“ถ้าคุณยังไม่อยากเป็นศพที่ถูกฝังอยู่ใต้กุหลาบดำในสวนหลังบ้านเสียก่อน ก็หุบปากแล้วตามฉันมาค่ะ”
แรงกระชากที่เอวไม่ได้รุนแรงจนน่าเกลียด แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาด ลินินสะดุ้งสุดตัว หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองที่ถูกรัวด้วยความตื่นตระหนก สายตาของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะด้วยความมืดมิดในโถงทางเดินที่แสงเทียนริบหรี่ เอเลียสยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพรมขนสัตว์ที่ปูทับด้วยกลิ่นอายของความตายที่อบอวล
เธอหันกลับไปมองเจ้าของเสียงกระซิบนั้น—หญิงชราในชุดแม่บ้านสีดำสนิท ใบหน้าของนางเรียบเฉยไร้อารมณ์ หากดวงตาสีเทาหม่นคู่นั้นกลับฉายประกายบางอย่างที่ลินินไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความสมเพชที่แฝงด้วยความเร่งเร้า
“คุณเป็นใคร...” ลินินเค้นเสียงถาม เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงพยายามรักษาศักดิ์ศรีไว้ “แล้วท่านชายเอเลียส...”
“ท่านชายไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แค่พิษที่เขาเลือกจะดื่มเข้าไปเองเพื่อบูชาความลับของตระกูลดาร์คเนส” หญิงชราตอบพลางลากแขนลินินให้เร่งฝีเท้าเข้าสู่ความมืดมิดของทางลับหลังภาพวาดขนาดใหญ่ “แต่ถ้าคุณยังยืนบื้ออยู่ตรงนี้ คุณนั่นแหละที่จะเป็นคนแบกรับความตายของเขาไปตลอดกาล”
ลินินกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ความหวาดระแวงสั่งให้เธอสะบัดตัวออก แต่สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดกลับสั่งให้เธอวิ่งตามร่างเงาของหญิงชราคนนั้นไป ผ่านช่องทางลับที่แคบและอับชื้น กลิ่นไม้เก่าที่ผุพังปะทะกับจมูกจนเธอต้องกลั้นหายใจ
“ทำไมคุณถึงช่วยฉัน?” ลินินโพล่งถามขึ้นในขณะที่พวกเธอก้าวผ่านบันไดวนที่มืดสนิท
หญิงชราหยุดกะทันหันจนลินินเกือบชนแผ่นหลังที่ห่อหุ้มด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา นางหมุนตัวกลับมา สายตานั้นคมกริบราวกับใบมีด “เพราะเลดี้คามิลล่าเริ่มจะควบคุมเกมได้ดีเกินไปน่ะสิคะ และที่สำคัญ... ฉันเป็นคนเดียวที่รู้ว่าทำไมดวงตาของคุณถึงมีสีเดียวกับผู้หญิงที่ถูกสังเวยเมื่อยี่สิบปีก่อน”
ลมหายใจของลินินขาดห้วงไปทันที ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเหมือนมีเข็มน้ำแข็งนับพันทิ่มแทง “คุณหมายความว่ายังไง... ใครถูกสังเวย?”
“ความลับของตระกูลนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ใครเข้าถึงได้โดยง่ายหรอกนะคะลินิน” หญิงชราขยับเข้ามาใกล้จนลินินได้กลิ่นดอกลาเวนเดอร์แห้งๆ ที่อบอวลอยู่รอบตัว “ที่นี่ไม่ได้มีแค่ผีร้าย แต่มันมี 'ความจริง' ที่ถูกจองจำไว้ในกรงขังของเลือดเนื้อเชื้อไข และเอเลียส... เขาก็แค่หมากตัวหนึ่งที่กำลังพยายามจะเป็นผู้เล่น แต่เขากำลังแพ้”
พวกเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้บานใหญ่ที่สลักลวดลายแปลกตา หญิงชราหยิบกุญแจทองเหลืองเก่าคร่ำจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนออกมาไขประตูเสียงดัง *กริ๊ก*
ภายในห้องนั้นคือหอสมุดลับที่เต็มไปด้วยเอกสารโบราณ แสงจันทร์ส่องลอดผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาอาบไล้โต๊ะไม้โอ๊คกลางห้อง ที่นั่นมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่—เขาสวมหน้ากากสีเงินปิดบังใบหน้าครึ่งบน และกำลังจรดปากกาลงบนกระดาษหนังอย่างตั้งใจ
“ฉันพาแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาให้ท่านแล้วค่ะ” หญิงชรากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะถอยฉากออกไปทิ้งให้ลินินยืนเคว้งคว้างอยู่คนเดียว
ชายปริศนาเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ สายตาภายใต้หน้ากากนั้นเยือกเย็นจนลินินรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง “เลดี้คามิลล่ากำลังจะเข้ามาที่นี่ในอีกไม่กี่นาที” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่คุ้นหูอย่างประหลาด เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้ลินินไม่อาจขยับกาย “หากคุณเลือกจะเดินออกจากห้องนี้ไปทางประตูหน้า คุณจะไม่มีวันได้รู้ความลับเรื่องชาติกำเนิดของตัวเอง แต่ถ้าคุณเลือกจะอยู่... คุณจะต้องเป็นพันธมิตรกับปีศาจ”
ลินินมองไปที่เอกสารบนโต๊ะ กระดาษแผ่นนั้นมีชื่อของเธอประทับอยู่ พร้อมตราประทับสีแดงฉานของตระกูลดาร์คเนสที่ดูราวกับรอยเลือดสดๆ
“คุณเป็นใครกันแน่?” ลินินถามพลางก้าวเข้าไปหาเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ชายผู้นั้นขยับลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงจันทร์จนเกิดเป็นเงาทมิฬทอดลงมาที่ลินิน เขายื่นมือออกไปหาเธอ นิ้วมือยาวเรียวประดุจนักดนตรีค้างไว้กลางอากาศ
“ฉันคือคนที่ถูกทอดทิ้งให้จมอยู่ในเงามืดของคฤหาสน์หลังนี้ตั้งแต่วันที่แม่ของคุณถูกฆ่าตาย” เขาขยับหน้ากากออกเพียงเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยแผลเป็นประหลาดที่ลากยาวจากมุมปากไปถึงกราม “และฉันคือคนเดียวที่จะมอบกุญแจเพื่อปลดปล่อยคุณจากการเป็นหุ่นเชิดของเอเลียส... จะยอมจับมือฉัน หรือจะยอมให้เลือดของคุณไหลนองพื้นเหมือนคนอื่นๆ ที่ขวางทางเลดี้คามิลล่า เลือกมาเถอะค่ะ ลินิน”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าส้นสูงดังสะท้อนมาตามทางเดินด้านนอก มันใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่น่าสยดสยองของคามิลล่าที่ดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน ลินินมองมือของชายปริศนาสลับกับประตูห้องที่กำลังจะถูกกระแทกเปิดออก หัวใจของเธอกำลังจะหยุดเต้นด้วยความหวาดหวั่น ทว่าในวินาทีที่มือของเธอสัมผัสกับปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขานั้นเอง—เสียงปืนปริศนาก็ดังสนั่นหวั่นไหวจากหน้าต่างบานที่เธอยืนอยู่!
เศษกระจกแตกกระจายร่วงกราวราวกับหิมะแก้ว บดบังทัศนวิสัยจนมืดมิด และร่างของเลดี้คามิลล่าก็ปรากฏตัวขึ้นที่กรอบประตูพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว... แต่นางไม่ได้มาคนเดียว เพราะข้างกายของนางคือเอเลียสที่มีดวงตาไร้วิญญาณและถือดาบประจำตระกูลชี้ตรงมาที่หัวใจของลินิน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดแห่งความลับนี้ไปกับจูบแรกยามสายัณห์นะคะ
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 26
พันธมิตรในเงามืด
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!