พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 45

ความลับในสวนกุหลาบ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กลิ่นอับชื้นของดินเปียกฝนผสมกับกลิ่นหอมหวานเอียนของกุหลาบพันธุ์โบราณ ลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความมืดมิดของรัตติกาลที่ไร้แสงจันทร์ เลดี้คามิลล่าไม่ได้มาที่นี่เพื่อชื่นชมความงามของสวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัวในยามวิกาล นิ้วมือเรียวยาวที่สวมแหวนมรกตเม็ดโตกำลังขุดคุ้ยดินบริเวณโคนต้นกุหลาบสีเลือดนกอย่างไม่กลัวเล็บสวยๆ จะเปรอะเปื้อน ความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มพึงพอใจที่มักประดับอยู่บนใบหน้างามหยาดเยิ้ม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด "ท่านหาอะไรอยู่หรือคะ เลดี้คามิลล่า..." น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง พุ่มกุหลาบสูงทึบสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่ร่างระหงในชุดลูกไม้สีดำสนิทของ ลินิน จะก้าวออกมา ปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตผีที่ลอยล่องมาจากความว่างเปล่า ดวงตากลมโตคู่คมกริบจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่ากลับเต็มไปด้วยกระแสความกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายราวกับลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก คามิลล่าสะดุ้งสุดตัว ร่างระหงผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเชิดหยิ่งและเรียบเฉยดังเดิม ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามไรผมกลับทรยศความตื่นตระหนกของนาง "ลินิน... เธอมาทำอะไรที่นี่? นี่มันยามวิกาลแล้ว เขตนี้ไม่ใช่ที่ที่ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอควรจะเดินพล่าน" คามิลล่าเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามใช้คำพูดกดขี่เพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ลินินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ชวนให้รู้สึกสันหลังวาบ "ไร้หัวนอนปลายเท้า... ช่างเป็นคำพูดที่หอมหวานเหลือเกินนะคะ สำหรับผู้หญิงที่กำลังก้มๆ เงยๆ ขุดคุ้ยดินขโมยความลับของตระกูลเอเลียสในยามวิกาลเช่นนี้" ย่างก้าวของลินินช้าทว่ามั่นคง นางเดินเข้าไปใกล้คู่หมั้นสาวของท่านชายเอเลียสทีละน้อย ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความสง่างามของสตรีชั้นสูงที่ถูกอบรมมาอย่างดี แต่แฝงไว้ด้วยพิษสงที่พร้อมจะแว้งกัดได้ทุกเมื่อ "เธอพูดเรื่องบ้าอะไร ฉันแค่... แค่มาเดินเล่นสูดอากาศ" คามิลล่าถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับซุ้มกุหลาบหนามแหลม คมหนามเกี่ยวเข้ากับเนื้อผ้าไหมราคาแพงจนเกิดเสียงฉีกขาดเบาๆ แต่นางไม่มีแก่จิตใจจะสนใจมัน สายตาหวาดระแวงจับจ้องอยู่ที่มือของลินิน ซึ่งซ่อนบางอย่างไว้เบื้องหลังชายกระโปรง "เดินเล่น? พร้อมกับพลั่วเงินอันเล็กที่สลักตราประจำตระกูลคามิลล่าเนี่ยนะคะ?" ลินินหยุดยืนห่างจากอีกฝ่ายเพียงคืบเดียว ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืดที่สลัวราง แววตาของคามิลล่าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด ขณะที่ดวงตาของลินินดูลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง "ถอยไปนะ ลินิน! ถ้าท่านชายเอเลียสรู้ว่าเธอบังอาจมาล่วงละเมิดสิทธิ์ของฉัน..." "ท่านชายเอเลียสหรือคะ?" ลินินทวนคำ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คนที่คุณควรกลัวไม่ใช่ท่านชายเอเลียสหรอกค่ะ... แต่เป็นเจ้าของหลุมศพเดิมที่ถูกคุณกลบฝังกลบเกลื่อนต่างหากล่ะ" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของคามิลล่า ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวด้วยความตกใจกลัว