กลิ่นหอมกรุ่นของชาเอิร์ลเกรย์ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายความอับชื้นของค่ำคืนฝนตกปรอยๆ ภายในห้องรับรองส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลวาลเลนสไตน์ บรรยากาศหรูหราประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าคริスタルระยิบระยับ ทว่ามันกลับไม่อาจลดทอนความอึดอัดที่กดทับลงบนบ่าของทุกคนในห้องนี้ลงได้แม้แต่น้อย
"ดูท่าทางท่านเคานต์ซอร์นจะให้ความสนใจในตัวคุณลินินเป็นพิเศษนะคะ... ถึงได้เพียรส่งจดหมายเชิญและเครื่องประดับล้ำค่ามาให้ไม่ขาดสายตลอดสัปดาห์นี้"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของท่านชายเอเลียสเอ่ยขึ้น ทว่าดวงเนตรสีนิลคู่คมกลับไม่ได้มองไปยังคู่สนทนา หากแต่ทอดมองร่างระหงของลินินที่กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ นิ้วเรียวยาวของเขากำลังหมุนแก้วคริสตัลบรรจุไวน์สีทับทิมเล่นอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าท่วงท่านั้นกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจนน่าขนลุก
ลินินสะดุ้งเล็กน้อย นางหันกลับมาสบตากับเขาด้วยความรู้สึกระแวงแก แก้มเนียนนวลระเรื่อขึ้นด้วยความไม่พอใจระคนประหลาดใจ นางวางหนังสือพิมพ์ในมือลงบนโต๊ะไม้กฤษณาอย่างเบามือที่สุด เพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ
"ท่านเคานต์ซอร์นเป็นเพียงสหายทางธุรกิจของคุณพ่อ และการที่ท่านส่งของขวัญมาตามธรรมเนียมปฏิบัติของชนชั้นสูง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่คะท่านชาย... ดิฉันไม่เห็นว่ามันจะมีนัยยะสำคัญอันใดที่ต้องหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเลยค่ะ"
เอเลียสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแฝงไปด้วยความเยียบเย็นจนบรรยากาศในห้องราวกับลดฮวบลงหลายองศา เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบกันจนเกิดเสียงก้องกังวาน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหาลินินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับพญาเสือที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ธรรมเนียมปฏิบัติอย่างนั้นหรือคะ..." เอเลียสโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ปะทะเข้ากับพวงแก้มของนาง "แต่สิ่งที่ฉันเห็น... มันคือสายตาของชายผู้หนึ่งที่กำลังพยายามจดจ้องจะครอบครองสมบัติล้ำค่าที่ยังไม่มีเจ้าของอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่างหากล่ะค่ะ ลินิน"
หัวใจของลินินกระตุกวูบ นางถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนแผ่นหลังชนเข้ากับผ้าม่านกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ความหึงหวงที่ไร้เหตุผลและดุดันนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางได้พบเจอจากเขา แต่มันช่างน่ากลัวและทรงอิทธิพลต่อความรู้สึกของนางเสียเหลือเกิน เขากำลังแสดงความเป็นเจ้าของนางอย่างไร้ยางอายต่อหน้าเซบาสเตียนที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่มุมห้อง
"ท่านชายเอเลียส! กรุณารักษามารยาทด้วยนะคะ ดิฉันไม่ใช่สิ่งของของใคร และไม่มีใครมีสิทธิ์มาเที่ยวหวงก้างอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้!" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่ามือเรียวทั้งสองข้างที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม
เอเลียสหยุดยืนตรงหน้า นางห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงตาสีคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นลมพายุไว้ภายใน มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอแก้มของนางออกอย่างเบามือสัมผัสที่แผ่วเบานั้นกลับทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ไร้เหตุผลอย่างนั้นหรือคะ... หึ" เอเลียสกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของนาง น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง "ถ้าคุณได้เห็นสายตาที่มันมองคุณเมื่อคืนนี้... คุณจะรู้ว่าฉันไม่ได้คิดไปเองเลยสักนิด ลินิน... ฉันไม่อยากแบ่งปันรอยยิ้มของคุณให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น แม้แต่เศษเสี้ยวเดียวก็ไม่ได้!"
น้ำเสียงที่ดุดันแต่แฝงด้วยความเวทนาเล็กน้อยทำให้น้ำตาคลอเบ้าตาของลินิน นางเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกโกรธเคืองปะปนกับความหวามไหววิ่งพล่านไปทั่วร่าง การแสดงออกถึงความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลของเขาในยามนี้ มันตอกย้ำให้เห็นว่าหัวใจของเขากำลังถูกนางบงการอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าความหวาดระแวงในอดีตก็ยังคงคอยเตือนสติไม่ให้นางหลงใหลไปกับภาพลวงตาเหล่านี้
"ท่านไม่มีสิทธิ์... ท่านชาย..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสอุ่นที่ข้างแก้ม
"ฉันมีสิทธิ์..." เอเลียสกดเสียงต่ำอย่างดื้อรั้น มือหนาเลื่อนลงมาจับคางคางมนของนางให้หันกลับมาสบตา "และต่อให้คุณจะเกลียดฉัน หรือพยายามวิ่งหนีฉันไปไกลแค่ไหน... ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยให้ไอ้หน้าโง่คนไหนเข้าใกล้คุณได้อีกเป็นอันขาด"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันร้อนรุ่ม เซบาสเตียนขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินไปเปิดประตูแง้มดู และเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง สีหน้าของพ่อบ้านผู้สุขุมเยือกเย็นมาตลอดกลับแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด
"มีอะไร เซบาสเตียน?" เอเลียสเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ โดยไม่ยอมปล่อยมือจากคางของลินิน
เซบาสเตียนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันมามองผู้เป็นนายด้วยสายตาสั่นระริก "เรียนท่านชาย... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบุกรุกเข้ามาถึงห้องโถงชั้นล่างแล้วครับ... และเธอกำลังเดินตรงมาที่นี่"
เอเลียสขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่ลินินใช้จังหวะนี้ปัดมือของเขาออกแล้วหันไปมองทางประตูด้วยความระแวง
"ใครกัน?" เอเลียสถามเสียงแข็ง
ประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของสตรีผู้สวมชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทประดับลูกไม้ฝรั่งเศส ใบหน้างดงามเฉี่ยวคมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏแก่สายตา เลดี้คามิลล่าก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชินีผู้กำชัยชนะ
"หวังว่าฉันคงไม่ได้มาขัดจังหวะเวลาอันแสนหวาน... ของคู่หมั้นของฉันกับ *ผู้หญิงต่ำต้อย* คนนี้หรอกนะคะ ท่านชายเอเลียส" คามิลล่าเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบราวนิดใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันมืดมิดนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 48
ความหึงหวงที่ไร้เหตุผล
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!