะรับคำอย่างน้อมน้อม ใบหน้าของเซบาสเตียนเรียบเฉยราดรินด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ แม้ในยามที่สถานการณ์กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ทว่า ในขณะที่เซบาสเตียนกำลังจะหมุนตัวเดินไปปลดกลอนประตูไม้บานใหญ่ ประตูห้องรับรองอีกด้านหนึ่งซึ่งเชื่อมต่อกับระเบียงสวนกุหลาบด้านหลังกลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง เสียงฝีเท้าเบาราวกับเสียงแมวเดินก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเงาสลัวของโคมไฟระย้าคริสตัล
ร่างอ้อนแอ้นในชุดราตรีผ้าไหมปักเลื่อมระยิบระยับสีมรกต กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนลอยมาแตะจมูก เลดี้คามิลล่าก้าวออกมาจากเงามืดด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยพิษสงรอบตัว ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความพึงพอใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะท่านพ่อบ้าน..." เสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น ทำเอาลินินต้องหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที
คามิลล่าไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังของเธอยังปรากฏร่างท้วมใหญ่ของบารอนดิวาลด์ ศัตรูตัวฉกาจทางธุรกิจและการเมืองของท่านชายเอเลียส ผู้ซึ่งกุมอำนาจเหนือเส้นทางการค้าอัญมณีทั้งหมดในเขตภาคเหนือ บารอนผู้นี้กำลังยิ้มเยาะด้วยความลำพองใจ แววตาเต็มไปด้วยความกระหายที่จะเหยียบย่ำตระกูลวาล็องแตร์ให้จมดิน
"เลดี้คามิลล่า..." ลินินเปล่งชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ความตระหนักรู้บางอย่างพุ่งวาบเข้ามาในหัวสมองราวกับสายฟ้าแลบ "นี่เธอ..."
"ตกใจมากเลยหรือคะ คุณลินิน?" คามิลล่าหัวเราะคิกคักในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คิดว่าการที่เธอเข้ามาคลอเคลียอยู่ข้างกายท่านชายเอเลียส จะทำให้เธอปีนป่ายขึ้นมาทัดเทียมกับฉันได้งั้นหรือคะ? ช่างเป็นความฝันที่ไร้เดียงสาเสียจริง"
เอเลียสค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ความสูงสง่าของเขาทำให้บรรยากาศภายในห้องกดดันยิ่งขึ้นไปอีก เขาก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าลินินไว้โดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาสีเทาเข้มจ้องมองอดีตคู่หมั้นสาวด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนน่ากลัว
"ช่างกล้านักนะคามิลล่า..." เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุบแต่น่าเกรงขาม "ถึงกับชักศึกเข้าบ้าน ชักนำสุนัขรับใช้จากสำนักตรวจสอบและไอ้หมูตอนไร้ค่าผู้นี้เหยียบบ้านของฉัน"
บารอนดิวาลด์หน้าถอดสีไปวูบหนึ่งเมื่อได้ยินคำดูถูกเหยียดหยาม แต่ก็รีบเชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจที่มีกองทัพกฎหมายและอำนาจรัฐหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง
"ระวังปากเอาไว้ให้ดีท่านชายเอเลียส!" บารอนดิวาลด์ตะคอกเสียงดังลั่น "ในยามนี้หลักฐานการลักลอบค้าสินค้าต้องห้ามและซุกซ่อนอาวุธเถื่อนใต้ถุนคฤหาสน์ของท่านมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไรดี สำนักตรวจสอบพิเศษไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อยึดทรัพย์และควบคุมตัวท่านในข้อหากบฏต่อราชสำนัก!"