สีหน้าของคู่หมั้นผู้ทะเยอทะยานเผือดสีลงจนซีดขาวราวกับกระดาษ "เธอ... เธอรู้อะไร..." คามิลล่าเสียงสั่นพร่า มือที่สั่นเทากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ "ฉันรู้ว่าทำไมคุณถึงหมกมุ่นกับการแต่งงานเข้าตระกูลนี้เหลือเกิน ไม่ใช่เพราะความรัก... และก็ไม่ใช่เพราะอำนาจทางสังคม" ลินินโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างใบหูของคามิลล่า น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ "แต่เพราะคุณต้องการหา 'สมุดบันทึกสีแดง' เล่มนั้น... สมุดที่พี่สาวของคุณทิ้งไว้ก่อนที่เธอจะ 'อุบัติเหตุ' ตกจากหน้าผาหลังคฤหาสน์แห่งนี้เมื่อห้าปีก่อน" คามิลล่ากรีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจสุดขีด นางผลักลินินออกสุดแรงแล้วทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นดินโคลน เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่ถูกขุดคุ้ยปมมืดในอดีต ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับแสงไฟจากตะเกียงทองเหลืองที่สาดส่องทะลุผ่านม่านกุหลาบเข้ามา "เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจและเยือกเย็นดังขึ้น ท่านชายเอเลียสยืนตระหง่านอยู่ตรงทางเข้าสวนกุหลาบ สีหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาสีเทาเข้มกวาดมองสตรีทั้งสองคนด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เสื้อคลุมสีเข้มของเขาพริ้วไหวตามแรงลมยามค่ำคืน บ่งบอกว่าเขาเพิ่งก้าวออกมาจากห้องทำงานส่วนตัว คามิลล่ารีบคลานเข้าไปหาท่านชายเอเลียสราวกับคนจมน้ำ เกาะชายเสื้อของเขาไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร "ท่านชายคะ! ช่วยฉันด้วย! ลินิน... ลินินนางพยายามจะทำร้ายฉัน นางกล่าวหาฉันด้วยเรื่องเหลวไหล นางบ้าไปแล้วค่ะ!" เอเลียสไม่ได้ก้มลงมองคามิลล่า สายตาคมกริบของเขากลับพุ่งตรงไปยังลินิน หญิงสาวผู้ยืนกอดอกนิ่งสงบ ไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่บนใบหน้างามแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองท่าทีเสแสร้งของคู่หมั้นหนุ่มด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันบางเบา บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา จนกระทั่งเอเลียสค่อยๆ ก้าวเท้าเดินผ่านคามิลล่าเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลินิน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ นิ้วเรียวอุ่นจัดของท่านชายเอเลียสยื่นออกไปแตะที่ปลายคางของลินินอย่างแผ่วเบา บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก ขณะที่กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าต่ำชิดริมฝีปาก "เธอนี่มัน... กล้าหาญเกินไปแล้วนะ ลินิน" เอเลียสกระซิบแผ่วเบา "รู้ไหมว่าการขุดคุ้ยหลุมศพในบ้านหลังนี้... มีบทลงโทษที่รุนแรงแค่ไหน?" ลินินไม่หลบสายตา นางแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้มออกมาท่ามกลางความมืดมิด ดวงตาส่องประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ "ถ้าบทลงโทษคือความตาย... ฉันก็พร้อมจะแลกค่ะ ท่านชาย... แลกกับการได้เห็นว่าใต้รากต้นกุหลาบนี้ มีความลับอะไรที่ซ่อนอยู่กันแน่" ลินินเอื้อมมือไปหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่นางซ่อนไว้เบื้องหลังชายกระโปรงขึ้นมา ชูมันให้เอเลียสและคามิลล่าได้เห็นเต็มสองตา ...มันคือ 'สมุดบันทึกสีแดง' ปกหนังที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง และสัญลักษณ์ประจำตระกูลเอเลียสที่ถูกกรีดทับด้วยรอยมีดอย่างโหดเหี้ยม! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์บทนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - จูบแรกยามสายัณห์ -
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%