สิ้นคำประกาศนั้น เสียงพังประตูก็ดังสนั่นขึ้นอีกระลอก คราวนี้บานประตูไม้โอ๊คหนาหนักถูกกระแทกจนเปิดผาง ทหารหลวงในชุดเกราะเหล็กพร้อมอาวุธครบมือกรูกันเข้ามาเต็มโถงห้อง นำโดยหัวหน้าผู้ตรวจการหลวงผู้ถือหมายค้นตราประทับสีแดงฉานในมือ
ลินินหัวใจเต้นรัวระส่ำ เธอมองหน้าเอเลียสด้วยความห่วงใยระคนหวาดกลัว มือของเธอเอื้อมไปแตะชายเสื้อสูทของเขาโดยไม่รู้ตัว เอเลียสเหลือบสายตากลับมามองหญิงสาว เขายื่นมือหนามาอบกุมมือเย็นเฉียบของเธอไว้แน่น สัมผัสที่อบอุ่นแต่มั่นคงส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยมาให้ท่ามกลางพายุร้ายที่กำลังโหมกระหน่ำ
"ไม่ต้องกลัว..." เอเลียสกระซิบเบาๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและความลับที่ยังไม่มีใครล่วงรู้ "เกมนี้... ยังเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"
คามิลล่ามองภาพคนทั้งคู่ด้วยความริษยาจนเนื้อตัวสั่นเทา เธอก้าวเข้าไปใกล้หัวหน้าผู้ตรวจการหลวง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"จับกุมตัวพวกเขาไว้ทั้งหมด! โดยเฉพาะท่านชายเอเลียสและหญิงสาวสำส่อนผู้นั้น อย่าให้ใครหลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
ทหารหลวงก้าวเข้ามาล้อมรอบตัวเอเลียสและลินินไว้ในรัศมีวงแคบ ปลายดาบคมก్రిบสะท้อนแสงไฟระย้าจนน่าหวาดเสียว เซบาสเตียนยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ใกล้เสาหินอ่อน มือขวาของพ่อบ้านหนุ่มสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ดอย่างแนบเนียน พร้อมที่จะทำตามคำสั่งลับหากมีสัญญาณเตือนภัย
ลินินสูดลมหายใจเข้าลึก1 เธอรู้ดีว่าหากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ชีวิตของเธอและเอเลียสคงต้องจบลงที่แท่นประหารอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในแววตาของเธอเวลานี้ หาได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ไม่ มีเพียงประกายความแข็งกร้าวและความมุ่งมั่นที่จะตลบหลังศัตรูคนสำคัญให้จมอยู่ใต้กองเพลิงแห่งความโลภของตนเอง
"เชิญพวกท่านค้นหาให้ทั่วคฤหาสน์ตามสบายเถอะค่ะท่านผู้ตรวจการ..." ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไพเราะแต่น่าเกรงขามจนทุกคนต้องหันมามอง "แต่ระวังให้ดี... ของบางอย่างที่พวกท่านกำลังค้นหานั้น อาจจะไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ถุนบ้านอย่างที่เลดี้คามิลล่าเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมา..."
ดวงตากลมโตคู่สวยหันขวับไปสบตากับคามิลล่าตรงๆ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของลินิน รอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากท่านชายเอเลียสราวกับพิมพ์เดียวกัน
คามิลล่าชะงักไปชั่วขณะ ความรู้สึกหนาวยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลังโดยไม่มีสาเหตุ เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจของลินิน หัวหน้าผู้ตรวจการหลวงขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองหน้าบารอนดิวาลด์ด้วยความลังเลชั่วขณะหนึ่ง
"หมายความว่าอย่างไรคุณลินิน?" หัวหน้าผู้ตรวจการเอ่ยถามเสียงเข้ม
"หมายความว่า..." เอเลียสเป็นฝ่ายเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงทุพนุ่มลึก เขาก้าวออกไปยืนบังร่างของลินินไว้ครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาสีเทาเข้มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของคามิลล่าและบารอนดิวาลด์ "...หลักฐานชิ้นสำคัญที่พวกท่านกำลังตามหานั้น แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ในความครอบครองของตระกูลวาล็องแตร์ แต่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างดีในห้องพักส่วนตัวของแขกผู้มาเยือนยามวิกาลต่างหากเล่า"
สิ้นเสียงของเอเลียส ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่เลดี้คามิลล่าและบารอนดิวาลด์ทันที สีหน้าของทั้งสองคนเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงในพริบตา เลดี้คามิลล่าอ้าปากค้าง สมองหมุนคว้างด้วยความตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า... แผนการทั้งหมดถูกซ้อนทับด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ลึกล้ำยิ่งกว่าของท่านชายเอเลียส!
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันมืดมิดนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 47
เล่ห์เหลี่ยมของคามิลล่า
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!